กรุงเทพฯ - พรรคไทยภักดี เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. หลักสี่-จตุจักร 'พันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์' ประกาศตัว 'ไม่กุ๊ย ไม่กร่าง ไม่โกง รักสถาบัน' เชื่อ ประชาชนเบื่อการเมืองแบบเดิม พร้อมหนุน พลเอกประยุทธ์ เพราะซื่อสัตย์
วันที่ 26 ธันวาคม 2564 นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี เปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 9 หลักสี่-จตุจักร (เฉพาะแขวงลาดยาว แขวงจันทรเกษม แขวงเสนานิคม) แทนนายสิระ เจนจาคะ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดให้พ้นสมาชิกภาพ ส.ส. เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุด คดีฉ้อโกง กระทำการโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา
โดยกรรมการบริหารพรรคไทยภักดี มีมติส่ง นายพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์ หรือบอส อายุ 43 ปี นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่ประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย เคยเป็นผู้บริหาร และ CEO บริษัทชั้นนำมาหลายบริษัท ทั้งในและต่างประเทศ และยังเป็นแกนนำหลักในการช่วยนพ.วรงค์ ทำเรื่องปราบโกง
นพ.วรงค์ กล่าวระหว่างการเปิดตัวว่า การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เพียงคนเดียว ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสถานภาพของรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน แต่การเลือกตั้ง ส.ส.คนเดียว ของพรรคไทยภักดี เป็นสิ่งสำคัญของพรรค ที่จะเป็นพลังของการแสดงออกทางอารมณ์ของพี่น้องประชาชน ที่เบื่อและต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมา แม้ไม่มี ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร แต่พรรคได้ตรวจสอบการทำงานองรัฐบาล มากกว่าฝ่ายค้าน กล้าตรวจสอบแม้แต่พระราชกฤษฎีกาลักหลับอภัยโทษ
การเลือกตั้งซ่อม ส.ส หลักสี่-จตุจักร จึงเป็นจุดสำคัญสุดของพรรคไทยภักดี ที่ขาดโซ่ข้อกลาง ในการเชื่อมโยงกับ ส.ส. เพื่อนำเรื่องเสนอเข้าสู่สภาฯ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคค เพื่อปราบโกงอย่างเป็นระบบ การปฏิวัติสังคมเกษตรกรรม การศึกษา กระบวนการยุติธรรม และการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลดิจิทัล
นพ.วรงค์ ย้ำว่า ดูเหมือนการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สำคัญ แต่สำคัญมากที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง พรรคมีคนรุ่นใหม่ที่เหมาะสม สร้างสรรค์ ไม่หักล้าง จึงขอเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 9 ของพรรคไทยภักดี เพื่อเป็นโซ่ข้อกลางไปสู่สภาฯ ในอนาคต คือ นายพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์
ด้านนายพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์ เปิดใจพร้อมเปิดประวัติย่อ ๆ ว่า ตนเองอายุ 43 ปี จบปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญา โท เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ นานาชาติ ไม่เป็นกุ๊ย ไม่กร่าง ไม่โกง รักประเทศไทย รักสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่ในพื้นที่ (เสนานิคม) ตั้งแต่ 5 ขวบ ถึงปัจจุบันกว่า 30 ปี
หลังเรียนจบปริญญาตรี ในวัยไม่ถึง 20 ปี ก็ทำงาน และส่งตัวเองเรียนปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ประสบความสำเร็จในการทำงาน ได้เป็นผู้บริหารทั้งระบบจีเอ็มและซีอีโอ บริษัทร่วมทุนต่างประเทศ ในวัยเพียงไม่ถึง 30 ปี ใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกหลายปี กระทั่งกลับมากรุงเทพฯ เห็นว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ดีที่สุด และทำธุรกิจธุรกิจของตัวเอง ก่อนทำงานในสภาฯ ในฐานะผู้ชำนาญการในกรรมาธิการต่าง ๆ รวมถึงคณะทำงานประมูลคลื่น 3 จี และได้มีโอกาสพบ นพ.วรงค์ เมื่อปี 2554
เมื่อธุรกิจอยู่ตัว จึงสนใจจะทำงานการเมือง เพื่อช่วยเหลือประเทศ ช่วยให้ประชาชน อยู่ดี กินดี ช่วยทำการเมืองให้สะอาด จึงเลือกพรรคไทยภักดี ภายใต้การนำของ นพ.วรงค์ เพราะเป็นผู้นำพรรคที่ยึดหลักคุณธรรม และปกป้องสถาบันหลักของชาติ
"จะใช้ศักยภาพของตัวเองที่มีอยู่ มาพัฒนาเพื่อให้พี่น้องชาวหลักสี่และจตุจักรดีขึ้นได้อย่างแน่นอน โดยจะประเมินว่าจะนำ หลักคิด กลยุทธ์ วิธีการ และรูปแบบไหน มาทำอะไรได้บ้าง ส่วนสิ่งที่ดีอยู่แล้วก็คงไว้ นอรวมถึงช่วยประเทศ ช่ยให้ปชช อยู่ดี กินดี ช่วยทำการเมืองให้สะอาด อยู่ดี กินดี" นายพันธุ์เทพ กล่าว
ประวัติ : นายพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์
เป็นศิษย์เก่ารั้วจุฬาฯ เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เคยเป็น CEO บริษัทหลายแห่ง ทั้งในและต่างประเทศ มีประสบการณ์การทำงานกว่า 20 ปี ในประเทศกลุ่มอาเซียน ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโทรคมนาคม การบริหารระบบสารสนเทศ การออกแบบระบบขนส่งและกระจายสินค้า การวางกลยุทธ์ในการเปิดตลาดในต่างประเทศ การบริหารช่องทางการขายในรูปแบบใหม่
ประวัติการทำงานการเมือง : เป็นผู้ชานาญการ กรรมมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีสวนร่วมของประชาชน อนุกรรมาธิการพิจารณาการศึกษาการพัฒนาสื่อด้านการพัฒนาการเมืองสาหรับเด็กและเยาวชน คณะทำงานเพื่อพิจารณาศึกษาการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่ สากล ไอเอ็มที ย่าน 2.1 กิกะเฮิร์ตซ
เคยได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย (บ.ม.)
หัวหน้าพรรคไทยภักดี ย้ำในตอนท้ายว่า ถ้าได้รับการเลือกตั้ง แม้ 1 เสียงจะไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ 1 เสียงที่จะเข้าไป ยังยืนยันสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะซื่อสัตย์ สุจริต โดยไม่ต้องใช้กล้วยมาแลก แต่ขอให้ทุกอย่างทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติ แต่ไม่ได้สนับสนุนรัฐมนตรีทุกคน คนไหนประพฤติมิชอบหรือโกง ก็จะตรวจสอบและจัดการ