ยอดกู้ยืมเงินเยนในพ.ย. แตะ 1.35 หมื่นล้านดอลล์ จับสัญญาณ Unwind yen carry trade ช่วงประชุมเฟด-BOJ เดือนนี้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -3 ธ.ค. 67 17:37 น.
ข้อมูลที่บลูมเบิร์กรวบรวมจาก Financial Futures Association of Japan, Tokyo Financial Exchange Inc. และ US Commodity Futures Trading Commission คาดว่า นักลงทุนรายย่อยของญี่ปุ่น กองทุนที่มีการทำเลเวอเรจ และผู้จัดการหลักทรัพย์ในต่างประเทศ ได้เข้ากู้ยืมเงินเยนในการทำ Yen Carry Trade เพิ่มขึ้นเป็น 1.35 หมื่นล้านดอลล์ในเดือนพ.ย. จากระดับ 9.74 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนต.ค.
การเข้ากู้ยืมเงินเยนคาดว่า จะเพิ่มขึ้นในปีหน้า เนื่องจากส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ และความผันผวนที่ต่ำในตลาดค่าเงิน เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้การกู้ยืมเงินเยนมีความน่าดึงดูดสำหรับนักลงทุน เพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
นักกลยุทธ์จากบริษัทหลักทรัพย์ Mizuho Securities ของญี่ปุ่น และ Saxo Markets วาณิชธนกิจของเดนมาร์ก กล่าวว่าการทำ Carry Trade มีโอกาสกลับมาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับที่เกิดขึ้นในปีนี้ ก่อนที่นักลงทุนจะลดการลงทุนอย่างกะทันหัน หลังจากที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อเดือนก.ค. โดยปัจจัยที่ต้องจับตาก็คือ การที่โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังจะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งอาจสร้างความผันผวนในตลาดค่าเงินได้
กลยุทธ์การซื้อขายแบบ Carry trade ซึ่งเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อตลาดทั่วโลก โดยในช่วงต้นเดือนส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีการทำ Unwind Yen Carry Trade ซึ่งเป็นการที่นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เพื่อนำเงินไปคืนเงินกู้สกุลเยนนั้น ทำให้มาร์เก็ตแคปในตลาดหุ้นทั่วโลกหายไปราว 6.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเวลาเพียงสามสัปดาห์ ขณะที่ดัชนี Nikkei 225 ดิ่งหนักสุดนับตั้งแต่ปี 1987 โดยการแข็งค่าของเงินเยนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมายังตอกย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับนักลงทุนที่กลับเข้ามาลงทุนในตลาดรอบนี้
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการซื้อขาย โดยผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยของสกุลเงินในกลุ่มประเทศ G10 กับสกุลเงินของตลาดเกิดใหม่ทั้ง 10 สกุลให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่า 6% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของญี่ปุ่นอยู่ที่เพียง 0.25% ซึ่งทำให้ผลตอบแทนจากเงินเยนแทบจะเป็นศูนย์
แม้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะค่อย ๆ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ช่องว่างระหว่างอัตราผลตอบแทนเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อย่างสหรัฐฯ ก็ยังคงสูง โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ปรับลดอัตราลงมาอยู่ที่ระดับ 4.5-4.75% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นอยู่ที่ 0.25%
กลยุทธ์การทำ Yen carry trade ทำกำไรเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นการซื้อขายโดยกำหนดเป้าหมายเป็นคู่สกุลเงินหลักและสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ 10 สกุล ให้ผลตอบแทน 45% นับตั้งแต่สิ้นปี 2021 เมื่อเทียบกับผลตอบแทน จากดัชนี S&P 500 ซึ่งอยู่ที่ 32% (คำนวณโดยรวมเงินปันผลไปลงทุนซ้ำแล้ว) ซึ่งทำให้กลยุทธ์การเทรดประเภทนี้ดึงดูดนักลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยพบว่า มูลค่าเงินเยนที่ถูกเทขายชอร์ตมีสูงถึง 2.16 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนก.ค. ก่อนที่ตลาดจะเกิด Unwind carry trade
ทั้งนี้ นักลงทุนอาจเห็นสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้ม Carry trade ก่อนการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 18-19 ธ.ค. และเฟดในวันที่ 17-18 ธ.ค. นี้ รวมถึงท่าทีและการแสดงความเห็นของนายคาซุโอะ อุเอดะ ผู้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น และนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด
ที่มา Bloomberg
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