อาชญากรรม

สตม.เผย "ขอทานจีน" ไม่ได้ถูกบังคับมา แต่ถูกเพื่อนชวนมาทำเพราะรายได้ดี

WeR NEWS
เผยแพร่ 27 พ.ย. 2566 เวลา 08.09 น.

วันที่ 27 พ.ย. 66 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมบุคคลต่างชาติ ที่เข้ามาขอทานในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1. เป็นขอทานชาวจีน ที่ปรากฏในสื่อสังคมต่าง ๆ ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งสามารถจับกุมขอทานชาวจีนได้ 6 ราย กลุ่มที่ 2.แก๊งขอทานสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับร้านค้าและนักท่องเที่ยวย่านซอยนานา

โดยสามารถจับกุมได้ 6 ราย ดังนี้ รายที่ 1 เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 66 สน.ปทุมวัน จับกุมนางเคง (นามสมมติ) อายุ 41 ปี ได้บริเวณสกายวอร์ค BTS หน้าห้างสรรพสินค้าสยามสแควร์ โดยมี น.ส.นามี (นามสมมติ) สัญชาติไทย เป็นล่ามแปลภาษา ในชั้นจับกุมหลังจับกุมได้ถูกผลักดันส่งกลับประเทศแล้วเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 66 ที่ผ่านมา

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

รายที่ 2 นางวู (นามสมมติ) อายุ 34 ปี ถูกจับกุมโดย สน.พญาไท เมื่อวันที่ 18 พ.ย.66 ที่บริเวณสะพานลอยตรงข้ามห้างสรรพสินค้าแพลตตินัม ถ.เพชรบุรี แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ จากการสอบถามนางวู ให้การว่า เคยเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย พบเห็นมีคนขอทานตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ จึงเชื่อว่าสามารถทำเงินได้ดี จึงเข้ามาทำบ้างและได้เงินดีจริง

จากนั้นจึงได้กลับมาประเทศไทยอีกครั้งเพื่อมาเป็นขอทาน ซึ่งบางวันสามารถได้เงินจากการเป็นขอทานมากกว่า 10,000 บาท โดยเมื่อได้รับเงินแล้วจะนำไปแลกเป็นเงินสกุลหยวนเพื่อโอนเข้าบัญชี WeChat ของตนเอง และในวันที่ถูกจับกุมนางวูก็ได้โทรหา น.ส.นามี ให้นำหนังสือเดินทางและเสื้อผ้ามาให้กับตน ที่ สน.พญาไท

รายที่ 3 นางหยวน (นามสมมติ) อายุ 39 ปี ถูกตำรวจ สน.บางพลัด จับกุมได้เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 66 บริเวณหน้าห้างเมเจอร์ปิ่นเกล้า นางหยวน ให้การว่า เดินทางเข้ามาในไทย พร้อมกับนายอวู (นามสมมติ) สัญชาติจีน แฟนของตน ซึ่งทั้งคู่ประกอบอาชีพขอทานตั้งแต่ที่อยู่ในจีน และเคยไปประกอบอาชีพขอทานที่มาเลเซียมาก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ได้มาเป็นขอทานในไทย ซึ่งมีรายได้ดี จึงทำเป็นอาชีพเรื่อยมา กระทั่งนางหยวนถูกจับกุม นายอวู เห็นข่าวจึงได้พยายามหลบหนี แต่นายอวูก็ได้ติดต่อ น.ส.สุรภา (นามสมมติ) สัญชาติไทย ให้เป็นผู้นำหนังสือเดินทางของนางหยวนไปให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้น ตม.ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของนายอวู และติดตามควบคุมตัวนายอวู ได้ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ขณะกำลังจะเดินทางไปประเทศกัมพูชา นำส่ง กก.3 บก.สส.สตม.เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

รายที่ 4 วันที่ 20 พ.ย. 66 สน.ทุ่งมหาเมฆ จับกุม นางหู (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ได้ที่บริเวณ BTS ศาลาแดง แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ จากการสอบถามนางหู ให้การว่า ได้เข้ามาในไทย เพื่อมาขอทาน เนื่องจากทราบจากเพื่อนมาว่า เป็นอาชีพที่มีรายได้มาก

รายที่ 5 นายฟาร (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ถูกตำรวจ สน.ลุมพินี จับกุมได้เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 66 บริเวณ BTS อโศก จากการสอบถามนายฟาร ให้การว่าเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย และได้ทำหนังสือเดินทางหาย จึงได้ยื่นขอทำหนังสือเดินทางใหม่ที่สถานทูตจีน ประจำประเทศไทย โดยในขณะที่รอหนังสือเดินทางเล่มใหม่ พบว่าไม่มีเงินพอใช้จ่าย จึงไปเป็นขอทานอยู่แถวย่านลุมพินี

