เรื่องสั้น

ฉันจะเป็นแม่ให้ซือเป่าเอง

นิยาย Dek-D
เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2567 เวลา 09.16 น. • Baichacha
สายชลนักอ่านนิยายจีนยุค 70 เกิดอยากจะช่วยลูกชายนางเอกที่อ่อนแอขี้เกียจจนลูกจะอดตาย และเธอก็ได้รับโอกาสมาเลี้ยงดูซือเป่าเมื่อสายชลมาเป็นหนิงอัน เธอก็ไม่ได้เกรงกลัวแม่สามี หรือใครก็ตามที่คิดร้ายกับเธอ

ข้อมูลเบื้องต้น

…….."ข้าก็เป็นคนที่จะให้แม่หนูไปช่วยเด็กนั่นไง เพราะแม่ของเด็กกำลังจะหมดอายุไขลงแล้ว และแม่หนูเองก็กำลังจะหมดอายุไขด้วยเช่น"

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

"ตาพูดเล่นหรือเปล่า"

"บ๊ะ! ข้าจะพูดเล่นทำไมละเรื่องแบบนี้พูดเล่นได้หรือไงแล้วจะไปไหมล่ะ"

"ไปแล้วหนูจะช่วยอะไรได้ละตา อดอยากกันขนาดนั้น หนูก็คงไปตายอีกคนพอดี"

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

"เอ๊า!!ถ้าข้าให้ไปช่วยข้าก็จะให้มิติที่มีของกินของใช้เจ้าไปไงล่ะ"

"แต่หนูเคยอ่านในนิยายว่า คนมีมิติต้องมีเงินไปซื้อหาของใส่มิติแต่หนูไม่มีเงินเลยนะตา?"

"ข้ารู้แล้ว เอางี้พรุ่งนี้เจ้าอยากได้อะไรเจ้าก็จดใส่กระดาษมา แล้วข้าจะหาของใส่มิติให้เจ้าเอง ยกเว้นเงินทองนะข้าให้ไม่ได้จำไว้"

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นมาจากจินตนาการของผู้เขียนเอง ไม่ได้อ้างอิงจากความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์ คน สถานที่ทุกอย่างในเรื่องเป็นเพียงการสมมุติขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

"ฝากกดติดตาม กด ♥️นิยาย ของไรท์ด้วยนะคะขอบคุณมากค่ะ????????

"Baichacha"

ความเป็นมา

ตอนที่ 1

ความเป็นมา

สายชล นั่งอ่านนิยายย้อนยุคจีนในยุค 70 อยู่ในหอพักไม่ยอมหลับไม่ยอมนอนมาสองคืนติดกันแล้ว

"สายชล แกทำไมไม่อ่านหนังสือเรียนบ้างวะ จะสอบแล้วนะโว้ย จะได้เรียนจบกลับบ้านกันเสียที" ลูกน้ำเพื่อนร่วมหอพักตั้งแต่ขึ้นปีหนึ่งจนถึงปี 4 ของสายชลที่กำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบภาคเรียนสุดท้ายถามเพื่อนขึ้นด้วยความเป็นห่วง

"ฉันกำลังลุ้นเอาใจช่วยลูกนางเอกอยู่ นางแม่มันไม่เอาไหนเลย ลูกมันจะอดตายแล้วยังไม่รู้เรื่องเลยขี้เกียจสกปรกไม่สนใจลูกเลย ถูกใครทำร้ายหรือเอาเปรียบก็ไม่สนใจ"

"นั่นมันนิยายนะเธอ อย่าอินมากไป อ่านเพื่อความบันเทิงก็พอ" ลูกน้ำเตือนสติเพื่อน

"แต่ฉันรู้สึกแปลกๆ ว่ะ ฉันเหมือนมีตัวตนในนิยายเรื่องนี้เลยอะ ฉันก็สงสัยอยู่ถึงได้วนอ่านไปอ่านมาอยู่นี่ไง"

"แกจะบ้ารึอ่านมากก็ไปมันก็อินแค่นั้นแหละ" ฉันไม่ยุ่งกะแกแล้ว

"ก็ฉันสงสารเด็กอะ จะอดตายแล้ว มันน่าโมโหนางแม่มันมากจริงๆ"

"แล้วแกจะทำอะไรได้ล่ะ"

"ก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันเลยเครียดอยู่นี่ไง"

"แต่ก็พักผ่อนบ้างนะแก ไม่กินไม่นอนแบบนี้ร่างกายจะไม่ไหวเอา"

หลังจากนั้น สายชลก็อ่านนิยายวนไปวนมา จนเผลอหลับไป

"นังหนู นังหนู ข้าเห็นเจ้าอยากจะไปช่วยเจ้าเด็กหยางซือเป่าผู้น่าสงสารนั่นเหรอ"

"ใช่หนูอยากจะช่วย ตาเป็นใครเหรอ"

"ข้าก็เป็นคนที่จะให้แม่หนูไปช่วยเด็กนั่นไง เพราะแม่ของเด็กนั่นกำลังจะหมดอายุขัยลงแล้ว และแม่หนูเองก็กำลังจะหมดอายุขัยด้วยเช่น"

"ตาพูดเล่นหรือเปล่า"

"บ๊ะ! ข้าจะพูดเล่นทำไมล่ะเรื่องแบบนี้พูดเล่นได้หรือไงแล้วเจ้าจะไปหรือไม่"

"ไปแล้วหนูจะช่วยอะไรได้ล่ะตา อดอยากกันขนาดนั้น หนูก็คงไปตายอีกคนกันพอดี"

"เอ้า!! ถ้าข้าให้ไปช่วยข้าก็จะให้มิติที่มีของกินของใช้เจ้าไปไงล่ะ"

"แต่หนูเคยอ่านในนิยายว่า คนมีมิติ ก็ต้องมีเงินไปซื้อหาของใส่มิติแต่หนูไม่มีเงินเลยนะตา?"

