ไอที ธุรกิจ

เทคนิคคัดหุ้นด้วย PEG Ratio

Wealth Me Up
เผยแพร่ 06 ก.พ. 2563 เวลา 03.46 น. • Wealth Me Up

 

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

 

ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนหุ้นที่มีความผันผวน มีหุ้นประเภทหนึ่งที่นักลงทุนหมายปอง คือ Undervalue Stock หรือ หุ้นที่มีราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน

 

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

แต่การค้นหา Undervalue Stock ให้เจอก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นเมื่อเจอแล้วก็อย่ารอช้า ควรเก็บเข้าพอร์ตเพื่อรอจังหวะขายทำกำไร ซึ่ง WMU มีเคล็ดลับเฟ้นหาหุ้น Undervalue มาบอก….

 

นักลงทุนสามารถสังเกตหุ้น Undervalue ได้ คือ ราคาหุ้นจะต้อง “ต่ำกว่า” ปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง เช่น หุ้น ABC มีปัจจัยพื้นฐานที่ 10 บาท แต่ราคาหุ้นซื้อขายอยู่ระดับ 5 บาท แสดงว่าหุ้น ABC เป็นหุ้น Undervalue

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

 

โดยมีวิธีการ คือ ทำการประเมินภาพรวมธุรกิจ ทั้งด้านอุตสาหกรรม ตัวบริษัท ฐานะทางการเงิน รวมถึง Valuation ก็จะพบว่าหุ้นตัวนั้นมีราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานที่ควรจะเป็นหรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม แม้ส่วนใหญ่มองว่า หุ้นที่มีราคาหุ้นต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานจะเป็น “หุ้นดี” เสมอ แต่ในความเป็นจริง หุ้นประเภทนี้มี 2 ลักษณะ คือเป็นหุ้นที่ดีและราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน กับหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานไม่ดี แต่ราคาหุ้นซื้อขายอยู่ในระดับต่ำ

 

เทคนิคเบื้องต้นในการคัดหุ้น Undervalue ให้ดูจากอัตราส่วนทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับราคา เช่น P/E Ratio, P/BV Ratio, อัตราเงินปันผลตอบแทน หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ให้ดูอัตราส่วนที่วัดประสิทธิภาพจากการดำเนินงาน เช่น ROA, ROE หรือ EPS Growth

 

เมื่อประเมินว่าธุรกิจมีอนาคต ก็ต้องดู Valuation คือ ตอนนี้หุ้นราคา “ถูก” หรือ “แพง” โดยนอกจากจะดูอัตราส่วนทางการเงินพื้นฐาน ควรดู Price/Earnings to Growth Ratio (PEG Ratio) เป็นเครื่องมือในการคัดเลือกหุ้น Undervalue โดยเปรียบเทียบ P/E Ratio ของหุ้นกับอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นของหุ้นตัวนั้นๆ

 

ถ้า PEG Ratio มีค่าเท่ากับหนึ่ง หมายความว่า ตลาดโดยรวมให้ราคาหุ้นที่สะท้อนถึงอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นอย่างเต็มที่ คำนวณจาก P/E Ratio (ราคาปิดต่อกำไรสุทธิ) หารด้วย Annual EPS Growth (อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นประจำปี)

 

PEG Ratio มีค่ามากกว่า 1 เท่า มีความเป็นไปได้ว่าหุ้นตัวนั้นมีราคาซื้อขาย “สูง” เกินมูลค่าที่เหมาะสม (Overvalued stock)

 

PEG Ratio ควรมีค่าน้อยกว่า 1 เท่า หมายความว่า มีความเป็นไปได้ที่หุ้นตัวนั้นมีราคาซื้อขาย “ต่ำ” กว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น

 

ดังนั้น ตามปกติแล้วหุ้น Undervalue จะมี PEG Ratio น้อยกว่า 1 เท่า เนื่องจากมีความคาดหวังในผลกำไรของหุ้นนั้นๆ เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ตลาดโดยรวมยังไม่ได้รับรู้ถึงศักยภาพการเติบโตของผลกำไรดังกล่าว แปลว่า ในเบื้องต้นหากสนใจลงทุนควรเลือกหุ้นที่มี PEG Ratio ระดับ 0 – 0.90 เท่า

 

เพื่อความสบายใจในการลงทุน อาจใช้อัตราปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ประกอบด้วย เพราะถือเป็นเกราะป้องกันชั้นเยี่ยมที่สามารถลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้น ยิ่งหุ้นตัวไหนให้อัตราปันผลตอบแทนสูงๆ จะได้รับความนิยมจากนักลงทุนระดับสูงเช่นเดียวกัน

 

 

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