กฟผ.แจงเหตุเขื่อนเปิดประตูน้ำไม่แจ้ง ซัดแพหวิดล่ม ชี้ฝ่าฝืนเข้าไปในเขตอันตราย

Khaosod อัพเดต 07 ก.ค. เวลา 17.59 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. เวลา 17.59 น.
แจงแพล่ม

จากกรณีเหตุระทึก มีกระแสน้ำจากเขื่อนสิรินธร พัดแพที่กำลังพานักท่องเที่ยวล่องแพอยู่ในลำโดมน้อย ใต้ประตูระบายน้ำของเขื่อนสิรินธร เกือบจะทำให้แพท่องเที่ยวจมน้ำ และนักท่องเที่ยวหนีตายระทึก โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยข้อมูลทางฝั่งของผู้ประกอบการแพท่องเที่ยว ระบุว่าทางเขื่อนสิรินธรเปิดประตูระบายน้ำโดยไม่แจ้งมายังผู้ประกอบการ จึงทำให้ไม่รู้ว่าจะมีกระแสน้ำไหลมาตามลำโดมน้อย ซึ่งเป็นจุดที่มีแพท่องเที่ยวอยู่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว รีบขึ้นจากน้ำ! นักท่องเที่ยวหนีตายระทึก เขื่อนเปิดประตูน้ำไม่แจ้ง ซัดแพล่องแก่งหวิดล่ม(คลิป)

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน

ล่าสุดวันที่ 7 ก.ค. นายสังวาล พรมสำลี หัวหน้าโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ออกมาชี้แจงในกรณีดังกล่าวว่า ในช่วงสายของวันที่ 6 ก.ค. ทางเขื่อนสิรินธร ก็ได้แจ้งไปยังกลุ่มผู้ประกอบการว่าในช่วงเวลาประมาณ 10.00 น.-12.00 น. ทางเขื่อนสิรินธรจะมีการเดินเครื่องเปิดประตูระบายน้ำ เป็นการเดินเครื่องตามปกติ แต่ในเวลาประมาณ 15.00 น.ทางเขื่อนได้รับแจ้งว่าต้องมีการปล่อยน้ำอีกเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า เพราะมีความต้องการไฟฟ้าเพิ่มหากไม่ปล่อยก็จะทำให้ไฟฟ้าดับได้

จึงทำการเดินเครื่องเปิดประตูไป 1 บาน ปกติหากเดินเครื่องทั้ง 3 เครื่องก็จะทำให้กระแสน้ำมีความรุนแรงกว่านี้อีก แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเพราะมีผู้ประกอบการบางราย มีการฝ่าฝืนนำแพล่องขึ้นมาในเขตอันตรายที่ได้แจ้งเตือนเป็นที่ทราบกันดีของผู้ประกอบการว่าจะมีเขตปลอดภัย และเขตอันตราย แต่มีกลุ่มแพบางส่วนก็เข้ามายังเขตอันตราย

ซึ่งในเขตนี้ สภาพล่องน้ำจะเป็นเกาะแก่งระดับน้ำตื้น และมีขนาดที่แคบมีความกว้างเพียง 10-15 เมตร เท่านั้น หากมีการเปิดประตูระบายน้ำ จะทำให้กระแสน้ำในเขตนี้มีความรุนแรง และอันตรายมาก รวมทั้งเชือกที่ผูกยึดแพไว้ก็เกิดขาดจึงทำให้มีการชนกันด้วย แต่อย่างไรก็ดีหากผู้ประกอบการไม่ฝ่าฝืนเข้ามาในเขตอันตรายตามที่ได้ประกาศไว้ ถึงแม้ทางเขื่อนจะเดินเครื่องถึง 3 เครื่อง ก็จะไม่เกิดอันตรายกับแพท่องเที่ยว เพราะล่องน้ำในเขตปลอดภัย จะมีความกว้าง 30-50 เมตร ระดับน้ำมีความลึก ซึ่งเขตปลอดภัยหากมีการเปิดประตูระบายน้ำเต็มที่ กระแสน้ำก็จะไม่รุนแรง ซึ่งผู้ควบคุมแพก็จะสามารถควบคุมแพให้มีความปลอดภัยได้

ขณะที่ นายณรงค์ฤทธิ์ จันทร์ทรง นายกสมาคมการค้าการท่องเที่ยวล่มน้ำโขงซึ่งเป็นผู้ดูแลภาพรวมของกลุ่มผู้ประกอบการ ระบุว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งดูจากคลิปเหตุการณ์ทราบว่าผู้ประกอบการที่เกิดเหตุนั้นมีการฝ่าฝืนเข้าไปในเขตอันตราย ซึ่งเกือบจะถึงสะพานข้ามลำโดมน้อย จุดนี้เป็นจุดอันตราย และต้องห้ามอยู่แล้ว เพราะเป็นแก่งหิน และใกล้กับประตูระบายน้ำ โดยในกลุ่มผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็ทราบกันดี แต่ในครั้งนี้ไม่ทราบเหมือนกันว่าแพดังกล่าวทำไมถึงกล้าพานักท่องเที่ยวล่องเข้าไปในเขตอันตราย ซึ่งในส่วนนี้ก็จะมีการสอบถามอีกทีว่ามีเจตนาฝ่าฝืนหรือไม่

สำหรับการล่องแพในลำโดมน้อย ถือเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก และทราบว่าเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ทราบว่ามีแพที่ฝ่าฝืนขึ้นไปในเขตอันตราย อยู่ประมาณ 5-6 ลำ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบกันอีกครั้ง และจะได้ร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหา เพราะเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง และไม่อยากให้เกิดขึ้นมาอีก แต่ในครั้งนี้ยังดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ดูข่าวต้นฉบับ