วันนี้ (16 พ.ค.62) นายคำพอง กองแก้ว อายุ 84 ปี ชาวบ้าน ต.กบินทร์บุรี อ. กบินทร์บุรี จ. ปราจีนบุรี ร้องเรียนกับสื่อมวลเเละวอนเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ หลังพบบิลค่าน้ำปะปาเเจ้งมาที่ เกือบ 15,000 บาท ซึ่งที่บ้านมีกันอยู่เเค่ 2 สามี ภรรยา
นายคำพองเล่าว่า ตนเเละภรรยามีรายได้เพียงเงินผู้สูงอายุ และเก็บผักเล็กๆน้อยๆขายตลาดเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่พอที่จะจ่ายค่าน้ำปะปา ซ้ำร้ายยังถูกประปาขู่ ถ้าไม่จ่าย จะฟ้องและตัดมิเตอร์ ทำให้ตนเครียดจนไม่มีทางออก
นอกจากนี้ ได้ทำการขุดท่อน้ำขึ้นมาจากดินเพื่อตรวจสอบ พบไม่ว่ามีการแตกหรือชำรุดแต่อย่างใด ตรวจที่มิเตอร์น้ำพบว่าบริเวณรอยต่อที่ผ่านตัวมิเตอร์ มีน้ำหยดไหลซึมออกมา หรืออาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มาตรน้ำสูงขึ้นผิดปกติจากที่ใช้จริง
ตรวจสอบใบแจ้งค่าน้ำประปาส่วนภูมิภาค เริ่มผิดปกติเมื่อวันที่ 9 มี.ค.62 เลขในมาตรวัดน้ำ 1036 เดือนต่อมา วันที่ 9 เม.ย.62 เลขในมาตรวัดน้ำ 1679 หน่วยน้ำที่ใช้ 643,000 ลิตร คิดเป็นเงินค่าน้ำ 13,757.25 บาท ค่าบริการทั่วไป 30 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 965.11 บาท รวมเงินครั้งนี้ 14,752.36 บาท ซึ่งผิดปกติจากเดือนก่อนหลายเท่า
หลังจากที่ค่าน้ำประปาผิดปกติ เจ้าหน้าที่การประปาส่วนภูมิภาค สาขากบินทร์บุรี ได้เรียกนายคำพอง กองแก้ว เจ้าของบ้านเข้าพบเพื่อประนอมหนี้ และให้จ่ายผ่อนชำระงวดแรกเป็นจำนวนเงิน 2753.00 บาท ส่วนที่เหลือให้จ่ายเดือนละ 1,000 บาทจนกว่าจะครบ ซึ่งนายคำพองคิดว่าจ่าย 2753.00 บาทแล้ว จะจบสิ้นไม่ต้องจ่ายอีก
แต่การประปาให้จ่ายผ่อนชำระตามจำนวนคือ 14,752.36 บาท ถ้าไม่จ่ายผ่อนชำระจะดำเนินการตามขั้นตอน และตัดมิเตอร์น้ำ จึงทำให้นายคำพองเกิดอาการเครียด
นายคำพอง กองแก้ว เล่าต่ออีกว่า การประปามาตรวจ เขาก็มาตรวจก็ไม่มีรอยรั่ว ทางประปาก็บอกว่าให้ทำหนังสือสัญญาส่งผ่อนอย่างเดียว ทีนี้ส่งผ่อน ผมก็ไม่มีเงินที่จะส่งผ่อนเดือนละ1,000 บาท ถ้าไม่ผ่อนเขาจะดำเนินการตามของเขา และจะไปขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรมให้มาตรวจสอบว่าความผิดมันอยู่กับใคร ถ้าความผิดอยู่กับประปาก็ให้ประปารับผิดชอบ ความผิดอยู่ที่ผมๆก็รับผิดชอบ
เรื่องนี้ใครถูกใครผิด ?
เเล้วอย่างนี้การประปาต้องเเก้ไขอย่างไร ?