ไอที ธุรกิจ

การทำอาร์ทีเมียหรือไรทะเล (อาหารสำหรับปลาสวยงาม)

รักบ้านเกิด
อัพเดต 12 ธ.ค. 2562 เวลา 08.06 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2562 เวลา 08.06 น. • รักบ้านเกิด.คอม

นายประชา คำแก้ว อาศัยอยู่ที่ บ้านเลขที่ 25 ถนนบ้านปากแรต 5 ตำบลปากแรต อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ฟาร์มเลี้ยงปลาทองคัดเกรดโดยยึดหลักความจริงใจต่อลูกค้าและการประกอบอาชีพที่ยั่งยืน สามารถส่งต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ ขณะเดียวกันก็มีความสุขเรียบง่ายกับวิถีชีวิตพอเพียง

Animal/7170_1_1.JPG

เนื่องจากบางครั้งไรแดงซึ่งเป็นอาหารหลักของปลาสวยงามอาจไม่เพียงพอ ทางคุณประชาจึงต้องมีการสร้างอาหารเพิ่ม หนึ่งในนั้นคือ การทำไรทะเลหรืออาร์ทีเมียนั่นเอง อาร์ทีเมียมีคุณค่าทางโภชนาการค่อนข้างสูงและปลาชอบกิน อีกทั้งปลายังสามารถย่อยได้ดีเหลือกากขับถ่ายออกมาน้อย

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

Animal/7170_2_2.JPG

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

การใช้อาร์ทีเมียในปัจจุบันมักได้จากการซื้อไข่ไรที่บรรจุอยู่ในกระป๋องสุญญากาศ เมื่อต้องการตัวอ่อนของอาร์ทีเมียเมื่อใด ก็นำไข่ไรที่ซื้อไว้มาฟักตัว ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
- เตรียมภาชนะฟักไข่ จะใช้ถังไฟเบอร์ขนาด 100 - 200 ลิตร
- เตรียมน้ำ โดยใช้น้ำทะเลปกติ หรือน้ำจืดผสมด้วยเกลือให้มีความเค็ม 25 ppt (คือ น้ำ 1 ลิตร จะใช้เกลือ 25 กรัม)
- ใส่ไข่อาร์ทีเมียที่เตรียมไว้ ในปริมาณประมาณ 1 ช้อนชา ต่อน้ำ 5 ลิตร
- ใส่สายลม เพื่อให้ออกซิเจน และทำให้เกิดการหมุนเวียนของน้ำในภาชนะ ซึ่งจะทำให้ไข่ไรไม่ตกตะกอน แต่ลอยหมุนเวียนไปมาในน้ำตลอดเวลา
- ใช้เวลา 24 ? 36 ชั่วโมง ไรจะฟักตัวออกจากไข่
-จากนั้นจะแยกตัวตัวอ่อนของอาร์ทีเมียออกจากเปลือกไข่ เพราะลูกปลาไม่สามารถย่อยเปลือกไข่ได้ และที่สำคัญคือเปลือกไข่มักมีแบคทีเรียอยู่มาก จะทำให้ปลาติดเชื้อได้ง่าย จึงต้องแยกเปลือกไข่ออกทิ้ง โดยทำตามขั้นตอนดังนี้
- ยกสายลมออก เพื่อให้น้ำหยุดการหมุนเวียน
- ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15 ? 20 นาที ตัวอ่อนของไรจะว่ายน้ำลงไปรวมกลุ่มอยู่ตามก้นภาชนะ ส่วนเปลือกไข่ที่ไรฟักตัวออกไปแล้วจะลอยอยู่ผิวน้ำ สำหรับไข่ที่ไม่ฟักตัวและตะกอนต่างๆ จะตกตะกอนอยู่ก้นภาชนะ
- ใช้สายยางเล็กๆหรือสายลมดูดเอาตัวอ่อนอาร์ทีเมียโดยวิธีกาลักน้ำที่ก้นภาชนะ แล้วกรองไว้ด้วยกระชอนผ้าตาถี่
- นำตัวอ่อนอาร์ทีเมียที่อยู่ในกระชอนไปแกว่งล้างน้ำจืด 2 - 3 ครั้ง ก่อนนำไปเลี้ยงลูกปลา
ในส่วนของการแยกตัวอ่อนของอาร์ทีเมียออกจากเปลือกไข่นี้ คุณประชาก็จะมีเทคนิคที่ทำให้การแยกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะส่วนมาก พอแยกเปลือกไข่ออกไม่หมด ก็จะทำให้ปลาเกิดการติดเชื้อ
- เมื่อยกสายลมออกแล้วให้ตะแคงภาชนะไปทางด้านที่มีแสงเข้ามา เพราะตัวอ่อนอาร์ทีเมียชอบว่ายน้ำเข้าหาแสง จะทำให้ไรว่ายน้ำลงไปรวมกันในส่วนลึกเกือบหมด ทำให้สะดวกในการดูดตัวไรออกมาได้ง่ายขึ้น
- เมื่อยกสายลมออกแล้วใช้กระดาษทึบ แสงปิดรอบภาชนะ เว้นเฉพาะทางด้านก้นภาชนะไว้ประมาณ 3 เซนติเมตร จะทำให้ไรส่วนใหญ่ว่ายน้ำลงไปรวมที่ช่องแสงที่ก้นภาชนะ ก็รวบรวมไรได้ง่ายขึ้น

