ทั่วไป

‘แลนด์มาร์กวอชิงตัน’ โดนพ่นสีเละ หลังเหตุประท้วง ‘จอร์จ ฟลอยด์’ ลุกลาม

Xinhua
เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 06.12 น.
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้ชุมนุมมุ่งหน้าสู่ทำเนียบขาว เพื่อประท้วงเหตุเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2020)

วอชิงตัน, 1 มิ.ย. (ซินหัว) -- ทางการกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐฯ เผยเมื่อวันอาทิตย์ (31 พ.ค.) ว่าแลนด์มาร์กชื่อดังในเมืองจำนวนมากที่อยู่รายล้อมพื้นที่เนชันนัล มอลล์ (National Mall) ตอนกลางของเมือง ถูกพ่นสีเป็นภาพกราฟฟิตี ท่ามกลางเหตุประท้วงและความไม่สงบที่ปะทุทั่วประเทศ สืบเนื่องจากการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ (George Floyd) ชายผิวดำที่ไร้อาวุธ ภายใต้การจับกุมของตำรวจมินนีแอโพลิส

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

"สืบเนื่องจากการประท้วงเมื่อคืนที่ผ่านมา (30 พ.ค.) ได้เกิดความเสียหายกับสถานที่ต่างๆ รอบเนชันนัล มอลล์ จำนวนมาก" ศูนย์บริการอุทยานแห่งชาติ (National Park Service) สำหรับเนชันนัล มอลล์ ทวีตข้อความพร้อมภาพถ่ายของอนุสาวรีย์ต่างๆ ที่ถูกพ่นสีเมื่อวันอาทิตย์

ข้อความพ่นสีที่ระบุว่า "ทหารผ่านศึกผิวดำก็รวมด้วยหรือเปล่า?" ปรากฏไปทั่วอนุสรณ์สถานสงครามโลกครั้งที่ 2 (World War II Memorial) และมีข้อความพ่นสีว่า "ยังไม่เหนื่อยกันอีกหรือ?" ปรากฏที่อนุสรณ์สถานลินคอล์น (Lincoln Memorial)

"เนชันนัล มอลล์ เป็นสถานที่สำคัญที่ประชาชนของชาติมารวมตัวกันเพื่อแสดงออกโดยไร้ความรุนแรงมาหลายชั่วอายุคน เราจึงขอให้ประชาชนรักษาธรรมเนียมดังกล่าวสืบไป" ศูนย์ฯ ทวีตข้อความ

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ปีเตอร์ นิวส์แฮม (Peter Newsham) หัวหน้าตำรวจวอชิงตัน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (31 พ.ค.) ว่าสำนักตำรวจนครบาลจับกุมผู้ประท้วงเมื่อคืนวันเสาร์ (30 พ.ค.) ได้ 17 ราย และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 11 นาย ได้รับบาดเจ็บระหว่างเหตุประท้วง

ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานว่าไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดได้รับบาดเจ็บที่เป็นอันตรายต่อชีวิต แม้มีเจ้าหน้าที่นายหนึ่งอยู่ระหว่างการผ่าตัด เนื่องจากบาดเจ็บจากอาการกระดูกหักแผลเปิดบริเวณขาหลายแห่ง หลังถูกผู้ประท้วงขว้างก้อนหินใส่

ทั้งนี้ ฟลอยด์ ชายวัย 46 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 พ.ค. หลังจากเดเร็ก ชอวิน (Derek Chauvin) เจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาวจับกุมตัวเขา โดยใช้เข่ากดที่คอแนบกับพื้นถนน จนเขาต้องร้องออกมาหลายครั้งว่า "ผมหายใจไม่ออก" และ "ได้โปรดเถอะ ผมหายใจไม่ออก" หลังจากนั้นชอวินถูกจับกุมและถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยไม่เจตนาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 พ.ค.)

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

เสียงอ้อนวอนของฟลอยด์ก่อนเสียชีวิตได้ปลุกความทรงจำอันแสนเจ็บปวดของชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกา ที่เกิดขึ้นในปี 2014 เมื่อโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งบันทึกเหตุการณ์ที่เอริก การ์เนอร์ (Eric Garner) ชายผิวดำไร้อาวุธ ร้องซ้ำๆ ว่า "ผมหายใจไม่ออก" ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์กล็อกคอของเขาจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต นับตั้งแต่นั้นผู้ชุมนุมจึงใช้คำพูดดังกล่าวเป็นเสียงปลุกขวัญในการประท้วงต่อต้านการประพฤติมิชอบของตำรวจทั่วประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