กว่าจะมาเป็น “ดา เอ็นโดรฟิน” ชีวิตที่โชคดีเพราะความ “บ้าบิ่น”

Another View เผยแพร่ 23 เม.ย. 2562 เวลา 01.00 น.

กว่าจะมาเป็น “ดาเอ็นโดรฟินชีวิตที่ต้องขอบคุณความบ้า”

“ธนิดา ธรรมวิมล” ถ้าพูดถึงชื่อนี้ หลาย ๆ คน อาจจะงงว่าเธอคือใคร แต่ถ้าเอ่ยชื่อ “ดา เอ็นโดรฟิน” ภาพของนักร้องหญิงเจ้าของเนื้อเสียงทรงพลังทว่าอ่อนโยน เข้มแข็งแต่ไม่ทิ้งความอ่อนไหว หวานแต่ซ่อนเปรี้ยว และร็อกในคราวเดียวกันอย่างลงตัว จนเป็นเอกลักษณ์ที่ใครยากจะเลียนแบบก็ปรากฏชัดเจนขึ้นมาทันที แต่ไม่เพียงภาพลักษณ์และผลงานของเธอเท่านั้นที่น่าสนใจ เรื่องราวเบื้องหลังการเดินทางมาถึงจุดนี้ของเธอนั้นก็ไม่ธรรมดาเลยเช่นเดียวกัน วันนี้เราจึงขอพาทุกท่านไปพบกับเรื่องราวการเดินทางของเธอ ซึ่งอาจเป็นแรงบันดาลใจให้การเดินทางของชีวิตเราเช่นกัน

 “ลูกตาล Black Angels” 

ชื่อเล่นจริง ๆ ขอดานั้น คือ "ลูกตาล" ซึ่งช่างออกแนวสวยหวานเสียเหลือเกินต่างกับบุคลิกภาพเด็กกิจกรรมของเธอ ที่ขอให้ได้ออกไหนก็ได้ เป็นเด็กกิจกรรมที่ทำทุกอย่าง ตั้งแต่สวดมนต์ไปจนประกวดร้องเพลง ภายใต้ชื่อวงดนตรีสมัยมัธยมของเธอในนาม “Black Angels” นางฟ้าสีดำเก๋ ผู้ออกไปล่ารางวัลทุกเวที ถึงตกรอบก็ยังออกประกวดไปเรื่อย ๆ จนคว้าที่ 1 มาได้ ซึ่งเธอก็เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เป็นความโชคดีของเธอที่สมัยเด็กเธอมีความ "บ้าบิ่น” จนทำให้เธอมีทุกวันนี้

“ดาเอ็นโดรฟิน”

ที่มาของการร่วมวง เอ็นโดรฟิน ( Endorphine) นั้น เกิดขึ้นจากเวทีประกวดดนตรีเช่นกัน แต่คราวนั้นดาไปในฐานะของผู้ชมการประกวดดนตรีที่เซ็นเตอร์พอยท์ สยามสแควร์ (ลานน้ำพุในตำนานนั่นแหละ !) แล้วได้พบกับสามหนุ่ม เกี้ย - อนุชา บ่อทองคำกุล / บอมบ์ - ฐปพล อมรมานัส และเบิร์ด - ธนัศม์ อมรมานัส สามหนุ่มนักดนตรีที่กำลังมองหานักร้องนำของวงอยู่ จึงได้ชักชวนดา ผู้หญิงที่พวกเขามองเห็น “ความหวานก็ได้ ร็อกก็ได้” มาร่วมวง ส่วนชื่อวง  “เอ็นโดรฟิน - Endorphine” นั้น เกิดขึ้นจากเป็นความบังเอิญระหว่างที่พวกเขากำลังขับรถไปประกวด แต่พวกเขายังไม่มีชื่อวง จนเมื่อรถติดไฟแดงอยู่ ก็เห็นไปเห็นสติกเกอร์คำว่า "Endorphine" (เป็นชื่อสารที่หลั่งในร่างกายเมื่อเรามีความสุข) ท้ายรถคันข้างหน้านั่นเอง

“เปิดหมวก” ตามฝัน

น้อยคนที่จะทราบว่าเส้นทางชีวิตการเป็นนักร้องของเธอนั้น ไม่เคยง่าย เพราะในช่วงแรกนั้น เธอต้องแอบที่บ้านไปประกวดดนตรีทั้งหมด เธอออกไปประกวดเองตลอด โดยที่ที่บ้านไม่เคยเห็นเธออยู่บนเวทีสักครั้ง จนถึงวันที่เธอเซ็นสัญญากับแกรมมี่ เพราะภาพลักษณ์ของ “ร็อกสตาร์” ในยุคนั้นที่มีข่าวคาวมากมาย เธอจึงตั้งเป้าหมายที่จะประสบความสำเร็จในเส้นทางดนตรี และไม่เป็น “เด็กใจแตก” สำหรับที่บ้านให้ได้ เธอจึงเข้มแข็งผ่านทุกอุปสรรค ไม่ว่าจะโดนโกง ไม่มีเงินสักบาทจ่ายค่าห้องซ้อม เธอก็แก้ผ่านมันมาได้ด้วยการไปเล่นดนตรีเปิดหมวกที่ถนนข้าวสารในตอน ม. 3 ที่มีค่าตัวในการเล่นดนตรีต่อเวลา 3 ชั่วโมง เพียง 200 บาทเท่านั้น เพราะเธอไปขอเขาขึ้นเล่นดนตรีแทนการเช่าห้องซ้อม !