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

และรายที่ 6 วันที่ 20 พ.ย. 66 สน.บางรัก จับกุมนายหวัง (นามสมมติ) อายุ 33 ปี ได้บริเวณ ถนนสีลม ซอย 4 โดยนายหวัง ให้การว่า ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทย เพื่อมาท่องเที่ยว พักอาศัยที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ แต่เงินที่เตรียมมาสำหรับท่องเที่ยวหมด จึงได้มาเป็นขอทานแถวถนนสีลม

จากการตรวจสอบพบว่า ขอทานจีน ทั้ง 6 ราย มีบางรายรู้จักกัน เมื่อเห็นว่าเพื่อนมาประกอบอาชีพขอทานที่ไทยแล้วทำเงินได้ดี จึงชักชวนกันมา โดยกลุ่มขอทานจีนเหล่านี้ไม่ได้เข้ามาแค่ในไทย แต่เคยไปขอทานในประเทศอื่นด้วย เช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย ส่วนบาดแผลที่เกิดขึ้นตามร่างกายของกลุ่มขอทานดังกล่าวนั้น ส่วนใหญ่จะเกิดจากอุบัติเหตเพลิงไหม้ตั้งแต่ยังเด็ก ไม่มีรายใดให้การว่าถูกทรมาน หรือถูกบุคคลอื่นทำร้ายแต่อย่างใด กลุ่มขอทานเหล่านี้ได้ใช้ความน่าสงสารของตน เพื่อดึงดูดให้ประชาชนทั่วไปเห็นใจ และบริจาคเงินให้

นอกจากนี้ยังพบว่า มีขอทานจีน 1 ราย ได้เดินทางกลับประเทศไปก่อนหน้านี้ และขอทานชายชาวจีน 1 ราย ซึ่งพบเบาะแสว่า มาขอทานย่านตลาดลาดกระบัง อยู่ระหว่างการติดตามตัว

ในส่วนขอทานกลุ่มที่ 2.ได้รับแจ้งร้องเรียนจากผู้ประกอบการย่านซอยนานา เขตสุขุมวิท กรุงเทพฯ ว่า มีแก๊งขอทานลักษณะคล้ายคนตะวันออกกลาง ความเดือดร้อนรำคาญให้กับร้านค้าและนักท่องเที่ยวย่านซอยนานา เขตสุขุมวิท กรุงเทพฯ จึงได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง

จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มคนต่างด้าวดังกล่าว เป็นกลุ่มคนสัญชาติจอร์แดน ซึ่งพักอาศัยอยู่โรงแรมย่านซอยนานา สุขุมวิท กรุงเทพฯ โดยจะนัดรวมตัวกันบริเวณหน้าห้างนานาสแควร์ จากนั้นจะแยกย้ายกันขอทานในลักษณะรบเร้า เดินตามนักท่องเที่ยวที่กำลังซื้อสินค้าในร้าน และเมื่อนักท่องเที่ยวให้เงินแล้วยังเดินตามมาขอเงินซ้ำอีก โดยจะมาเป็นกลุ่มย่อย ๆ กลุ่มละ 2-3 ราย และจะอุ้มเด็กเล็ก จูงมือเด็กโต เพื่อให้นักท่องเที่ยวรู้สึกสงสาร บางครั้งจะยืนรอนักท่องเที่ยวที่ตู้กดเงินสด เมื่อนักท่องเที่ยวมากดเงินจะเข้าไปหาเพื่อขอเงิน ซึ่งนักท่องเที่ยวบางรายต้องให้เงินจำนวน 500-1,000 บาท กลุ่มคนดังกล่าวจึงจะยอมเลิกขอเงิน

จากนั้น เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้เข้าตรวจสอบโรงแรมย่านซอยนานา ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของกลุ่มขอทานดังกล่าว พบคนต่างด้าวสัญชาติจอร์แดนเป็นผู้ใหญ่ 7 ราย และผู้ติดตาม 16 ราย จึงได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางของกลุ่มดังกล่าวพบว่า ทั้งหมดเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และจากการตรวจสอบในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตม.พบว่ามีคนต่างด้าว 1 ราย การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงแล้ว จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน สตม.ดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนรายอื่นตรวจสอบพบว่า การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด