ซาอุดีอาระเบียเริ่มหันหลังให้ดอลลาร์ หาช่องทางค้าน้ำมันกับจีนด้วยเงินสกุลหยวน
วันที่ 16 มีนาคม 2565 วอลล์สตรีต เจอร์นัลรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังอยู่ระหว่างเจรจาหาลู่ทางในการใช้เงินสกุลหยวนในการชำระเงินการจัดซื้อพลังงานระหว่างซาอุดิอาระเบียกับจีน
วอลล์สตรีต เจอร์นัลอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลริยาดซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจากับจีนเรื่องสัญญาราคาหยวนเป็นเวลาหกปี ได้เร่งการเจรจาให้เร็วขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งแม้ไม่ชัดเจนว่าเพราะเหตุใด แต่เชื่อว่าอาจมาจากปัจจัยราคาพลังงานโลกที่สูงขึ้นเนื่องจากวิกฤตสงครามยูเครนรัสเซีย
แม้ไม่ชัดเจนว่าการเจรจาดังกล่าวเป็นจริงแค่ไหน แต่นักวิเคราะห์จากทั้ง Nordea Investment Management และ Generali Insurance Asset Management เห็นตรงกันว่า จะไม่ถึงขั้นส่งผลกระทบให้ดอลลาร์กลายเป็นเงินสกุลรองของโลก แต่สิ่งที่ชัดเจนคือการส่งสัญญาณทางภูมิรัฐศาสตร์ของซาอุดีอาระเบียไปยังสหรัฐ
“ผมไม่รู้ว่ามันจะจริงมั้ย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือความเคลื่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซาอุดีอาระเบียกำลังเดินตามแนวทางของตน และส่งเสียงไปถึงวอชิงตัน” Guillaume Tresca นักยุทธศาสตร์การตลาดของเจเนราลี่กล่าว
เงินดอลลาร์เป็นสกุลเงินเริ่มต้นสำหรับการกำหนดราคาสัญญาพลังงานทั่วโลก การใช้เงินสกุลดอลลาร์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลด้านภูมิรัฐศาสตร์ของวอชิงตัน ทว่าหลังเหตุการณ์คว่ำบาตรรัสเซียจากการถูกห้ามใช้เงินดอลลาร์ รวมถึงเงินทุนสำรองต่างประเทศของรัสเซียเกือบครึ่งถูกแช่แข็ง ทำให้หลายประเทศพิจารณาทบทวนถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาต่อเงินดอลลาร์ดังกล่าว และหาลู่ทางไปใช้สกุลเงินอื่นในการทำธุรกรรมระหว่างกัน
ดังเช่นที่ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าอินเดียแสดงความสนใจซื้อปุ๋ย พลังงาน และสินค้าโภคภัณฑ์ของรัสเซียในราคาถูก ด้วยวิธีช่องทางพิเศษระหว่างเงินรูเบิลกับรูปี หลังรัสเซียถูกนานาชาติคว่ำบาตร สวนทางกับอินเดียที่งดออกเสียงต่อกรณีดังกล่าวบนเวทีสหประชาชาติ
ความสัมพันธ์ของซาอุดีอาระเบียกับสหรัฐตึงเครียดตั้งแต่โจ ไบเดนได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี จากกรณีที่เจ้าชายมูฮัมหมัด บิน ซัลมาน ถูกกล่าวหาว่าบงการสังหารจามาล คาช็อกกีในปี 2018 คอลัมนิสต์ของวอชิงตันโพสต์ที่วิพากษ์วิจารณ์ระบอบการปกครองของเขา ขณะที่ล่าสุด ซาอุฯแสดงท่าทีนิ่งเฉยต่อการติดต่อจากทำเนียบขาวเพื่อขอนำเข้าพลังงานเพิ่มเติม หลังจากที่สหรัฐประกาศแบนพลังงานรัสเซีย