ทั่วไป

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : ปวดตา

สำนักข่าวไทย Online
อัพเดต 29 ก.ย 2566 เวลา 17.13 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2566 เวลา 10.13 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

“ปวดตา” เป็นเพราะอะไร ป้องกัน บรรเทา หรือ รักษาอย่างไร

🎯 ตรวจสอบกับ ศาสตราจารย์วุฒิคุณ นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ ประธานวิชาการ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

“ดวงตา” เป็นอวัยวะที่อยู่บริเวณสำคัญของร่างกาย

อาการปวดที่ดวงตาอาจจะเกิดจากโรคของดวงตาเอง หรือเป็นอาการที่สะท้อนมาจากอาการผิดปกติของบริเวณรอบ ๆ ดวงตาได้

อาการปวดตาที่เกิดจากสาเหตุในดวงตาเองก็เป็นตัวที่บอกถึงโรคตาต่าง ๆ ได้มากมาย ปัจจุบันที่พบได้บ่อย ๆ เช่น การใช้สายตามาก ๆ เล่นคอมพิวเตอร์หรือมือถือเป็นเวลานาน เกิดการเพ่งตาใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวัน ก็อาจจะทำให้เกิดอาการปวดหรือล้าที่บริเวณรอบ ๆ ดวงตา หรือในดวงตาได้

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

นอกจากนั้น ภาวะที่เกิดจากการอักเสบติดเชื้อ ก็จะทำให้มีอาการปวด

ถ้ามีอาการของโรคตากุ้งยิงก็จะปวดที่บริเวณเปลือกตา

ถ้ามีอาการติดเชื้ออยู่ข้างในดวงตา เช่น เป็นโรคตาแดง หรือมีการติดเชื้อบริเวณในลูกตา ก็จะมีอาการปวดที่บริเวณดวงตา

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

อาการปวดตาที่มีสาเหตุมาจากโรคอื่น ๆ ทางร่างกายมีอะไรบ้าง

กรณีที่เป็นโรคของอวัยวะอื่น ๆ ทำให้อาการปวดตาเข้ามาที่ดวงตา พบได้บ่อย ๆ เช่น คนที่เป็นไซนัสอักเสบ หรือในคนที่เป็นโรคไมเกรนก็อาจจะทำให้อาการปวดร้าวมาที่ดวงตาได้ หรือในคนที่ติดเชื้อ เช่นเป็นงูสวัดที่บริเวณผิวหนัง บริเวณหน้าผาก อาการปวดก็จะร้าวมาที่ดวงตาได้

จะแยกได้อย่างไร ว่าอาการปวดตาแบบไหน เกิดจากสาเหตุอะไร

ถ้ามีอาการปวดตา ต้องดูก่อนว่าอาการปวดตานั้นเป็นโรคของดวงตาหรือว่าเป็นของส่วนอื่น เช่น ถ้ามีประวัติเป็นภูมิแพ้ หรือเป็นไซนัสอักเสบอยู่แล้ว อันนี้อาจจะเป็นปลายเหตุที่ปวดตาจากอวัยวะอื่น

ส่วนการปวดตาที่เป็นโรคของดวงตาที่พบบ่อย เช่น อาการเมื่อยล้า หรือตาแห้งมาก เราก็จะรู้สึกไม่สบายตา อาการเหล่านี้ ถ้ามีอาการปวดตาและได้พักสายตาดูแล้ว หรือในคนที่รู้สึกว่าตัวเองตาแห้งหรือไม่สบายตา ได้หยอดน้ำตาเทียมแล้วอาการดีขึ้น อาจจะไม่ได้บอกถึงความรุนแรงของโรคที่เกิดขึ้นบริเวณดวงตา

“อาการปวดตา” ที่มีสาเหตุจากโรคทางร่างกาย รักษาที่ต้นเหตุ ?

ในกรณีที่อาการปวดบริเวณรอบ ๆ ดวงตาอาจเกิดจากอวัยวะข้างเคียง เช่น ไซนัส หรือโรคไมเกรนของหลอดเลือดในสมอง การรักษาที่ต้นเหตุก็จะช่วยให้อาการปวดตาทุเลาแล้วก็หายไปได้

อาการปวดตาไม่ควรละเลยเพราะอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกโรคสำคัญทางตาได้ อาการปวดตาอาจเป็นอาการเตือนที่สำคัญของโรคตา ก็คือโรคต้อหิน

โรคต้อหินเป็นโรคที่เกิดจากความดันในลูกตาสูงขึ้น และไปกดทำลายขั้วประสาทตา

ผู้ป่วยบางคนที่มีอาการปวดตาบ่อย ๆ เริ่มมีความเสี่ยง เช่น กรรมพันธุ์ เป็นโรคต้อหินในครอบครัว หรืออายุเกิน 40 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติอุบัติเหตุกับดวงตา ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะเกิดโรคต้อหิน หรือมีอาการปวดตาบ่อย ๆ อาจจะปวดต่อเนื่องหรือปวดเป็น ๆ หาย ๆ แนะนำว่าควรจะไปพบจักษุแพทย์ เพื่อจะได้ไปตรวจวัดความดันตาว่าอาการปวดตานั้นเป็นอาการเตือนของโรคต้อหิน ซึ่งเป็นสาเหตุตาบอดที่สำคัญได้หรือไม่

มีคำแนะนำผู้ที่มีอาการปวดตา

เมื่อมีอาการปวดตามาก ๆ สิ่งสำคัญที่ควรทำก็คือควรมีการพักการใช้สายตา นอกจากนั้นการใช้น้ำตาเทียมก็จะช่วยให้อาการปวดตาที่ไม่ได้เกิดจากโรครุนแรงของดวงตาดีขึ้นได้

นอกจากนั้น การพักผ่อนสายตา การใช้น้ำตาเทียม การประคบเย็นที่บริเวณรอบ ๆ ดวงตาเป็นระยะก็จะช่วยให้อาการปวดตาดีขึ้น

ส่วนในคนที่คิดว่าอาการปวดตานั้นเกิดจากการอักเสบหรือติดเชื้อ การประคบด้วยของอุ่นก็จะช่วยให้การอักเสบหรือติดเชื้อหายเร็วขึ้นได้ แล้วเข้าใจสาเหตุตามข้อเท็จจริงก็จะเลือกวิธีป้องกันบรรเทาได้ดียิ่งขึ้น

ดูเพิ่มเติม “รายการชัวร์ก่อนแชร์” https://www.youtube.com/watch?v=KrVPfPL2GWw&t=63s

ดูข่าวต้นฉบับ