"ลิ้นจี่พันธุ์ค่อม" ผลไม้เก่าแก่ขึ้นชื่อของจังหวัดสมุทรสงคราม ปัจจุบันสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่นอกจากจำหน่ายเพื่อการบริโภคภายในประเทศแล้ว ยังส่งออกไปตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะแทบยุโรป อย่างประเทศเยอรมัน ที่ต้องการบริโภคผลไม้ชนิดนี้เป็นอย่างมาก จากลักษณะผลขนาดใหญ่ปานกลาง เนื้อกรอบแน่น ไม่ฉ่ำน้ำ รสชาติหวานกำลังดี เปลือกเหนียว เก็บรักษาได้นานกว่าสายพันธุ์ทั่วๆ ไป
การปลูกลิ้นจี่พันธุ์ค่อม :
ลุงณรงค์ นาคทิพย์ เกษตรกรเจ้าของสวนลิ้นจี่ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีตนเป็นคนแควอ้อม ซึ่งปลูกลิ้นจี่อยู่บ้างแล้ว ต่อมาเมื่อแต่งงานจึงย้ายมาอยู่ที่นี่ ขณะนั้นยังรับราชการครูอยู่ด้วย ก่อนที่จะมาจริงจังกับการทำสวนในระยะหลังๆ โดยในสมัยก่อนคนส่วนใหญ่ที่นี่ จะเน้นปลูกมะพร้าว เพื่อทำน้ำตาลโตนด ดังนั้นตนจึงมีแนวคิดอยากจะลองเปลี่ยนมาปลูกลิ้นจี่ที่นี่ดูบ้าง จึงได้ตอนกิ่งพันธุ์มาจากสวนที่บ้านเกิดเพื่อมาลองปลูกดู ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกันจากต้นที่มีอายุ 200 ปีในขณะนั้น
"ผมเริ่มปลูกลิ้นจี่พันธุ์ค่อมนี้เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2520 โดยการโค่นต้นมะพร้าวในร่องสวนเดิมทิ้ง ในพื้นที่ทั้งหมด 18 ไร่ ก่อนปลูกลิ้นจี่จัดระยะห่างกัน 5 วาแบบสลับฟันปลา ได้ประมาณ 20 ต้นต่อไร่ จากนั้นขุดหลุมปลูกพอประมาณ
นำดินเดิมจากหลุมคลุกเคล้าด้วยปุ๋ยอินทรีย์ อัตราส่วน 1:1 กลบทับหลังจากปลูกเสร็จแล้ว การให้น้ำช่วงแรกจะให้ทุก
3 วันต่อครั้ง กระทั่งต้นเริ่มแตกตาใบ ซึ่งในแต่ละปีต้นจะแตกตาใบได้ราว 3 ครั้ง หรือ 4 เดือน แตกตาใบ 1 ครั้ง ถ้าต้นที่มีอายุมากขึ้นจะลดลงเหลือปีละ 2 ครั้ง เมื่อต้นเริ่มรัดตัวดี ยืนต้นได้ จนอายุครบ 1 ปี จึงเริ่มใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่ค่อยมีปุ๋ยให้เลือกมากนัก ใส่ประมาณครึ่งกระป๋องนม 3 ครั้งต่อปี จนกระทั่งเข้าสู่ปีที่ 4-5 ขึ้นไป ต้นลิ้นจี่จึงเริ่มติดดอกออกผล" ลุงณรงค์ กล่าว
ระยะการติดดอก-ออกผล และการตัดแต่งกิ่ง :
ลุงณรงค์ ยังเล่าให้ฟังอีกว่า สำหรับต้นที่มีความพร้อม เมื่อถึงช่วงระยะการให้ผลผลิต ควรงดการให้น้ำและปุ๋ยก่อนถึงช่วงติดดอก 1 เดือน หรือช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน เพื่อให้ต้นพร้อมแทงช่อ หรือควรทำทางระบายน้ำออกจากสวนป้องกันฝนหลงฤดูในช่วงนี้ ประมาณวันที่ 13-27 ธันวาคม จึงเริ่มแทงช่อดอก ในช่วงระยะนี้ถือว่าสำคัญมาก สภาพอากาศต้องเป็นใจ คือ ปราศจากฝน ไร้น้ำค้าง ไร้หมอก อากาศปลอดโปร่ง อุณหภูมิควรอยู่ในช่วง 22-24 องศาเซลเซียล ใช้ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มแทงช่อดอกประมาณ 7 วัน เมื่อการติดดอกผสมเกสรสมบูรณ์ และต้นไม่สลัดลูกทิ้ง ฉีดพ่นยากำจัดศัตรูพืชจำพวกหนอนเจาะขั้ว ตามที่บริษัทส่งออกกำหนด ทุก 10 วันต่อครั้ง และหยุดก่อนเก็บเกี่ยว 3 สัปดาห์ เพื่อให้สารเคมีเจือจาง
