กลุ่มเลือดบอกบุคลิก - วินทร์ เลียววาริณ

THINK TODAY เผยแพร่ 12 ส.ค. 2562 เวลา 10.23 น.

เลือดของมนุษย์เราแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม ในระบบ ABO มีสี่กลุ่มคือกลุ่ม A, B, O และ AB แต่ละกลุ่มอาจเป็น Rh positive หรือ Rh negative

กลุ่ม O positive พบมากที่สุดในโลก คนญี่ปุ่นและคนอินเดียส่วนใหญ่มีเลือดกลุ่ม A

ในระบบ Rh มีแปดกลุ่มคือกลุ่ม

A RhD positive (A+)

A RhD negative (A-)

B RhD positive (B+)

B RhD negative (B-)

O RhD positive (O+)

O RhD negative (O-)

AB RhD positive (AB+)

AB RhD negative (AB-)

ระบบ Rh พบในยุโรปมากกว่าเอเชีย

สิ่งที่ทำให้เลือดแต่ละกลุ่มต่างกันคือแอนติเจน (antigen สารก่อภูมิต้านทาน) บนผิวของเม็ดเลือดแดง มันช่วยทำให้ร่างกายรู้ว่าเซลล์ไหนเป็นของเรา นี่คือเหตุผลที่หากเราได้รับเลือดต่างกลุ่ม ร่างกายจะปฏิเสธ

แต่ตามทฤษฎีเค็ตสึเอคิกาตะ (血液型 Ketsuekigata) กลุ่มเลือดยังสามารถบ่งบอกบุคลิกและตัวตนของมนุษย์เราด้วย

เค็ตสึเอคิกาตะคือการศึกษาบุคลิกจากกลุ่มเลือด เป็นแนวคิดของญี่ปุ่น

ตัวอย่าง เช่น ถ้าคุณมีเลือดกลุ่ม A คุณเป็นคนจริงใจ มีความคิดสร้างสรรค์ มีเหตุมีผล สำรวม รับผิดชอบ อดทน จัดการตัวเองได้ดี ประณีต ดื้อรั้น

ถ้าคุณมีเลือดกลุ่ม B กระตือรือร้น มีความคิดสร้างสรรค์ เข้มแข็ง ไม่ค่อยรับผิดชอบ เห็นแก่ตัว มีความอยากรู้อยากเห็นสูง สมาธิไม่ดี 

ถ้าคุณมีเลือดกลุ่ม AB คุณมีธรรมชาติผสมของทั้ง A และ B เช่น ขี้อายเหมือน A แต่ชอบเที่ยวเหมือน B คุณควบคุมตัวเองได้ดี มีเหตุผล ปรับตัวได้ดี วิเคราะห์ได้ ขี้ลืม ไม่ค่อยรับผิดชอบ

ถ้าคุณมีเลือดกลุ่ม O คุณเป็นคนมีความมั่นใจในตนเองสูง มุ่งมั่น จดจ่อ ใช้ตัวเองเป็นใหญ่ คาดเดาอารมณ์ยาก ชอบทำงาน

มองโลกในแง่ดี ชอบเข้าสังคม มีความเป็นผู้นำ ไม่ใส่ใจเรื่องหยุมหยิม ปรับตัวได้ดี

จะเห็นว่าหลักการทำนายของเค็ตสึเอคิกาตะคล้ายโหราศาสตร์ราศี + ดูโหวงเฮ้ง

แต่มันมีความจริงทางวิทยาศาสตร์หรือไม่?

ถ้าจริง มันทำอย่างไร?

……………

ความนิยมทฤษฎีบุคลิกกลุ่มเลือดมาจากงานของ มาซาฮิโกะ โนมิ ในทศวรรษ 1970 แต่ความจริงแนวคิดนี้มีมานานแล้วตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 เช่น งานวิจัยของ ริน ฮิราโนะ กับ โตมิตะ ยาชิมะ ในปี 1926 ในบทความชื่อ Blood Type Biological Related

ในปี 1927 ศาสตราจารย์ทาเกจิ ฟูรุกาวะ ตีพิมพ์งานเรื่อง The Study of Temperament Through Blood Type พูดถึงเลือดกลุ่มต่างๆ สะท้อนบุคลิกของคนคนนั้น

ทฤษฎีนี้แพร่ออกไป ฝ่ายกองทัพนำไอเดียนี้ไปศึกษาต่อว่าสามารถสร้างทหารพันธุ์ใหม่ที่ดีที่สุดได้หรือไม่

