กรมทรัพยากรธรณี ร่วมแถลงข่าว ค้นพบ "ไดโนเสาร์จ้าวลมกรด" ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ ตัวที่ 11 ของไทย

สวพ.FM91 อัพเดต 12 พ.ย. 2562 เวลา 16.48 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2562 เวลา 16.48 น.
กรมทรัพยากรธรณี ร่วมแถลงข่าว ค้นพบ

กรมทรัพยากรธรณี ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และจังหวัดหนองบัวลำภู จัดแถลงข่าวการค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ ตัวที่ 11 ของประเทศไทย โดยมีนายมนตรี เหลืองอิงคะสุต รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และนายสมเจตน์ จงศุภวิศาลกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู และนายอดุลย์ สมาธิ นักวิจัยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมแถลงข่าวในวันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน 2562 ณ สะพานเชื่อมฮัก @ ตาดไฮ อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำบอง (อันเนื่องมาจากพระราชดำริ) อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู
การค้นพบไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดกลาง สกุลใหม่และชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทย“วายุแรพเตอร์ หนองบัวลำภูเอนซิส Vayuraptor nongbualamphuensis” หรือ ไดโนเสาร์จ้าวลมกรด มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 4-4.5 เมตร อายุ 130 ล้านปี ค้นพบที่อุทยานแห่งชาติภูเก้า – ภูพานคำ จังหวัดหนองบัวลำภู โดยคุณพลาเดช ศรีสุข เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวิน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อปี พ.ศ. 2531 ชื่อสกุลของ วายุแรพเตอร์ หนองบัวลำภูเอนซิส มาจากภาษาสันสกฤต วายุ หรือพระพาย เทพแห่งลม ผสมกับ raptor ภาษาลาติน แปลว่า หัวขโมย สื่อถึงไดโนเสาร์ที่มีความเร็วปราดเปรียว ตั้งขึ้นตามลักษณะขาหลังที่ยาวเรียว ส่วนชื่อชนิด ตั้งตามจังหวัดที่ค้นพบ วายุแรพเตอร์ หนองบัวลำภูเอนซิสเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนกมากกว่า ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่อื่นๆ ชิ้นส่วนซากดึกดำบรรพ์ที่ถูกค้นพบประกอบด้วย กระดูกหน้าแข้งและข้อเท้า กระดูกคอราคอยด์ กระดูกซี่โครง กระดูกหัวหน่าว กระดูกฟิบูล่า และนิ้ว
ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณียังได้พัฒนาแหล่งซากดึกดำบรรพ์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยว โดยจัดสร้างพิพิธภัณฑ์และอาคารคลุมหลุมขุดค้น 2 แห่ง ในบริเวณอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ ซึ่งเป็นแหล่งค้นพบซากดึกดำบรรพ์หลากหลายประเภท ได้แก่ กระดูกไดโนเสาร์ ฟันฉลามน้ำจืด เกร็ดปลา กระดองเต่า จระเข้ หอยน้ำจืด รอยตีนไดโนเสาร์ และไม้กลายเป็นหิน และมอบให้ทางอุทยานฯ เป็นผู้ดูแลใช้ประโยชน์ต่อไป นอกจากนี้ชิ้นส่วนซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญ อาทิ ชิ้นซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของโลก วายุแรพเตอร์ หนองบัวเอนซิส ทั้งนี้กรมทรัพยากรธรณีจะดำเนินการประกาศให้เป็นซากดึกดำบรรพ์ขึ้นทะเบียนตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ.2551 ต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมทรัพยากรธรณี

ดูข่าวต้นฉบับ