กีฬา

ปิดตำนานสนามซ้อม เมลวู้ด เพื่อต่อยอดความสำเร็จของหงส์แดง

MThai.com
เผยแพร่ 02 ส.ค. 2562 เวลา 07.40 น.
“ที่นี่มันรกร้าง แถมสนามหญ้ายังเต็มไปด้วยหลุมบ่อราวกับถูกทหารเยอรมันบอมบ์ใส่” นี่คือสิ่งแรกที่ บิล แชงค์ลีย์ กุนซือคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจาก ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ได้เห็นสภาพสนามซ้อม “เมลวู้ด” ของสโมสร ลิเวอร์พูล ในปี 1959 ซึ่งเล่าผ่านหนังสืออัตชีวประวัติของเจ้าตัว

“ที่นี่มันรกร้าง แถมสนามหญ้ายังเต็มไปด้วยหลุมบ่อราวกับถูกทหารเยอรมันบอมบ์ใส่” นี่คือสิ่งแรกที่ บิล แชงค์ลีย์ กุนซือคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจาก ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ได้เห็นสภาพสนามซ้อม “เมลวู้ด” ของสโมสร ลิเวอร์พูล ในปี 1959 ซึ่งเล่าผ่านหนังสืออัตชีวประวัติของเจ้าตัว

“มีพวกเยอรมันอยู่ที่นี่ใช่ไหม?” แชงค์ส หันไปหยอกล้อกับ ทอม บุช อดีตผู้เล่น ลิเวอร์พูล ที่ผันตัวมาเป็นเจ้าหน้าที่ในสโมสร ขณะพากุนซือคนใหม่พร้อมกับภรรยาของเขาทัศนารอบสนามซ้อมเมลวู้ดแห่งนี้ “เอาล่ะ! แม้จะรกร้าง แต่มันก็กว้างและมีพื้นที่ว่างพอที่จะพัฒนาต่อไปได้” และคำพูดนั้นเป็นเหมือนจุดเริ่มต้น “ตำนานเมลวู้ด” หนึ่งในสนามซ้อมที่บ่มเพาะแข้งดังขึ้นมาในอนาคต

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

เมลวู้ดสมัยเริ่มต้น

เริ่มแรกเดิมที ลิเวอร์พูล ใช้สนาม แอนฟิลด์ ซึ่งเป็นรังเหย้าของพวกเขาในการฝึกซ้อม และพื้นที่รกร้างดังกล่าวเป็นลานเด็กเล่นของ โรงเรียนเซนต์ ฟรานซิส ซาเวียร์ ซึ่งเรียกกันว่า “เมลวู้ด” ตามชื่อชื่อสองบาทหลวงอย่าง คุณพ่อเมลลิง และ คุณพ่อวู้ดล็อก ก่อนที่พื้นที่ดังกล่าวจะขายให้กับ ลิเวอร์พูล เพื่อใช้เป็นสนามซ้อมในช่วงต้นยุค 1950

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ซึ่งสถานที่แห่งนี้ในตอนแรกมีเพียงอาคารไม้เก่าๆ ตั้งอยู่เพื่อใช้หลบฝนและหิมะ ข้างในนั้นไม่มีแม้แต่สิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มีฮีตเตอร์ สีทาผนังก็หลุดลอกเต็มไปหมด แถมภายนอกก็เต็มไปด้วยหญ้าสูง ชนิดที่ลูกทีมของ แชงค์ลีย์ อย่าง จิมมี่ เมเลีย แอบไปอู้ตามกอหญ้าได้เลย

แต่การเข้ามาของ แชงค์ลีย์ ทำให้พื้นที่รกร้างของเมลวู้ด ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนสภาพให้ดีขึ้น อาคารไม้ถูกปรับปรุงภายในให้พร้อมใช้งาน เช่นเดียวกับสนามหญ้าภายนอกที่เหมาะกับการฝึกซ้อมของนักฟุตบอล และหลังจากนั้นไม่นานเขาก็จัดการรื้อแล้วสร้างอาคารแห่งใหม่ด้วยอิฐแดง โดยคราวนี้เขาเพิ่มห้องยิมและห้องซาวน่าเข้าไปเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้เล่นภายในทีม

