กระทรวง อว. จับตาการได้งานคนรุ่นใหม่ คาดพฤษภาคมนี้ บัณฑิตออกสู่ตลาดราว 3-4 แสนคนทั่วประเทศ ห่วง soft skill เรื่องความอดทน อนาคตต้องแทรกเข้าไปในหลักสูตรตั้งแต่ปี 1 จนถึงปีสุดท้าย
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวภายหลังติดตามความก้าวหน้า “โครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น” ว่า
จากการพูดคุยกับนักอนาคตวิทยาต่าง ๆ ของกระทรวง อว.พบว่าอีกประมาณ 30-40 ปี ประชากรของโลกจะลดลงเหลือครึ่งหนึ่งของปัจจุบัน แต่การพัฒนาโลกหรือประเทศยังคงต้องดำเนินต่อไปภายใต้จำนวนประชากรที่ลดลง
ดังนั้น การเรียนรู้ต่าง ๆ จะต้องมีความกระชับมากยิ่งขึ้น ไม่จำเป็นที่จะต้องเรียนถึง 4 ปี หรืออาจจะต้องเพิ่มหลักสูตร Non Degree มากยิ่งขึ้นเพื่อให้ทันต่อการใช้งาน และต้องมีหลักสูตรที่สามารถนำผู้สูงวัยที่ยังทำงานได้มา upskill-reskill เพื่อที่จะมาช่วยกันพัฒนาประเทศท่ามกลางจำนวนประชากรที่ลดลง
นอกจากนี้การเรียนรู้แบบเดิมที่เคยเรียนกันมา 4 ปี แล้วจึงออกไปทำงานอาจจะไม่พอ เพราะคนรุ่นใหม่เขาจะมีความต้องการใน Degree หรือวุฒิการศึกษาน้อยลง เขาต้องการเรียนอะไรที่กระชับแล้วสามารถออกไปทำงานได้เลย
นโยบายของกระทรวง อว. ก็พยายามที่จะปรับปรุงในส่วนนี้ ปรับปรุงการเรียนให้กระชับมากยิ่งขึ้น ตรงกับความต้องการของผู้เรียนมากยิ่งขึ้น ขยายเวลาให้กับนักศึกษาปริญญาโท ปริญญาเอก และปริญญาตรีในอนาคตว่าไม่มีระยะเวลากำหนดในการจบการศึกษา ในบางครั้งนักศึกษาเรียนรู้ไป 2 ปี แล้วอาจจะต้องออกไปทำงาน เปลี่ยนงาน จะสามารถขอขยายเวลาจบการศึกษาออกไปได้ แต่ยังคงต้องรักษาสถานภาพ และผลการเรียนให้ยังคงต้องทำอยู่ในมาตรฐานของมหาวิทยาลัย
อีกส่วนหนึ่งที่ อว. พยายามจะชวนคิดคือ การชวนภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ มาร่วมกันออกแบบหลักสูตร ลงนาม MOU ว่าหลังจากผลิตบัณฑิตออกไปแล้วเขาจะสามารถรับบัณฑิตของเราไปทำงานได้ จากการติดตามผลโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ฯ ทำให้ได้รับมุมมอง วิสัยทัศน์ต่าง ๆ ที่เห็นว่ากำลังก้าวไปในทิศทางที่สอดคล้องกันทั้งแนวทางปฏิบัติและสอดคล้องกับนโยบายของ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
“เดือนพฤษภาคมนี้เราน่าจะผลิตบัณฑิตออกสู่ตลาดอีกประมาณ 3-4 แสนคนทั่วประเทศ โจทย์หนึ่งที่กระทรวง อว. และกระทรวงแรงงาน มีความกังวลอยู่คือการได้งานของเด็กจบใหม่จะเป็นอย่างไรท่ามกลางสถานการณ์โควิด และในทุกครั้งที่มีการพูดคุยกับสภาอุตสาหกรรมหรือหอการค้า
ก็มีความเป็นห่วงในเรื่อง soft skill การทำงานเป็นทีม ความอดทน ในโลกยุคใหม่ที่เด็กที่ถูกพัฒนาขึ้นมาท่ามกลางความรวดเร็วของเทคโนโลยี อาจจะทำให้เขาขาดความอดทน การสร้าง soft skill อาจจะต้องแทรกเข้ามาในหลักสูตรตั้งแต่ปี 1 จนถึงปีสุดท้าย เติมให้เขาผ่านการทำงาน กิจกรรมต่างๆ และในอนาคตนั้น soft skill มีความสำคัญไม่ด้อยไปกว่าความรู้ทางด้านวิชาการและสมรรถนะในการทำงาน”
zhiea ก่อนจะไปพูดเรื่องความอดทน
มาพูดเรื่องความถูกต้อง ความยุติธรรมในการจ้างงานก่อน
สมัยก่อนผมก็โดนปลูกฝังเรื่องทนงานนี่แหละ
จบมาใหม่ๆ สั่งอะไรก็ทำ งานนอกหน้าที่ก็ทำ โอฟรี(โอทีที่ไม่ได้เงิน)ก็ทำ จนวันนึงก็ทนไม่ไหว หางานบริษัทใหม่ที่มีความชัดเจนในการทำงาน
ปัจจุบันก็ยังเห็นอยู่หลาย บ.
ใช้งานลูกจ้างแบบเอาเปรียบ หรือกดดันลูกจ้างให้ทำงานหนัก
16 ก.พ. 2565 เวลา 12.17 น.
Pol Thunya ยุคนี้เขาคงไปหากินเอง ในยุคออนไลน์...
16 ก.พ. 2565 เวลา 12.11 น.
ก.ไก่ ที่ไหนเป็นยังไงไม่รู้ แต่ที่ดิฉันเจอ คือไม่มีความอดทน ไม่ใฝ่รู้ ไม่มีน้ำใจ
16 ก.พ. 2565 เวลา 12.12 น.
เด็กจบใหม่เป็นนายตัวเองเพิ่มมากขึ้น เพราะอิสระ ด้านความอดทนอาจสู้ Gen X, Y ไม่ได้ แต่ด้านความมั่นใจค่อนข้างสูง และที่น่าเป็นห่วงและน่ากังวล คือคุณภาพการศึกษาของเด็กรุนโควิด จึงขอ ศธ กวดขันเรื่องคุณภาพก่อนปล่อยออกสู่ตลาด
16 ก.พ. 2565 เวลา 12.21 น.
Supโกลบอล ( ชิน ) คนเก่าๆๆโดนเลิกจ้าง และ ไม่รับพนง.ใหม่ เลยช่วงนี้
คงตกงานกันเพียบ
16 ก.พ. 2565 เวลา 12.12 น.
ดูทั้งหมด