"ข้ารู้แล้ว เอางี้พรุ่งนี้เจ้าอยากได้อะไรเจ้าก็จดใส่กระดาษมา แล้วข้าจะหาของใส่มิติให้เจ้าเอง ยกเว้นเงินทองนะข้าให้ไม่ได้จำไว้"

ตื่นเช้ามา สายชลนั่งงงกับความฝันเมื่อคืน จะเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า หรือฝันเพราะคิดมากไป แต่สายชลก็ยังไม่แล้วใจ ในฝันคุณตา บอกให้เธอจดของที่อยากได้เอาไปใช้ในชีวิตที่โน่น สายชลก็เริ่มคิดและเริ่มจดว่าจะอะไรไปบ้าง ตั้งแต่เอาไปใช้เอาไปเป็นอาหารและเอาไปขายได้ ตั้งแต่ ข้าวสารอาหารแห้งแป้ง เครื่องปรุง ยารักษาโรค ยารักษาแผล เนื้อหมูไข่ไก่ ผ้า ที่นอน หมอน ผ้าห่มผ้านวมอย่างดี หม้อไห กระทะ มีด หม้อนึ่ง บะหมี่สำเร็จรูป สบู่ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ผง-ซักฟอก เนื้อเค็ม หมูเค็ม น้ำพริก ขนมต่างๆ นม ผลไม้ กล้วยส้ม แตงโม องุ่น สตรอว์เบอร์รี ชุดสำเร็จรูปของเด็ก ของผู้ใหญ่ ทั้งชายหญิง รถจักรยาน จักรเย็บผ้า นาฬิกาข้อมือ น้ำตาล เกลือ เกี๊ยวสำเร็จรูป กระดาษดินสอ ผ้าอนามัย ผลไม้ นมกล่อง เสื้อผ้าเด็ก วิตามิน ครีมบำรุงผิว ครีมทาหน้า เครื่องสำอาง แป้งลิปสติก ถ้วยจานตะเกียบ เมล็ดพันธุ์ผัก เครื่องมือทำการเกษตรฯ

สายชลเริ่มลนลาน คิดไม่ออกจะเอาอะไรไปอีกแต่ก็คิดไม่ออก เลยใส่จำนวนอย่างละ 200 ชุด ถ้าได้ไปจริง ก็เอาของที่ไม่ต้องมีไว้ใช้เยอะๆ เอาไปขายตลาดมืดก็แล้วกัน

พอตกเย็นสายชล สายชลก็อยากให้มืดเร็วๆ เพราะเธอเองก็อยากจะรู้ว่าเรื่องที่เธอฝันเมื่อคืนจะเป็นจริงหรือเปล่า จึงนั่งนับเวลาเฝ้ารอ

พอตกดึก เธอก็หลับไปและก็ได้ฝันถึงตาอีกจริงๆ

"นังหนูข้าเห็นรายการของที่เจ้าเขียนขอมาแล้วนะ ก็อยู่ในของที่ใช้เพื่อการดำรงชีพ ข้าให้เจ้าตามที่ขอก็แล้วกัน เวลาเจ้าจะใช้ของก็นึกถึงข้าหรือนึกถึงมิติก็จะมีของออกมาให้เจ้าได้ใช้ แต่ก็ระมัดระวังตัวด้วยล่ะ"

"คุณตาคะ หนูมีปัญหาตรงที่หนูหุงข้าว ทำอาหาร ก่อไฟไม่เป็นคุณตาช่วยให้ทำเป็นด้วยนะคะ และความจำของร่างหนิงอันด้วยนะคะ หนูจะได้ไปช่วยซือเป่าได้ง่ายหน่อยค่ะตา"

"เอาได้ข้าให้ เพราะถ้าเจ้าทำอะไรไม่เป็นเลย เจ้าหนูหยางซือเป่ามีหวังอดตายแน่ งั้นเจ้าก็เตรียมตัวได้แล้ว เพราะพรุ่งนี้เช้า แม่หนิงอันจะกินอาหารที่มีคนเอาสารหนูมาใส่ แล้วเสียชีวิต เอาละ ข้าไปละ ขอให้เจ้าทำภารกิจสำเร็จนะ"

….