Animal/7170_3_3.JPG
โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ก่อนนำอาร์ทีเมียไปใช้เลี้ยงปลา จะต้องปรับน้ำในตัวไรให้มีความเค็มลดลง เนื่องจากอาร์ทีเมียถูกเลี้ยงในน้ำที่มีความเค็มสูงมาก หากไม่ทำให้ตัวไรจืดลง ปลาจะไม่ชอบกินหรือกินได้น้อย ถ้าใช้วิธีช้อนไรมาแช่ในน้ำจืดสนิททันทีทันใด ไรจะเคลื่อนไหวช้าลงแล้วจะตายภายใน 20 - 30 นาที ความเค็มในตัวไรยังลดลงไม่มากนัก โดยการลดความเค็มในตัวไรลงทำได้โดยการใช้ภาชนะเล็กๆ เช่นขันหรือถัง ตักน้ำจากบ่อเลี้ยงไรมาประมาณ 1 / 10 ของภาชนะที่จะใช้ แล้วเติมน้ำจืดให้เกือบเต็ม คนให้เข้ากันแล้วใส่สายลม จะได้น้ำกร่อยที่มีความเค็มประมาณ 5 - 8 ppt จากนั้นช้อนไรที่จะให้ปลากินมาใส่ไว้ ซึ่งที่ความเค็มระดับนี้ไรจะมีชีวิตอยู่ได้ ควรปล่อยเลี้ยงไว้ประมาณ 2 - 3 ชั่วโมงจึงนำไปเลี้ยงปลา สำหรับความเค็มในระดับที่เตรียมใหม่นี้ไรจะมีชีวิตอยู่ได้ 1-3 วัน ดังนั้นอาจปล่อยไรทิ้งไว้ในตอนเช้าสำหรับใช้เป็นอาหารปลาในตอนเย็น และแช่ไว้ในตอนเย็นสำหรับใช้เป็นอาหารในตอนเช้า ก็จะทำให้ปลากินไรได้ดีและปลอดภัย

Animal/7170_4_4.JPG

เทคนิคการให้อาหารอาร์ทีเมีย ทำได้ 2 แบบ คือ
วิธีแรก ให้โดยใส่ลงในบ่อเลี้ยงโดยตรง จะค่อยๆทยอยใส่ทีละน้อย ไรจะกินอาหารไปโดยตรงส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือจะสลายทำให้เกิดอาหาร ธรรมชาติ อาหารที่ใช้ได้แก่มูลไก่ ประมาณ 200 กิโลกรัม / ไร่ / เดือน ร่วมกับกากผงชูรส ประมาณ 30 - 90 ลิตร / ไร่ / เดือน
อีกวิธีหนึ่งคือ มีบ่อหมักอาหารต่างหาก จะใส่อาหารลงบ่อหมักให้เน่าเกิดแพลงตอน แล้วจึงทยอยสูบไปลงบ่อเลี้ยง ซึ่งการให้อาหารทั้ง 2 วิธี จะให้มากน้อยและบ่อยครั้งเพียงใด ขึ้นอยู่กับฤดูกาล และปริมาณอาหารที่มีอยู่ในบ่อ โดยสังเกตจากสีของน้ำและความโปร่งแสง นอกจากนั้นจะมีการใช้ไม้คราดอาหารที่พื้นก้นบ่อให้ฟุ้งกระจาย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 - 3 ครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