ความเชื่อในทฤษฎีนี้อ่อนล้าลง จนถูกปลุกอีกครั้งด้วยงานเขียนของ มาซาฮิโกะ โนมิ แม้เขาเป็นนักข่าวที่ไม่มีประสบการณ์ด้านการแพทย์แต่อย่างใด แต่หนังสือของเขาแสดงสถิติมากจนดูน่าเชื่อถือและน่าสนใจ

มาซาฮิโกะ โนมิ เสียชีวิตในปี 1981 บุตรชายของเขาได้นำเสนองานของพ่ออย่างต่อเนื่องในหนังสืออีกหลายเล่ม และทฤษฎีนี้ก็ฮิตติดลมบน

ตั้งแต่นั้นเค็ตสึเอคิกาตะก็กลายเป็นศาสตร์ประจำชาติ ไม่ต่างจากโหราศาสตร์สายต่างๆ สื่อพูดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลา ชาวบ้านคุยเรื่องนี้ในชีวิตประจำวัน กลายเป็นเรื่องปกติที่คนญี่ปุ่นถามกลุ่มเลือดคนอื่น และคุยเรื่องนี้ เหมือนคุยเรื่องราศี หรือดวง แม้แต่การเลือกคู่ครอง ก็ยังนำเรื่องกลุ่มเลือดมาเป็นปัจจัยตัดสินด้วย

มีการทดสอบที่ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน มากมายหลายครั้ง แต่ไม่อาจยืนยันทฤษฎีนี้ เพราะไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเลือดกับบุคลิก

วงการวิทยาศาสตร์ยิงทิ้งความเชื่อนี้ บอกว่ามันเป็นเพียงวิทยาศาสตร์เทียม เพราะไร้หลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกกับกลุ่มเลือด

คำถามคือ หากกลุ่มเลือดกำหนดบุคลิกของคน มันกำหนดสัตว์ด้วยหรือไม่ ในเมื่อสัตว์ก็มีบุคลิกนิสัยของมัน เป็นเพราะกลุ่มเลือดหรือไม่?

แอนติเจน ABO ของคนก็พบในสัตว์กลุ่มวานรบางชนิดด้วย และย้อนรอยไปถึงมนุษย์โบราณ 

สัตว์ก็มีกลุ่มเลือด แต่โครงสร้างเลือดสัตว์ต่างจากมนุษย์ไปบ้าง แล้วแต่สายพันธุ์

หากกลุ่มเลือดบ่งนิสัยคนได้ ก็น่าจะบอกนิสัยสัตว์ได้เช่นกัน

ในทางวิทยาศาสตร์ ตัวตนของคนเราเป็นผลมาจากการทำงานของนิวรอนและสารเคมีในสมอง เวลาหิว สมองอาจส่งสัญญาณให้เราโกรธ เวลาเจอเพศตรงข้ามที่สะดุดตา ร่างกายสั่งให้เรารู้สึกวาบหวาม ด้วยความรู้สึกที่เรียกว่า ‘ความรัก’ ฆาตกรฆ่าต่อเนื่องมีโครงสร้างสมองต่างจากคนปกติ ฯลฯ

แม้ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ แต่สองในสามของคนญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวันเชื่อเรื่องกลุ่มเลือดบอกนิสัย

เค็ตสึเอคิกาตะเป็นความเชื่อ อาจไม่มีผลเสียอะไร ยกเว้นผู้เชื่อหมกมุ่นกับมันเกินไป หรือนำไปใช้ในด้านลบ เช่น การไม่รับคนเลือดบางกลุ่มเข้าทำงาน เช่นที่บางบริษัทในบ้านเรารับสมัครพนักงานโดยพิจาณาจากโหงวเฮ้ง บางโรงเรียนยังแยกเด็กออกตามกลุ่มเลือด แม้แต่วงการกีฬา ยังฝึกนักกีฬาในแต่ละกลุ่มเลือดต่างกัน

ความเชื่อเรื่องกลุ่มเลือดบอกนิสัยแพร่หลายในไม่กี่ประเทศนี้เท่านั้น มันชี้ว่าเมื่อความเชื่อสามารถหลอมรวมกับวัฒนธรรมได้ง่ายดาย และลบล้างยาก

……………

วินทร์ เลียววาริณ

winbookclub.com

เฟซบุ๊กhttps://www.facebook.com/winlyovarin/