กบง.สั่งตรึง ราคานํ้ามัน ประคองศก.

ฐานเศรษฐกิจ เผยแพร่ 18 ก.ย 2562 เวลา 07.30 น.

กบง.อุ้มราคาขายปลีกนํ้ามัน สั่งลดเก็บเงินเข้ากองทุนนํ้ามันฯกลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร และดีเซล 0.60 บาทต่อลิตร ลดกระทบค่าครองชีพของประชาชน  สศค.ชี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อถึงสิ้นปี กระทบต่อเงินเฟ้อปรับตัวเพิ่ม 1.1% กระทบให้จีดีพีลดลง 0.04%

ซาอุดีอาระเบียถูกโจมตี โรงงาน Crude Oil Processing Facility ที่ทำหน้าที่กำจัดสารต่างๆ ที่ไม่ต้องการ เป็นเหมือนกระบวนการทำความสะอาด ออกจากนํ้ามันดิบ ก่อนส่งต่อไปยังผู้ซื้อของบริษัท Aramco (อารามโค) และถึงแม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ในความควบคุมได้แล้ว และไม่ใช่ที่ตั้งของโรงกลั่นนํ้ามันก็ตาม แต่ก็ส่งผลให้ราคานํ้ามันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นไปกว่า 8 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล โดยล่าสุดราคานํ้ามันดิบเวสต์เท็กซัส ปรับมาอยู่ที่ 62.90 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล นํ้ามันดิบเบรนท์ 69.20 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล และนํ้ามันดิบดูไบ อยู่ที่ 64.02 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน ได้มีการประเมินเบื้องต้นโดยทำแบบจำลองสถานการณ์ไว้ว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้ออยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ จะทำให้อัตราราคานํ้า มันดิบปรับเพิ่มขึ้น 5 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล หากยืดเยื้อราว 2 - 6 สัปดาห์ ราคาจะปรับขึ้น 5-15 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล

ขณะที่บริษัท ไทยอออยล์ฯ รายงานว่า ราคานํ้ามันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นไป 14% นี้ เนื่องจากตลาดกังวลต่อการจัดหานํ้ามันดิบที่อาจปรับตัวลดลง หลังจากที่ซาอุดีอารุเบียประกาศลดกำลีงการผลิตนํ้ามันดิบลง 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ 5% ของการผลิตทั้งโลก ดยยังไม่มีกำหนดระยะเวลาว่าจะกลับมาผลิตนํ้ามันดิบในระดับปกติได้เมื่อใด

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ต้องมีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เป็นวาระพิเศษ โดยที่ประชุม เห็นสถานการณ์ราคานํ้ามันตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีก นํ้ามันในประเทศปรับเพิ่มขึ้นตาม หรือส่งผลต่อราคาขายปลีกเกือบ 2 บาทต่อลิตร เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน กบง.จึงมีมติที่จะใช้กลไกของกองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิงที่มีเงินสะสมกว่า 3.9 หมื่นล้านบาท มารักษาเสถียรภาพราคานํ้ามันในประเทศ โดยจะปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิงกลุ่มนํ้ามันเบนซิน 1 บาทต่อลิตร และกลุ่มดีเซล 0.60 บาทต่อลิตร ซึ่งจะทำให้ราคาขายปลีกนํ้ามันในประเทศคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยส่งผลให้กองทุนนํ้ามันฯ มีสภาพคล่องติดลบประมาณ 813 ล้านบาทต่อเดือน

ส่วนการจัดหานํ้ามันดิบ เพื่อมาทดแทนการนำเข้าจากซาอุดีอาระเบีย ปริมาณ 1.7 แสนบาร์เรลต่อวันนั้น จะหันไปรับนํ้ามันดิบจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และโอมาน ทดแทน ซึ่งปัจจุบันปริมาณนํ้ามันเชื้อเพลิงคงเหลือและปริมาณสำรองของประเทศ มีปริมาณรวม 6,407 ล้านลิตร เพียงพอใช้ได้ 54 วัน ส่วนปริมาณสำรองก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจี ภาคครัวเรือนมีประมาณ 131 ล้านกิโลกรัม สำรองได้ 23 วัน แต่หากรวมการใช้แอลพีจี ของภาคอุตสาหกรรม และภาคขนส่งแล้วจะทำให้จำนวนวันสำรองที่ใช้แอลพีจีได้อยู่ที่ 12 วัน ซึ่งหากสถานการณ์ยาวนานเกินกว่า 12 วัน กรมธุรกิจพลังงานจะจัดสรรแอลพีจีให้กับภาคครัวเรือนก่อนเป็นลำดับแรก

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยถึงผลกระทบจากเหตุการณ์โจมตีโรงกลั่นนํ้ามันในประเทศซาอุดีอาระเบีย ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้อุปทานนํ้ามันดิบจากซาอุดีอาระเบียหายไป 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ 5% ของอุปทานนํ้ามันดิบโลก ทำให้ราคานํ้า มันดิบดูไบปรับตัวเพิ่มขึ้นทันทีหลังเปิดตลาดมาอยู่ที่ 64.3 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล

ดังนั้น หากราคานํ้ามันดิบอยู่ในระดับนี้ จนถึงสิ้นปี 2562 จะทำให้ค่าเฉลี่ยราคานํ้ามันดิบดูไบในปีนี้ เพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ 68.8 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล จากเดิมที่ 65.5 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.1% จากเดิมที่อยู่ที่ 1% ส่งผลกระทบให้จีดีพีลดลง 0.04% โดยเป็นผลมาจากการบริโภคภาคเอกชนที่จะลดลง 0.06% และการลงทุนภาคเอกชนลดลง 0.11%

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3506 วันที่ 19-21 กันยายน 2562

ดูข่าวต้นฉบับ