โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติมนุษย์กินคนชื่อก้องโลก "อิซเซ ซางาวะ" - พุธนี้คดีสยอง

LINE TODAY ORIGINAL เผยแพร่ 27 ต.ค. 2563 เวลา 20.15 น. • หลานสาวน้าป๋อง

มนุษย์กินคนอาจเป็นประเภทของตัวละครในหนังสยองขวัญที่เราต่างก็ภาวนาอย่าให้ได้พานพบเจอในชีวิตจริง แต่ย้อนกลับไปในปีค.ศ.1981 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ชาวเมืองไม่มีใครล่วงรู้ว่าท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่บนถนนจะมี "มนุษย์กินคน" ตัวจริงเสียงจริงซ่อนตัวภายใต้ลุคของนักเรียนชาวญี่ปุ่นธรรมดา ๆ อยู่ และจากคดีฆาตกรรมที่เขาก่อเพียงครั้งเดียวก็ทำให้เรื่องราวของซางาวะกลายเป็นตำนานที่เลื่องลือระดับโลกไปเลย

"อิซเซ ซางาวะ" เกิดและโตในเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น เขาลืมตาดูโลกก่อนกำหนดคลอด ทำให้ร่างกายของเขาเกิดมาพร้อมความผิดปกติทั้งขนาดลำตัวที่เล็กเท่าฝ่ามือของคุณพ่อ หรือโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารที่ทำให้ซางาวะเติบโตมาด้วยวิธีการรักษาทางการแพทย์ตั้งแต่เด็ก โชคดีที่ครอบครัวของเขามีฐานะที่ดีพอตัว ทำให้ซางาวะได้ร่ำเรียนตามความสนใจในด้านวรรณกรรมจนจบขั้นปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยวาโกะในโตเกียวและถูกส่งไปเรียนต่อในขั้นปริญญาเอกที่ปารีส

ความหลงใหลใน "เนื้อคน" ปรากฏกับเขาครั้งแรกตอนที่ซางาวะอยู่ชั้นประถมศึกษา เขาบอกในสัมภาษณ์กับ Vice ว่าเขาสงสัยถึงรสชาติและเท็กซ์เจอร์ของเนื้อมนุษย์หลังจากที่ได้เห็นต้นขาของเพื่อนร่วมชั้นเพศชาย และต่อมาก็สนใจในเรือนร่างของผู้หญิงด้วย 

ซางาวะก่อเหตุครั้งแรกเมื่อเขามีอายุเพียง 24 ปี ซางาวะตามรอยหญิงชาวเยอรมันกลับบ้าน แอบบุกเข้าไปในห้องนอนของเธอระหว่างที่หญิงคนนั้นกำลังหลับใหลและพยายามเฉือนเนื้อส่วนบั้นท้ายของเธอเพื่อมาชิม แต่เหยื่อรู้ตัวเสียก่อนจึงทำให้เขาถูกจับกุมด้วยข้อหาพยายามข่มขืน แต่ด้วยความที่ครอบครัวของซางาวะเป็นผู้มีหน้ามีตาในสังคม เขาเลยรอดพ้นจากโทษนี้ไปได้และเจตนาที่แท้จริงของการจู่โจมหญิงสาวในครั้งนั้นก็ถูกเก็บเงียบเอาไว้

ความพยายามที่จะลิ้มลองเนื้อมนุษย์เกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 1981 ซางาวะหลอกล่อ เรเน่ ฮาร์ทเวลต์ เพื่อนร่วมคลาสชาวดัตช์ มาอ่านหนังสือและทำการบ้านที่ห้องพักของเขา เขาเลือกเธอเป็นเหยื่อด้วยความตั้งใจ เพราะเรเน่สวย ตัวสูง ผิวขาวเนียน คุณสมบัติทุกประการที่เธอมีแต่เขาด้อย

ระหว่างที่เธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านบทกลอนอยู่นั้น ซางาวะก็หยิบปืนไรเฟิลยิงเข้าที่ท้ายทอยของเธอ เรเน่เสียชีวิตแทบจะในทันที ส่วนซางาวะเป็นลมหมดสติไปชั่วครู่ด้วยความตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่หลังจากที่เขาฟื้นขึ้นมา ปีศาจในตัวเขาก็เริ่มทำงาน

ซางาวะพยายามกัดกินร่างไร้ชีวิตของเรเน่ แต่ก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จ เขาจึงเดินไปที่ร้านขายเครื่องครัวเพื่อซื้อมีดหั่นเนื้อกลับมาจัดการกับส่วนต่าง ๆ ของเรเน่ บางส่วนถูกบริโภคไปในทันที ส่วนที่เหลือ เขาหั่นเป็นชิ้น ๆ แล้วเก็บใส่ตู้เย็นเอาไว้สำหรับมื้อต่อ ๆ ไป และเศษของหลักฐานชิ้นอื่น ๆ ทั้งหมดก็ถูกบรรจุไว้ในกระเป๋าเดินทางสองใบที่ซางาวะนำไปโยนทิ้งในทะเลสาบ Bois de Boulogne ในภายหลัง

ตำรวจปารีสได้รับแจ้งเกี่ยวกับกระเป๋าน่าสงสัยทั้งสองลอยมาเกยตื้นอยู่ที่ริมฝั่งทะเลสาบและสามารถสาวถึงตัวซางาวะได้ภายใน 4 วัน แต่ด้วยความที่ครอบครัวของซางาวะสามารถว่าจ้างทนายความที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในปารีสได้ ศาลจึงตัดสินให้เขาเป็นบุคคลวิกลจริตและส่งตัวไปเพื่อบำบัดรักษาในโรงพยาบาลจิตเวช 

คดีความของเขากลายเป็นที่พูดถึงทั่วโลก มีนักเขียนชาวญี่ปุ่นเดินทางมาถึงฝรั่งเศสเพื่อเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวการเป็นมนุษย์กินคนของเขา ซางาวะกลายเป็นบุคคลมีชื่อเสียงจนทางการฝรั่งเศสตัดสินใจส่งตัวเขากลับไปยังประเทศญี่ปุ่น ที่ ๆ เขาถูกวินิจฉัยอีกครั้งให้เป็นบุคคลสมประกอบที่มีแค่แรงจูงใจทางเพศเป็นต้นเหตุของการก่อคดี 

วันที่ 12 สิงหาคม 1986 ซางาวะเช็กเอาต์จากโรงพยาบาลมัตสึซาวะและได้รับอิสรภาพอีกครั้งท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์และความหวาดกลัวของชาวโตเกียว ถึงอย่างไรก็ตาม เขาถูกรับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรและคอมเมนเทเตอร์ตามเวทีเสวนาต่าง ๆ มีคอลัมน์รีวิวร้านอาหารเป็นของตัวเองประจำนิตยสาร​ที่ชื่อว่า Spa เขียนหนังสืออัตชีวประวัติแถมได้ร่วมแสดงในหนังอินดี้ซะด้วย 

จากฆาตกรใจเหี้ยมสู่การขึ้นแท่นเป็นเซเลบริตี้ที่ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย ทำให้เรื่องราวของอิซเซ ซางาวะ ยังคงถูกพูดถึงอยู่อย่างสม่ำเสมอตลอด 39 ปีที่ผ่านมา และก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกได้จารึกชื่อของเขาเอาไว้ในฐานะของมนุษย์กินคนผู้ซึ่งรอดพ้นจากข้อกล่าวหาทางกฎหมายทุกประการไปเสียแล้ว…

อ้างอิง

เว็บไซต์ Film Daily

คลิปวีดีโอจาก Vice