จากตำนานแก๊งสาระแน ที่ดังสุดๆ ในยุคหนึ่ง และยังเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจกันยิ่งใหญ่โต แต่ก็ต้องสะดุดเส้นทางธุรกิจ ปิดตำนานเพื่อนรักเพื่อนสนิท จนเป็นข่าวใหญ่เมื่อในอดีต งานนี้วันเวลาเปลี่ยนไป
ล่าสุดพิธีกรตัวแม่ "หนูแหม่ม สุริวิภา" แห่งรายการ โต๊ะหนูแหม่ม ขอล้วงลึกถึงความสัมพันธ์ของ "เสนาหอย" กับประเด็นดังในตำนานว่า ณ ปัจจุบัน "เสนาหอย" พร้อมกลับมาคุยกับรุ่นพี่คนสนิทอย่าง "เปิ้ล นาคร" ได้สนิทใจเหมือนเดิมหรือยัง?
ขออนุญาตถาม ถ้าต้องคุยหรือว่าร่วมงานกับ เปิ้ล นาคร ? เสนาหอย : "ผมว่าไม่น่าจะได้ร่วมงานกัน"
พร้อมหรือว่าไม่พร้อม ? เสนาหอย : "ผมพร้อมที่จะทำอะไรทุกอย่าง แต่ว่ามันไม่ใช่คำว่าพร้อมนะครับ เรารู้สึกว่าถ้าทำไปมันก็คงไม่ดี ความรู้สึกของเรามันที่เคยทำกัน มันก็น่าจะออกมาไม่ดี ตอนนี้ชีวิตผมหรือว่าอะไรก็แล้วแต่ เขาเรียกว่าการดำเนินชีวิต หรือว่าคาแรคเตอร์ก็แล้วแต่ หรือว่าอะไรหลายๆ อย่างในตัวผมมันเปลี่ยนไปแล้ว อย่างผมกับคุณวิลลี่ มองหน้ากันแล้วแบบว่าเราคงไม่เป็นเจ้าของรายการกันแล้วนะ เฮ้ย…เราพร้อมเป็นลูกจ้างแล้วหรือเปล่า"
อย่างกรณี แหม่มเอง หลายคนคิดว่าเรากับ แหม่ม คัทลียา กลับมาคุยกันหรือยัง คุยกันได้ไหม ของเราเคลียร์แล้ว เราคุยกันได้กอดกันได้สนิทใจ แล้วถ้า พี่เปิ้ล กับ หอย จะมีภาพนี้ไหม ? เสนาหอย : "ผมไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตเป็นยังไง ผมว่ามันยังไม่ถึงเวลาหรือว่าอะไรก็แล้วแต่"
เราจะได้เห็นภาพนี้ไหม ? เสนาหอย : "ผมว่าเราคงไม่ได้ร่วมงานอะไรกัน แต่ว่าความรู้สึกเหมือนเมื่อก่อนที่มันดูดำๆ ตอนนี้ก็เริ่มเทา มันเริ่มจางเดี๋ยวมันก็คงขาว มันต้องใช้เวลา คือจริงๆ แล้ว สุดท้ายเราเหมือนเราดำเนินชีวิตไม่เหมือนกันแล้ว เขาก็ทำแบบของเขา มันเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าไปทำรายการคงไม่ ตอนนี้ผมมีความสุขกับการทำยูทูบรายการเกี่ยวกับสัตว์ที่เราชอบกันของคุณวิลลี่ ส่วนเกษตรของผม”
แต่เราก็รักกันได้ ? เสนาหอย : "ผมไม่ได้เกลียดเขา"
ถ้าตอนนี้ พี่เปิ้ล ดูอยู่อยากจะบอกอะไรเขา ? เสนาหอย : "ก็อยากให้เขาทำอะไรก็แล้วแต่ ตามอย่างที่เขาชอบใจ ผมเห็นเขาตั้งใจทำรายการสอนลูกขับเจ็ทสกี ตอนนี้ผมได้ข่าวว่าเขาได้รับอุบัติเหตุอยู่โรงพยาบาล ก็รู้สึกเป็นห่วงนะพี่นะ การเป็นห่วงคือมันเป็นอารมณ์ที่เราเป็นห่วงที่เราเป็นอยู่ ณ ตอนนี้
แต่จริงๆเรากับเขาดำเนินชีวิตไม่เหมือนกันแล้ว ทำอะไรก็ไม่ใช่เหมือนกันแล้ว มันไม่ใช่แค่ผม คุณวิลลี่ก็เหมือนกัน คือตอนนี้เราก็พยายามทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เราก็คอยมอง ไม่ใช่ว่าไม่มองเลย เห็นพี่เขาไปทำนี้ เห็นพี่เขาไปทำร้านอาหาร ก็ส่องกันได้ แต่ก็ไม่ร่วมงานกันอยู่แล้ว มันค่อนข้างยาก มันไม่ใช่ไทม์มิ่งนี้แล้ว จะเห็นหน้ากันต้องโกรธเกลียดแค้น ห้ำหั่นกันมันไม่ใช่ เราไม่เคยคิดแบบนั้นอยู่แล้ว"
ภาพจาก : อินสตาแกรม hoysaranair
ภาพจาก : อินสตาแกรม hoysaranair
ภาพจาก : อินสตาแกรม hoysaranair