"แม่.. แม่ ตื่น ซือเป่าหิวข้าวแลัว ฮือ.ฮือ." หนูน้อยหยางซือเป่าอายุ 4 ขวบกว่ากำลังเขย่าตัวแม่หนิงอันที่นอนฟุบอยู่หน้าประตูห้องนอน จนเห็นแม่ค่อยลืมตาขึ้นจึงหยุดเขย่า และบอกว่า

"แม่ตื่นแล้ว ซือเป่าหิวข้าวครับ"

สายชลรู้สึกตกใจที่เธอมาอยู่ตรงนี้จริงๆ แต่ด้วยความที่เธออ่านนิยายเรื่องนี้เป็นสิบเที่ยวเธอแล้วจึงรู้ว่าใครเป็นใคร แต่ที่เธอตกใจไปกว่าการทะลุมิติมาก็คือกลิ่นในบ้านหลังน้อยนี้ ช่างเหม็นอับเหม็นกลิ่นฉี่และสกปรกมากๆ จนเธอแทบจะหายใจไม่ออก ไหนจะกลิ่นอาหารที่เธอกินเข้าไปที่ท่านตาบอกว่ามีคนเอาสารหนูมาใส่แล้วร่างกายเธอจะเป็นอะไรหรือเปล่า แต่ตอนนี้เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน รีบหาอะไรให้ลูกชายตัวน้อยของหนิงอันกินก่อนแล้วกัน และต่อไปเธอก็จะเป็นแม่ให้ซือเป่าตัวน้อย และเป็นหนิงอันคนใหม่เอง

"จ้าลูก เดี๋ยวแม่หาอะไรให้กินนะครับ"สายชล (ต่อไปจะใช้ชื่อเป็นหนิงอัน)

หนิงอันจึงเดินไปหลังบ้านที่เป็นครัวแต่ไม่มีอะไรให้ลูกชายกินได้เลยในตอนนี้ เธอจึงนึกถึงมิติของท่านตา ขอซาลาเปาร้อนๆ กับนมมาให้ซือเป่าได้กินก่อนพร้อมกับกล้วยหอมอีก 1 ลูก

พอเธอนึกถึงมิติ ก็มีซาลาเปาร้อนๆ 3 ลูก นมกล่อง พร้อมกล้วยหอมลูกใหญ่สีเหลืองน่ากินวางอยู่ในๆ มือของเธอ

หนิงอันดีใจมาก และนึกขอบคุณท่านตา ที่เมตตาให้ทุกอย่างมาอย่าที่บอก และต่อไปนี้เธอจะเลี้ยงดูซือเป่าให้เป็นอย่างดี

"มาลูกมากินอาหารบนโต๊ะนี่มา กินแล้วลูกอย่าไปบอกใครนะว่าบ้านเรามีอะไรกิน เข้าใจไหมคะ"

"เข้าใจครับแม่"

ซือเป่าเห็นซาลาเปาลูกใหญ่ขาวนุ่ม มีกลิ่นหอมน่ากินมาก และยังมีกล้วยหอมและนมที่ซือเป่าไม่เคยกิน แต่แม่ก็เอาให้กินเขาก็กิน เขาก็นั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย เขาไม่เคยกินอะไรที่อร่อยอย่างนี้มาก่อนเลยตั้งแต่เกิดมา

"อร่อยมากเลยครับ แม่กินด้วยสิครับ"

"ซือเป่ากินให้อิ่มเลยลูก ไม่ต้องห่วงแม่ ของแม่ยังมีอีกเยอะลูก"

ซือเป่าถึงแม้จะแปลกใจ ทั้งคำพูดของแม่ ทั้งมีของให้กินอร่อยอีก แต่ด้วยความเป็นเด็กก็ไม่ได้คิดอะไรได้ลึกซึ้งมากนัก ก็แค่กินให้อิ่มตามที่แม่บอกอย่างมีความสุขเท่านั้น

เมื่อลูกชายกินอิ่มแล้วเธอจึงคิดจะอาบน้ำให้ลูกชายก่อนเพราะเนื้อตัวลูกชายที่ทั้งมอมแมมเสื้อผ้าก็สกปรก แม้แต่ตัวเธอเองก็สกปรกไม่แพ้กัน คนอะไรหนอถึงได้ขี้เกียจและสกปรกได้ขนาดนี้ ตอนอ่านในหนังสือยังไม่คิดว่าจะถึงขนาดนี้ ดูซือเป่าสิผอมและดูแย่กว่าที่เธอคิดไว้มากเลย

ระหว่างที่ลูกชายกินอาหารอยู่ หนิงอันก็เก็บเสื้อผ้าข้าวของหนิงอันและของซือเป่าออกมาเพื่อเอาไปซักที่ลำธารหลังบ้าน

"อิ่มแล้วเหรอลูก" หนิงอันเห็นซาลาเปาเหลืออีกหนึ่งลูก

"อิ่มแล้วครับแม่ อร่อยมากเลยครับ"

เด็กน้อยซือเป่าถึงจะผอมแห้งแต่แววตาก็ดูสดใส พอได้กินอิ่มท้องก็ดูสดใสน่ารักไม่น้อย คอยดูนะเธอจะเลี้ยงให้แก้มเป็นซาลาเปาเลยทีเดียว

"งั้นก็ไปอาบน้ำกันนะคะลูก"

"ครับแม่"

สองคนแม่ลูกปิดบ้าน และเดินไปที่ลำธารหนิงอันถือถังใส่ผ้าที่จะซักไปด้วย เมื่อไปถึงหนิงอันก็เอาสบู่ออกมาจากมิติเพื่ออาบน้ำให้ลูกชายเธอ ขัดเนื้อตัวสระผม เมื่ออาบน้ำเสร็จก็เห็นว่าผิวของซื้อเป่านั้นขาวอยู่แต่ก็ยังซีดเชียวเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เธอเอาออกมาจากมิติให้ซือเป่าใส่หลังจากนั้นหนิงอันก็แอบเอาผงซักฟอกออกมาและซักเสื้อผ้าที่มีอยู่ไม่กี่ชิ้นจนผ้าที่ซักเริ่มสะอาดขึ้นมากเท่าที่ที่เธอจะทำได้ จึงพาลูกน้อยกลับไปบ้าน

