กกต.จ่อถกฟันอาญา“ธนาธร”ขาดคุณสมบัติสมัครส.ส.

ฐานเศรษฐกิจ เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 05.58 น.

วันนี้ (28 ม.ค.63) เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่คำวินิจฉัยกกต.สั่งดำเนินคดีอาญานายบุญชู แก้วกระจ่าง ผู้สมัครส.ส.เขต 4 จ.ราชบุรี พรรคพลังชาติไทย กรณีรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติไม่ให้ใช้สิทธิ์สมัคร แต่ยังกลับยื่นสมัคร 

หลังกกต.รับฟังพยานหลักฐาน ได้ว่า นายบุญชูได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังชาติไทยวันที่ 5 ม.ค.62 ตามหนังสือรับรองจากหัวหน้าพรรคพลังชาติไทย และยื่นสมัครรับเลือกตั้งส.ส. เขต 4 ราชบุรี ในวันที่ 8 ก.พ.62 ต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 4 จ.ราชบุรี เมื่อนับระยะเวลาการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองจนถึงวันเลือกตั้งมีระยะเวลาเพียง 79 วัน จึงขาดคุณสมบัติการลงสมัคร เนื่องจากพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 41 (3 )กำหนดให้ผู้สมัครต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน จึงถือว่านายบุญชูกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย และให้ดำเนินคดีอาญานายบุญชูตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 151

 

ทั้งนี้ นายบุญชู เป็นผู้สมัครรายแรกที่กกต.สั่งดำเนินคดีอาญา ตามมาตรา 151 ที่กำหนดว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์รับสมัครเลือกตั้งเป็นส.ส.ได้สมัครรับเลือกตั้ง หรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี 

           

 

 

และการดำเนินคดีอาญาในความผิดดังกล่าว ยังมีกรณีที่เมื่อวันที่ 20 พ.ย.62 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากวันสมัคร ยังคงถือหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัคมีเดีย จำกัด อยู่ โดยขณะนี้คณะกรรมการสืบสวน ของสำนักงาน กกต.ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เสร็จสิ้นแล้ว และที่ประชุมกกต.เตรียมพิจารณาเร็ว ๆ นี้ 

ดูข่าวต้นฉบับ