กระทั่งช่วงกลางเดือนมกราคมในปีถัดไป หรือนับตั้งแต่ช่วงช่อดอกครบ 27 วัน ดอกจึงเริ่มบาน หลังจากนั้น 15 วัน
จึงเริ่มติดลูก ใส่ปุ๋ยอีกครั้ง สูตร 132-13-21 อัตราการใช้คำนวณจากอายุ ขนาดต้นและทรงพุ่มเฉลี่ยประมาณ 1-3 กิโลกรัมต่อต้น กลับมาให้น้ำอีกครั้งทุก 7-10 วันต่อครั้ง เพื่อปรับสภาพให้ต้นไม้ทิ้วน้ำ และหยุดก่อนถึงเวลาเก็บเกี่ยว 3 สัปดาห์ เพื่อให้สะดวกต่อการเก็บเกี่ยว
ส่วนการตัดแต่งกิ่ง จะทำหลังการเก็บเกี่ยวประมาณ 1 เดือน และต้องทำให้เสร็จก่อนช่วงต้นฤดูฝน โดยเลือกตัดแต่งกิ่งที่แก่จัด กิ่งที่ไม่สวย กิ่งที่ซ้อนกัน แต่ถ้ามี 2 โคน จะมีปัญหา เรื่องโคนต้นฉีกขาด ต้องระวังและหาเชือกรัดลำต้นไว้ บำรุงด้วยปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 อีก 1 ครั้ง ปริมาณการคำนวณ ตามขนาดต้นเช่นกัน เพื่อให้แตกใบอ่อน ก่อนเข้าสู่ช่วงแทงช่อดอกต่อไป
ช่วงการเก็บเกี่ยว :
ลุงณรงค์ บอกว่า ใน 1 ฤดูกาลเก็บเกี่ยว ลิ้นจี่ให้ผลผลิตได้ 3-4 รุ่นต่อต้น ติดต่อกันโดยเริ่มทยอยให้พร้อมเก็บเกี่ยวตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน นับจากวันที่เก็บเกี่ยวผลผลิตรุ่นแรก จนถึงรุ่นสุดท้ายไม่เกิน 30 วัน ในอดีต ลิ้นจี่มีลักษณะการขายแบบนับลูก ช่วงแรกนั้นราคา 18-20 บาทต่อ 100 ลูก ขยับขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึง 120-140 บาทต่อ 100 ลูก และขายเป็นกิโลกรัมในเวลาต่อมา โดยแบ่งลิ้นจี่เป็น 2 เกรด คือ เกรดใหญ่ และเกรดรอง ราคาเกรดใหญ่ อยู่ที่ 120-150 บาทต่อกิโลกรัม หรือขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตในแต่ละรุ่น
ส่วนการส่งออกราคาจะลดระดับจากปกติประมาณ 10% เป็นการรับซื้อแบบเหมาทั้งสวน ซึ่งถ้าคำนวณราคาต่อต้น โดยต้นอายุ 4-5 ปี ขายได้ประมาณ 1,000 บาท ต้นอายุ 10 ปี ขายได้ประมาณ 5,000 บาท และถ้าต้นอายุ 20 ปีขึ้นไป ขายได้ประมาณ 10,000 บาท ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลเป็นสำคัญ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้เน้นการขายส่งออกเสียมากกว่า ซึ่งการส่งออกนี้ค่อนข้างเข้มงวดเรื่องสารเคมีตกค้างมาก เรียกได้ว่าตรวจสอบกันตั้งแต่อยู่บนต้นเลยก็ว่าได้
ที่นอกจากการดูแลให้ผลผลิตได้มาตรฐานแล้ว ปริมาณการใช้สารเคมีก็มีส่วนในการตัดสิทธิ์ซื้อขายได้เช่นกัน
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณณรงค์ นาคทิพย์ บ้านเลขที่ หมู่ 2 ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม 75110 โทร.089-223-2122