"มัวไปไหนมายะ แม่หนิงอันนี่มันเวลาอะไรแล้ว ทำไมไม่ออกไปแปลงนาอีก" เสียงแม่เฒ่าหยางส่งเสียงดัง


ทำความสะอาด

ตอนที่ 2

ทำความสะอาด

หนิงอันเมื่อได้ยินเสียงแม่สามีถามก็ตอบไปแบบไม่เกรงกลัว

"ตอนนี้ฉันได้รับอนุญาตให้อยู่เลี้ยงดูลูกได้ เพราะคูปองสามีฉันก็ส่งมาให้ ค่าแต้มของพี่ลู่เหวินสามีฉันก็ได้เต็ม ถ้าไม่ถูกเอาเปรียบฉันกับลูกคงอยู่กันได้ไม่อดอยากถึงขนาดนี้หรอกค่ะ"

"แกว่าใครเอาเปรียบแก" แม่เฒ่าหยางตะคอกเสียงดังแต่ก็นึกแปลกใจในคำพูดของสะใภ้รอง

"ก็ใครเอาเปรียบก็คนนั้นแหละ ถ้าฉันทนไม่ไหวฉันสักวันฉันก็จะไปแจ้งทางการเหมือนกันว่าฉันกับลูกถูกใครเอาเปรียบบ้าง"

หนิงอันก็แกล้งขู่ไปบ้างเพราะเท่าที่เธอรู้จากการอ่านนิยายมา หนิงอันคนเดิมเพราะความขี้เกียจ และไม่เคยปกป้องสิทธิ์ของเธอ ยอมคนบ้านแม่สามีทุกคนไม่ให้ก็ไม่เอา แล้วตัวเองก็จะพาให้ลูกอดตายได้กินกันแต่ผักป่าต้มหลังจากเงินที่ถูกเจียดมาให้น้อยนิดหมดลง

"แกอย่ามาทำปากดีนะ ถ้าตาหยางกลับมาคราวนี้ ฉันจะให้ลูกชายฉันหย่ากับแกเสียที ผู้หญิงขี้เกียจสันหลังยาว และแสนจะสกปรก คนแบบแกไปไหนก็มีแต่คนรังเกียจ"

แม่เฒ่าหยางก็รู้สึกผิดปกติกับสะใภ้รอง ที่ทุกทีไม่เคยมีปากมีเสียง แต่วันนี้กลับเถียงนางฉอดๆ และยังพาลูกชายไปอาบน้ำมาอีก ซึ่งดูผิดวิสัยไปไม่น้อย

ในความเป็นจริงแล้วหยางลู่เหวิน สามีของหนิงอัน ส่งเงินมาให้ที่บ้านใหญ่พร้อมให้แบ่งให้ลูกและภรรยา เดือนละ 10 หยวนทั้งคูปองอาหารและคูปองผ้า แต่แม่สามีก็ไม่เคยให้ทั้งหมด ให้เพียงเงินเดือนละ 5 หยวนและคูปองอาหารเท่านั้น เพราะยังไม่ได้แยกบ้านกัน เพียงแยกให้หนิงอันกับลูกไปอยู่กระท่อมหลังรั้วบ้านเพราะทุกคนรังเกียจที่นางขี้เกียจ และสกปรกเท่านั้น แม้แต่อาหารส่วนกลางบ้านใหญ่ก็ไม่ให้บ้านหนิงอัน เพราะเห็นว่าหนิงอันไม่มีแต้มการทำงานส่วนกลาง

เมื่อแม่เฒ่าหยางได้ยินคำพูดแปลกของลูกสะใภ้ก็เดินหันหลังกลับไปอย่างไม่พอใจ

เมื่อแม่สามีเดินกลับไปแล้ว หนิงอันก็ตากผ้าที่ซักมา และเข้าไปบ้านสำรวจข้าวของในบ้าน

บ้านหลังนี้คงจะเรียกว่ากระท่อมคงจะเหมาะกว่า เพราะเป็นบ้านดินมีหนึ่งห้องนอน หลังคามุงด้วยหญ้าแห้ง มีห้องโถงเล็กๆ มีโต๊ะไม้หยาบๆ มีเก้าอี้ที่เป็นไม้ต่อขามาไว้นั่งอยู่สามตัวไว้ใช้นั่งทำงานและทานอาหาร หลังบ้านมีแค่แท่นดินที่ก่อมาไว้สำหรับตั้งเตาฟืนสำหรับทำอาหาร มีฟืนอยู่ไม่กี่อันกองอยู่ มีหม้อกระทะและมืด เก่าๆ 1 อัน ในถังมีข้าวสารชั้นเลวไม่ถึงครึ่งชั่ง และถั่วเหลืองอีกกำมือเดียวมีแค่นี้จริงๆ ในครัว ของหนิงอัน

"ซือเป่าลูกเดี๋ยวแม่จะเอาที่นอนในห้องไปตากแดด หนูมานั่งที่นี่ก่อนนะลูก"

"ครับแม่"

