ไลฟ์สไตล์

ผลลัพธ์สงครามระหว่างแมวกับหนู ดูเหมือนว่าหนูจะเป็นฝ่ายชนะแมว

Howl
เผยแพร่ 18 พ.ย. 2564 เวลา 00.30 น.

แมวกับหนูดูเหมือนว่าจะเป็นคู่ปรับกันตลอดกาล

เราคงเคยทั้งได้ยินและได้เห็นว่าแมวนั้นชอบจับหนู เรียกได้ว่าแมวเป็นศัตรูตัวฉกาจของหนูเลยทีเดียว จนเรารู้สึกว่ายังไงหนูก็ต้องแพ้แมวแน่ๆ ถ้าหนูจะชนะก็คงมีแต่ในการ์ตูนเรื่อง Tom and Jerry เท่านั้นแหละ แต่ในงานวิจัยล่าสุดนี้ดูเหมือนว่าในเกมไล่จับระหว่างแมวกับหนู ฝ่ายหนูกลับเป็นผู้ชนะเสียอย่างนั้น

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการเก็บข้อมูลจากพื้นที่จริง โดยเป็นที่โรงงานรีไซเคิลขยะในกรุงนิวยอร์ก ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีประชากรหนูมากแห่งหนึ่งของโลกเนื่องจากเป็นเมืองใหญ่และมีจำนวนผู้คนอยู่อาศัยเยอะมากเลยทำให้มีขยะที่เป็นแหล่งอาหารของหนูมากตาม โดยงานวิจัยนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างทีมนักวิจัยจากสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย เพื่อศึกษาดูผลกระทบว่าเราสามารถใช้แมวเพื่อลดจำนวนประชากรหนูได้จริงๆ หรือไม่

เมื่อทีมนักวิจัยได้พบว่าการเพิ่มขึ้นของหนูในโรงงานรีไซเคิลขยะแห่งนี้ ได้ดึงดูดแมวจรจัดจำนวนหนึ่งมาหา ทำให้พวกเขาได้ทำการจับหนูมาฝังไมโครชิปแล้วปล่อยคืนที่เดิมเพื่อศึกษาพฤติกรรมของพวกมันทั้งในการเคลื่อนที่และคอยจับตาดูว่าในหนูจำนวนนี้จะมีตัวไหนถูกแมวล่าบ้าง 

แต่ผลกลับออกมาน่าผิดหวัง เมื่อทำการทดลองไปนานถึง 79 วัน ปรากฏว่ามีหนูถูกแมวล่าสำเร็จเพียงแค่ 2 ตัวเท่านั้น และมีการคอยตามเพื่อเล็งหาโอกาสจับหนูเพียงแค่ 20 ครั้ง เรียกได้ว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับระยะเวลาทั้งหมด

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ ทางทีมนักวิจัยให้เหตุผลอยู่ 2 อย่าง คือ อย่างแรกหนูเป็นเหยื่อที่ชาญฉลาด พวกมันค่อนข้างไม่ประมาทแมวและรอบคอบมากๆ ทำให้เมื่อหนูรู้ว่ามีแมวอยู่ในพื้นที่เดียวกัน พวกมันจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลายเป็นอยู่ในซอกหลืบหรือซ่อนตัวมากขึ้น ทำให้แมวหาไม่เจอ ซึ่งนี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่าทำไมพอมีแมวแล้วหนูถึงหายไป ไม่ใช่เพราะว่าแมวล่าหนูเก่ง เพียงแต่หนูซ่อนตัวดีขึ้นต่างหาก

อีกสาเหตุคือเพราะว่าหนูมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าเหยื่ออื่นๆ มาก ว่ากันว่าหนู (Rat) ทั่วๆ ไปนั้น มีน้ำหนักตัวประมาณ 330 กรัม เชื่อว่าในกรุงเทพฯ หลายคนคงเคยเห็นหนูท่อในเมืองที่ขนาดใหญ่เกือบค่อนแขนกันมาแล้ว ในขณะที่เหยื่อแมวอื่นๆ เช่น นก มีขนาดเพียงแค่ 15 กรัม ส่วนหนูเมาส์ (Mouse) ก็มีขนาดเพียงแค่ 30 กรัม เท่านั้น ทำให้เวลาแมวล่าเหยื่อเลยมักจะเลือกไปที่เหยื่อขนาดเล็กซึ่งล่าได้ง่ายกว่าและไม่เสี่ยงต่อการถูกทำร้ายกลับโดยเหล่าหนูที่มีขนาดตัวใหญ่ไม่น้อยอีกด้วย

ดังนั้นถ้าเลือกได้แมวมักจะไม่ค่อยล่าหนู ยกเว้นแต่ว่าไม่มีเหยื่อจริงๆ และผลลัพธ์จากพฤติกรรมนี้ทำให้ทีมนักวิจัยสรุปด้วยว่าไม่ควรใช้แมวเพื่อเป็นหน่วยล่าหนูขนาดใหญ่ เพราะสุดท้ายแล้วแมวจะใช้เวลาไปล่านกและสัตว์ป่าขนาดเล็กชนิดอื่นๆ ที่มักถูกคุกคามด้วยการขยายขนาดของเมืองอยู่แล้วให้เหลือน้อยลงไปอีก

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

แต่อย่างไรก็ดี การวิจัยนี้คงยังต้องศึกษาเพิ่มเติมทั้งในเรื่องของการสำรวจและการเก็บตัวอย่างในหลากหลายสถานการณ์ให้มากขึ้นกว่านี้ 

แต่อย่างไรก็ดีสำหรับตอนนี้ในยกแรกที่สังเวียนเมืองนิวยอร์ก ดูเหมือนว่าหนูจะเป็นฝ่ายกำชัยเหนือแมวซะแล้ว

อ่านงานวิจัยตัวเต็มได้ที่

https://www.frontiersin.org/articles/10.3389/fevo.2018.00146/full

#Howl

ดูข่าวต้นฉบับ