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

และที่นั่น แชงค์ลีย์ ใช้สนามซ้อมแห่งนี้เป็นห้องเรียนในการอัดวิชาลูกหนังให้กับเหล่าลูกทีมหงส์แดงจนแกร่งกล้าและเริ่มเป็นที่ถูกพูดถึงไปทั่วยุโรปผ่านการเล่นที่บ้าบิ่นและเร้าใจตามปรัชญาของกุนซือรายนี้ ก่อนจะส่งไม้ต่อไปยัง บ็อบ เพสลีย์ ชายผู้ถูกยกย่องว่าเป็นคนพาหงส์แดงเกรียงไกรที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร

ปรับโฉมครั้งใหญ่

เมลวู้ด เป็นสถานที่บ่มเพาะฝีเท้าผู้เล่นให้กับผู้เล่นรุ่นแล้วรุ่นเล่า ก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังจากการเข้ามาของ เชราร์ อุลลิเยร์ กุนซือชางฝรั่งเศส โดยในปี 2001 “เฮียโปน” ตัดสินใจเริ่มภารกิจ “มิลเลนเนียม พาวิเลียน” ปรับปรุงสนามซ้อมเมลวู้ดให้ดูทันสมัยขึ้น ซึ่งมีทั้งห้องทำงานผู้จัดการทีม, ระเบียงชมการฝึกซ้อม, ห้องรับรองที่เอาไว้ใช้ในการแถลงข่าวและเซ็นสัญญา รวมถึงห้องปฏิบัติการณ์ทางการแพทย์, ห้องยิมขนาดใหญ่ และสนามซ้อมหญ้าจริง 3 สนาม ขนาดไม่เท่ากัน ตามขนาดของสนามที่กำลังจะลงดวลแข้งกับคู่แข่ง นอกจากนี้ยังมีสนามในร่มอีก 1 สนาม ซึ่งเป็นหญ้าเทียมเพื่อใช้ซ้อมในช่วงที่อากาศไม่เอื้ออำนวย

ถึงคราวปิดตำนาน

ซึ่ง เมลวู้ด ในยุคหลังถูกใช้งานต่อเนื่องมาจนถึงปี 2019 หรือ 18 ปีให้หลังจากมีการปรับโฉมสนามซ้อมครั้งใหญ่ในครั้งนั้น FSG ตัดสินใจย้ายสนามซ้อมทีมชุดใหญ่จาก เมลวู้ด ไปยังย่านเคิร์กบี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์เยาวชนของสโมสร โดยทุ่มงบกว่า 50 ล้านปอนด์เพื่อเนรมิตศูนย์ฝึกซ้อมแบบครบครันให้เสร็จสิ้นในปี 2020 ตามนโยบายในการพาหงส์แดงทะยานคว้าความสำเร็จต่อไปในอนาคตนั่นเอง เป็นอันปิดตำนาน เมลวู้ด สนามซ้อมที่บ่มเพาะเหล่าแข้งดังจากอดีตจนถึงปัจจุบันเป็นที่เรียบร้อย

สนามซ้อมใหม่ย่านเคิร์กบี้

โดย ลิเวอร์พูล มีแผนสร้าง “เทรนนิ่งคอมเพล็กซ์” ในย่านเคิร์กบี้ เพื่อให้ทีมชุดใหญ่และทีมเยาวชนได้มีความใกล้ชิดกัน ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดตามที่วางไว้จะมีด้วยกัน 60 เอเคอร์ และได้รับการออกแบบโดย เคเอสเอส บริษัทสถาปานิกชื่อดังจากลอนดอน ซึ่งเคยออกแบบสนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม , ต่อเติมสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ และเทรนนิ่งคอมเพล็กซ์ให้กับ ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์ มาแล้ว

ซึ่ง เทรนนิ่งคอมเพล็กซ์ จะมีทั้งสนามซ้อมภายนอกและในร่ม รวมถึงสนามแข่งจริงให้กับทีมเยาวชนและติดตั้งที่นั่งความจุ 499 คน ให้กับญาติของผู้เล่นและแขกรับเชิญเข้ามาชมเกม ด้านอุปกรณ์การฝึกซ้อมหงส์แดงจัดเต็มเพื่อยกระดับให้สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในศูนย์ฝึกชั้นแนวหน้าของโลกเลยทีเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