หนิงอันเอาที่นอนบางๆ เก่าคร่ำคร่า ออกไปและใช้ไม้ฟืนตีแรงๆ ให้หมดฝุ่น และผึ่งแดดไว้และเข้ามาเก็บกวาดเปิดหน้าต่างห้องนอนที่มีเพียงบานเดียวให้อากาศถ่ายเท ดีที่พื้นห้องเป็นพื้นเป็นพื้นปูน คงเป็นลู่เหวินสามีหนิงอันทำไว้ให้ตอนกลับมาบ้านปีที่แล้วตอนแยกให้เธอกับลูกมาอยู่บ้านหลังนี้ และห้องน้ำก็เป็นพื้นปูน และเป็นส้วมแบบนั่งยอง เธอค่อยโล่งใจที่ไม่เป็นส้วมหลุมมิเช่นนั้นเธอคงต้องหาทางสร้างห้องส้วมใหม่เป็นแน่ ก็ยังถือว่าสามีหนิงอันก็ใส่ใจลูกเมียพอสมควร

ในห้องนอนมีตู้เสื้อผ้า1 หลังข้างในมีเสื้อผ้าม้วนไว้ไม่กี่ชิ้น และมีเงินอยู่ 2 หยวนกับ 3 เหมา

เมื่อเก็บกวาดจนสะอาดแล้วหนิงอันตัดสินใจเอาที่นอนออกมาจากมิติ เอาผ้าห่มออกมา 2 ผืนพร้อมหมอนอีกสองใบพร้อมนำผ้าปูที่นอนสีเทามาปูทับ ทำให้ที่นอนน่านอนขึ้นมามาก

เธอทำความสะอาดบ้านจนใกล้ถึงเวลาอาหารมื้อเที่ยง ปกติคนที่นี่ไม่ค่อยได้ทานกัน แต่ตอนนี้เธอมาเพื่อเลี้ยงดูซือเป่าเธอจะต้องให้ซือเป่าได้กินให้อิ่ม จึงไปก่อไฟเอาข้าวขาวออกมาใส่โถไว้ และเอามาทำเป็นข้าวต้ม พร้อมเอาไข่ไก่ออกมา 6 ฟอง น้ำมันพืชมาเทใส่โถน้ำมันไว้และเก็บขวดใส่มิติไว้ มื้อนี้หนิงอันทำเป็นข้าวต้มไข่เจียวไว้กินกันสองคนแม่ลูก

"แม่ทำอะไรครับ หอมจังเลยครับ"

"แม่ทำข้าวต้มกับไข่เจียวให้ซือเป่ากินลูก มา มานั่งกินข้าวกันลูก" สองคนแม่ลูกก็กินข้าวต้มไข่เจียวกันอย่างเอร็ดอร่อย สีหน้าของซือเป่านั้นดูมีความสุขเหลือเกินเวลาได้กินอาหาร หนิงอันนั่งมองซือเป่ากินข้าวอย่างมีความสุขเช่นกัน

"อร่อยมากเลยครับแม่ ที่นอนก็สวยมากเลยแม่เอามาจากไหนครับ ซือเป่าเห็นในห้องนอน"

"ซือเป่าห้ามบอกใครนะลูกว่าบ้านเรามีอะไรบ้างของกินก็ไม่ต้องบอกใครว่าเรามีอะไรกินนะลูก มันจะเป็นอันตรายได้นะลูก" หนิงอันได้แต่บอกให้ลูกแค่นั้น เพราะลูกยังเล็กเกินไปที่จะรับรู้เรื่องที่ซับซ้อน

"ครับแม่ ซือเป่าจะไม่บอกใคร"

ซือเป่ารู้สึกชอบแม่ที่เป็นแบบนี้มากเพราะเขาได้กินของอร่อย และวันนี้แม่ดูแล และพูดคุยกับเขา ไม่เหมือนเมื่อก่อนขออย่าให้แม่วันนี้หายไปเลย ซือเป่าคิด

"เดี๋ยวกินข้าวแล้วแม่จะไปเก็บฟืนนะลูก "

"ซือเป่าไปด้วยครับซือเป่าเคยไปบ่อยๆ"

ก็ได้ลูก หนิงอันปิดประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยก็หยิบหมวกเก่าที่วางอยู่หลังบ้านสวมให้ลูกชาย ส่วนเธอใช้เสื้อตัวเก่าคลุมกันแดด เดินออกไปชายป่าหลังบ้าน สองคนแม่ลูกช่วยกับเก็บกิ่งไม้แห้งมากองรวมกัน จนได้กองโตพอที่จะแบกไหวก็หยุด หนิงอันเอามีดในมิติมาตัดเถาวัลย์เส้นเล็กๆ มามัดฟืนและแบกฟืนกลับบ้านหนิงอันเห็นเหงื่อลูกชายไหลย้อยก็สงสาร เธอลืมไปว่าน่าจะมาตอนเช้า จึงให้ลูกนั่งพักเอาน้ำผลไม้มาให้ลูกชายดื่ม และเธอเองก็เอาน้ำเปล่าออกมาดื่มให้คลายร้อน เช่นกัน

"น้ำอะไรครับแม่อร่อยมากเลยครับ"

"น้ำผลไม้ลูก ถ้าชอบแม่จะเอามาให้ลูกกินบ่อยๆ นะลูก"