“เพื่อนสนิท” ฮิตสนั่น

เมื่อเราทุกคนได้รู้จักเธอใน ฐานะ “ดา เอ็นโดรฟิน” แล้วก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แค่เห็นหน้า เพลง “เพื่อนสนิท” ก็ลอยเข้ามาในหัวเราหลายคนแล้ว เพราะไม่เพียงแต่เพลงนี้จะเป็นเพลงแรกที่ทำให้เราได้รู้จักเอ็นโดรฟิน ยังเป็นเพลงที่เปลี่ยนชีวิตของศิลปินไปตลอดกาลอีกด้วย ไม่ต้องพูดถึงอันดับหนึ่งใน Chart ต่าง ๆ ขอแค่ว่าในยุคนั้นเพลง “เพื่อนสนิท” และ “สิ่งสำคัญ” จากอัลบั้มนี้ กลายเป็นเพลงเรียนจบ ปัจฉิมนิเทศของทุกโรงเรียน หรือมองไปทางไหนก็เห็นสาว ๆ หั่นผมสั้น ทำผมทรงดา เอ็นโดรฟินกันไปหมดก็พอจารันตีความดังได้แล้ว ซึ่งทรงผมนี้ดาเองก็เคยกล่าวไว้ว่าได้แรงบันดาลใจมาจากทรงผมของวง POTATO นักร้องรุ่นพี่ในสมัยแรก ๆ เช่นกัน เรื่องที่ฮาที่สุดคือสมัยที่เพลงนี้ออกมาครั้งแรก ภาพของดายังไม่ได้ปรากฏสู่สาธารณชนมากนัก จนทำให้คนเข้าใจไปว่า นักร้องที่ร้องเพลงคือ โฟร์ - ศกลรัตน์ วรอุไร ซึ่งมาเป็นนางเอก MV ให้นั่นเอง 

“One Hit Wonder” คำสบประมาทที่ทำให้ได้พิสูจน์ความสามารถ

หลังจากความสำเร็จในอัลบั้มแรก เอ็นโดรฟินก็ล้างคำสบประมาทที่ว่าเป็นศิลปินดังอัลบั้มเดียว ด้วยการส่งอัลบั้ม "สักวา" ที่บรรจุเพลงฮิตอย่าง “น้ำเต็มแก้ว” “เมื่อเขามา…ฉันจะไป” และ “อย่าทำให้ฟ้าผิดหวัง”  และถึงแม้ต่อมาดาจะออกอัลบั้มเดี่ยว แต่เธอก็มุ่งมั่นทำเพลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เธอมีคอนเสิร์ตครั้งแรกในชีวิตจากอัลบั้มภาพลวงตา ในชื่อ Da Endorphine Illusion Concert ที่สร้างความประทับใจให้ชีวิตของเธอมาก ด้วยการที่แฟนเพลงลุยน้ำท่วมในหัวหมากไปชมคอนเสิร์ตของเธอในครั้งนั้น 

อย่าทำให้ “ฟ้า” ผิดหวัง

เรื่องราวประทับใจเกี่ยวกับแฟนเพลงของเธอนั้นมีอยู่หลากหลาย แต่เรื่องหนึ่งที่เธอเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าจะอยู่ในใจของเธอไปตลอด คือเรื่องของ “น้องฟ้า” เด็กชายผู้เป็นแฟนเพลงของเธอตั้งแต่อัลบั้มแรก ที่กำลังเผชิญกับโรคมะเร็งระยะสุดท้าย และมีความหวังอยากพบเธอสักครั้ง และเธอก็ได้ไปพบเขาพร้อมกับร้องเพลง “อย่าทำให้ฟ้าผิดหวัง” เพลงที่เขาชื่นชอบเนื่องจากเป็นชื่อของเขา และได้ร่วมร้องกับคุณแม่ พร้อมพี่ ๆ พยาบาลที่ดูแลน้องฟ้า ก่อนที่น้องจะจากไปอย่างสงบในคืนวันนั้น ซึ่งนี่คือเรื่องที่ดากล่าวว่า “Impact” ชีวิตเธออย่างมาก 

“ถ้าคุณทุ่มเทกับงานจริงๆมันไม่มีใครลืมคุณหรอก”

ประโยคนี้คือคำที่เธอให้ให้สัมภาษณ์ไว้ ซึ่งนั่นทำให้เธอยังคงทุ่มเท ทำงานของเธอมาจนถึงทุกวันนี้ และที่สำคัญคือไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ไม่คิดว่าตัวเองเก่งที่สุด เธอจึงตัดสินใจไปเข้าค่าย Workshop เรียนแต่งเพลงที่อังกฤษเป็นเวลาหนึ่งเดือน ก่อนที่จะกลับมาทำเพลงกับแกรมมี่อีกครั้งในฐานะ  Executive Producer อย่างเต็มตัว ของอัลบั้ม“DAMATIC" ที่เพิ่งเปิดตัวกันไปด้วย Concept 5 Single, 5 เเนวดนตรี, 5 Mood, 5 Character พร้อมเเขกรับเชิญพิเศษที่มา Collaboration ด้วยกัน เป็นครั้งเเรก กับ THE PAKINSON , TWOPEE , SYPS  ได้แก่ เพลงฉันยังอยู่ / คำอำลา (Have To Say Good Bye) / ระหว่างเรา…คืออะไร - Da Endorphine x The Parkinson / You’ll Be Mine - Da Endorphine x SYPS และ Revolution - Da Endorphine x Twopee

ซึ่งติดตามกันได้แล้วทาง Youtube Channel : GMM GRAMMY Official