หลังจากสองแม่ลูกเดินถึงบ้านเอาฟืนมาเก็บแล้วหนิงอันก็ไปตักน้ำจากลำธารมาอาบ และมาใส่ถังในห้องน้ำและห้องครัว ส่วนน้ำดื่มนั้นหนิงอันนำน้ำมาต้มด้วยหม้อใบใหญ่ไว้ เธอล้างตุ่มใส่น้ำกินให้สะอาดรอให้น้ำต้มสุกเย็นดีแล้ว ก็เทน้ำต้มใส่ตุ่มปิดฝาไว้ใช้ดื่มกิน

เย็นนี้ หนิงอันเอาเนื้อหมูในมิติออกมาหั่นเป็นชิ้นๆ เอาเกลือมาคลุกๆ หมักไว้ และหุงข้าวสวยพอสุกก็ทอดหมูที่หมักไว้ และทำไข่ดาวอีกคนละฟอง หนิงอันตักข้าวราดด้วยหมูทอดกับไข่ดาวหอมๆ คนละจานกับลูกชาย

"มาลูกซือเป่ามากินข้าวกันลูกน่าอร่อยมากเลย"

"น่ากินมากเลยครับแม่"

"กินให้หมดนะลูก เดี๋ยวแม่มีส้มให้กินด้วย"

เมื่อสองคนแม่ลูกกินอิ่มแล้วหนิงอันก็มาล้างถ้วยจานกระทะเก็บ และชวนซือเป่าไปอาบน้ำ หนิงอันเอาแปรงสีฟันของเด็กและยาสีฟันเด็กออกมาและสอนซือเป่าแปรงฟัน จนซือเป่าสามารถแปรงเองได้

"ลูกต้องแปรงฟันตอนเช้าและก่อนนอนนะลูกฟันจะได้สะอาด และต้องอาบน้ำทุกวันด้วยนะคะลูก"

"ครับแม่"

เมื่ออาบน้ำกันแล้ว หนิงอันก็เอาเสื้อนอนกางเกงนอนเด็กผ้ายืดนิ่มสบายๆ ออกมาให้ซือเป่าสองชุดและของตัวเอง 2 ชุด

หนิงอันนึกขอบคุณคุณตาที่ให้ของในมิติเธอมา และของที่เอาออกมาจะดูเนื้อผ้าดี แต่สีไม่ฉูดฉาดทั้งรูปแบบก็กลมกลืนกับยุคสมัยทำให้ดูไม่แปลกตา จึงทำให้เธอโล่งใจมากขึ้น ในการเอาของจากมิติออกมาใช้

หนิงอันคิดไว้ว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปในเมือง จะไปดูของที่ขายในร้านค้าสหกรณ์ว่าเขาขายกันแบบไหนราคาเท่าไหร่ ถ้ามีโอกาสเธอจะได้นำออกมาขาย

….

..ทางด้านแม่เฒ่าหยาง เมื่อเดินกลับจากกระท่อมของสะใภ้รอง นางก็มานั่งสีหน้ากังวลเล็กน้อย

"คุณแม่เป็นอะไรคะนั่งหน้ายุ่งเลย" หยางหนิงอ้าย ลูกสาวคนเล็กวัย 16 ของแม่เฒ่าหยางถามแม่ขึ้น

"เมื่อกี้แม่ไปดูแม่หนิงอันมา วันนี้มันดูแปลกๆ พูดก็แปลกไปชอบกล"

"ห๊า!มันยังไม่ได้? …เออมันแปลกยังไงคะคุณแม่" หนิงอ้ายดูตกใจ แต่ก็ปรับสีหน้า และถามแม่เฒ่าหยาง

"ดูมันกล้าเถียงแม่ ปกติมันก้มหน้าอย่างเดียว และมันยังไปซักผ้าและอาบน้ำให้ซือเป่าอีกด้วยนะวันนี้"

"ก็แปลกนะคุณแม่ หรือมันจะคิดได้"

"คนอย่างมันน่ะเหรอ ถ้าคิดได้มันคงคิดได้ไปนานแล้ว"

"แม่ก็อย่าไปใส่ใจมันเลย พี่ลู่เหวินกลับมาก็ให้พี่ลู่เหวินหย่ากับมันเสียเลย พี่จินหมิงเซียน ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้านเขารักพี่ลู่เหวินมาตั้งนาน หนูว่าพี่หมิงเซียนเขาก็น่ายินดีจะเลี้ยงลูกติดให้พี่ลู่เหวินนะคะ"

สองแม่ลูกก็พูดคุยกันและใฝ่ฝันที่จะได้เกี่ยวดองกับหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อเป็นหน้าเป็นตากับบ้านหยาง


♥️♥️♥️

สำรวจตลาด

ตอนที่ 3

สำรวจตลาด

เช้านี้หนิงอันตั้งใจจะไปสำรวจราคาข้าวของ ที่ร้านค้าสหกรณ์ และจะเข้าไปในตลาดมืดเพื่อจะลองนำของไปขาย จึงรีบทำอาหารเช้าให้ลูก เช้านี้เธอนำข้าวที่เหลือเมื่อวานมาผัดใส่หมูและไข่เป็นอาหารเช้า แล้วจะพาลูกชายไปฝากพ่อแม่ของเธอที่ท้ายหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลนัก

เมื่อเธออาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ดูดีขึ้นทั้งของเธอและลูกชายตัวน้อย วันนี้เธอทาครีมบำรุงผิวทั้งหน้า และตัว มัดรวบผมให้เรียบร้อยก็ดูสดใสขึ้นมา หนิงอันคนนี้ รูปร่างหน้าตา สวยมากทีเดียว มีอกใหญ่สะโพกผายกลมกลึงผิวก็ขาวสวยถ้าไม่ขี้เกียจและสกปรก เธอจะดูดีมากกว่านี้เธอไม่แน่ใจว่าหยางลู่เหวินเลือกหนิงอันมาเป็นภรรยา เพราะความสวยหรือเพราะเหตุอื่นในหนังสือที่เธออ่านไม่ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้

หนิงอันพาลูกน้อยเดินเท้าไปบ้านตายาย เธอไม่ลืมที่จะเอาซาลาเปาไปเผื่อพ่อกับแม่ และพี่ชาย พร้อมทั้งนำข้าวสาร และน้ำตาลเกลือจากมิติไปให้ที่บ้านพ่อแม่ด้วย

"แม่คะ สวัสดีค่ะ"

"มาไงแต่เช้าลูก เข้ามาๆ กินข้าวมากันหรือยังลูก"

"กินกันแล้วค่ะแม่ วันนี้หนูเอาซือเป่ามาฝากนะคะแม่ หนูจะไปตลาด และนี่ของหนูเอามาฝากค่ะแม่ "

"นี่ลูกเอาอะไรมาเยอะแยะ ของดีๆ ทั้งนั้นเลย ผัวส่งเงินมาก็ใช้ประหยัดๆ บ้างนะลูก "

"ไม่เป็นไรค่ะแม่ หนูพอมีค่ะ หนูก็เลยแบ่งให้แม่บ้างเพราะทุกคนในบ้านเราก็ลำบาก"

"พ่อกับพี่จิ้นเหอไปแปลงนาแล้วเหรอคะ"

"วันนี้ทั้งสองคนไปรับจ้างเขาขุดบ่อน้ำที่บ้านใกล้ๆ นี่แหละ งานแปลงนาหมดแล้วละตอนนี้"

"อ่อค่ะ งั้นหนูไปก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไม่ทันเกวียน"

"ซือเป่าอยู่กับคุณยายนะลูก หิวก็กินซาลาเปา และขนมแม่ห่อมาให้ลูกแล้วนะครับ"

"ครับแม่"

แม่เฒ่าอู๋ก็สังเกตุเห็นว่าวันนี้ลูกสาวตัวเองดูสะอาดเอี่ยมพูดจาดี แปลกกว่าทุกครั้ง หลานชายตัวน้อยก็ดูเอี่ยมตาน่ารักจึงนึกดีใจว่าลูกสาวคงเปลี่ยนแปลงตัวเองได้บ้างแล้ว

หลังจากนั้น หนิงอันก็เดินออกไปขึ้นเกวียนรับจ้างประจำหมู่บ้านเพื่อเข้าไปในเมือง ที่มีวิ่งรับส่งวันละสองรอบ เมื่อไปถึงตรงที่จอดเกวียน ก็มีคนนั่งอยู่บนเกวียนแล้ว 3-4 คน เมื่อเธอขึ้นไปนั่งแล้วก็จ่ายเงินค่าเกวียนไป 3 เฟิน (ค่าเงิน10เฟิน=1เหมา 10 เหมา เท่ากับ 1 หยวน)

คนที่นั่งอยู่ก่อนมีจิงหมิงเซียน ลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านที่เคยเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันกับหนิงอัน แต่ก็มาโกรธกันตอนที่ลู่เหวินมาเลือกแต่งงานกับหนิงอัน ทั้งที่หมิงเซียนเองก็แอบชอบลู่เหวินมาก่อน

จิงหมิงเซียนรู้สึกว่าวันนี้หนิงอันแต่งตัวสะอาดสะอ้าน แถมยังได้กลิ่นหอมจากตัวหนิงอัน จากที่เคยมีแต่กลิ่นเหม็นเหงื่อไคล แต่วันนี้กลับดูเปลี่ยนไป จึงรู้สึกไม่ชอบใจและอิจฉาขึ้นมา

เมื่อคนโดยสารเต็มเกวียนแล้ว คนขับเกวียนก็เริ่มออกเดินทาง ระยะทางจากหมู่บ้านถึงตลาดตัวเมือง ราวๆ สิบลี้ใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาทีก็ถึง บางคนไม่รีบและไม่อยากเสียค่าโดยสารก็จะเดินเท้าเข้าเมืองก็ยังพอไหว

เมื่อเกวียนไปจอดที่หน้าตลาด หนิงอันจึงเดินลงจากเกวียนเดินตรงไปที่สหกรณ์เป็นที่แรก เพื่อดูของที่ขาย และราคาของ เมื่อไปถึงก็เข้าไปเดินดู ราคาหม้อกระทะ มีด จะมีตั้งแต่ราคา 10 กว่าหยวนจนถึง 30 หยวนและยังต้องมีคูปองอุตสาหกรรมที่ปีหนึ่งจะได้รับเพียงครั้งเดียว นอกนั้นก็เป็นของกินที่ต้องใช้คูปองแทบทั้งสิ้น

"พี่สาวต้องการหาอะไรคะเดี๋ยวน้องช่วยดูให้ค่ะ" พนักงานของร้านเข้ามาสอบถามด้วยความมีจิตใจที่พร้อมให้บริการ

"พี่กำลังดูไปเรื่อยๆ ค่ะยังไม่ตัดสินใจค่ะ "

"พี่สาว ทำไมตัวพี่สาวหอมจังเลยใช้อะไรเหรอคะหรือน้ำหอม"

"อ๋อเป็นครีมทาผิวค่ะ ช่วยให้ผิวไม่แห้ง และมีกลิ่นหอมด้วย"

"พี่มีแบ่งขายหรือไม่คะ" พนักงานขายแอบกระซิบถาม

"ก็พอมีค่ะ พอดีมีคนส่งมาให้จากปักกิ่งแต่ราคาก็สูงอยู่นะคะขวดละ 3 หยวนเลยนะแต่ไม่ต้องใช้คูปอง"

"พี่เอามาแบ่งให้หนูซักขวดได้ไหม หรือมีมากหนูก็จะรับมาขายให้ลูกค้าต่ออีกทีค่ะ"

"เดี๋ยวน้องออกตามพี่ไปข้างๆ ร้านนี่ได้ไหมพี่จะไปเอาของให้ดู"

"ได้ค่ะพี่สาว"

หนิงอันเมื่อเดินออกไปเห็นปลอดคนก็นำครีมออกมาใส่ถุงผ้า จำนวน 10 ขวด และยืนรอพนักงานขาย

"พี่สาวคะ "

"นี่ไงลองดูนะพี่มีมา 10 ขวด"

เมื่อพนักงานขายเห็นของก็คิดในใจว่าต้องขายได้กำไรอย่างแน่นอน จึงรับซื้อไว้ทั้งหมด 10 ขวด

"พี่สาวคะ หนูชื่อเหมยเจี้ยค่ะ ถ้าพี่มีของดีดีมาอีก พี่แอบมากระซิบบอกหนูด้วยนะคะ"

"ได้ค่ะ พี่ชื่อหนิงอันมาจากหมู่บ้านเจี้ยกังใกล้ๆ นี่แหละค่ะ"

"เอานี่ค่ะเงิน สามสิบหยวน"

"ขอบใจมากค่ะ งั้นพี่ไปก่อนนะคะ"

"ค่ะพี่สาว"

หลังจากหนิงอันเก็บเงินเข้ามิติเรียบร้อยแล้ว จึงเดินเรียบถนนข้างตลาด เพื่อเข้าไปในตลาดมืด เมื่อใกล้ปากทางเข้าตลาดมืดหนิงอันก็เอาผ้ามาคลุมหน้า พร้อมเดินเข้าไปบอกรหัส และจ่ายค่าผ่านทางจำนวนสามเฟิน

เมื่อเข้าไปแล้วหนิงอันก็เดินดูข้าวของที่มีขายในตลาดมืด วันนี่ที่เธอเห็นมีทั้งของกิน ของใช้ และดูวิธีขายของแต่ละคนจนเธอแน่ใจ ก็ลองใช้วิธีเดินไปถามคนที่กำลังเดินหาของ

"สวัสดีค่ะคุณป้าเดินหาอะไรอยู่คะ"

"พอดีลูกชายป้าจะแต่งงานแยกครัว เลยจะหาซื้อมีด กระทะกับหม้อนะ แต่วันนี้ไม่มีเลย"

"งั้นเดี๋ยวป้ารออยู่ตรงนี้นะคะเดี๋ยวหนูจะเอามาให้ป้าดูค่ะถ้าถูกใจค่อยซื้อค่ะ"

"ได้แม่หนูป้าจะรอ"

หนิงอันเดินมาที่ลับตาคนก็เอากระทะขนาดกลางหม้อขนาดกลางและมีดทำครัวมา อย่างละชิ้น และเดินกลับไปที่คุณป้ายืนรออยู่

"คุณป้าลองดูนะคะ อันนี้ของอย่างดีค่ะในสหกรณ์ยังไม่ดีเท่านี้เลยค่ะ"

"แม่หนูป้าถูกใจมากเลย ดูดีน่าใช้จริงๆ หนูขายยังไงคะ"

"สำหรับมีดกับกระทะเป็นเหล็กชั้นดี ราคาชิ้นละ 30 หยวนค่ะ หม้อนี่ยี่สิบห้าหยวนหนูคิดป้าแค่ 20 หยวนค่ะ"

"โอไม่แพงๆ เอานี่ 80 หยวนป้าดีใจจริงๆ หาของให้ลูกชายได้แล้ว"

"ขอบคุณมากนะคะคุณป้า"

หลังจากขายของได้แล้วหนิงอันก็แอบเอาเนื้อหมูกับเครื่องปรุงและผลไม้ออกมาเล็กน้อยและเดินออกจากตลาดมืด ไปนั่งทานบะหมี่น้ำใกล้ๆ กับที่จอดเกวียน พร้อมสั่งบะหมี่ไปให้คนที่บ้านแม่กับลูกชายเธอด้วย

วันนี้หนิงอันขายของได้ 110 หยวน ใช้ไป แค่ 6 เหมาได้แค่นี้เธอก็พอใจแล้ว อย่างน้อยเธอก็มีเงินพอใช้จ่าย และหากมีรายได้มากขึ้นคงต้องช่วยเหลือ ทางพ่อแม่และพี่ชายเธอบ้าง เพราะพี่ชายเธอไม่กล้าแม้จะแต่งงานเพราะไม่มีเงินมากพอ เธอคงต้องช่วยพี่ชายเธอบ้างทีละเล็กละน้อยจะได้ไม่เป็นที่ผิดสังเกต


หนิงอันหาเงินได้แล้ว

♥️Baichacha

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