บันเทิง

เปิดใจครั้งแรก กิ๊ก มยุริญ เผยสาเหตุ ทำไมตัดสินใจบวชชีที่พม่าถึง 2 ครั้ง

The Bangkok Insight
อัพเดต 01 ต.ค. 2567 เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. 2567 เวลา 02.55 น. • The Bangkok Insight

เปิดใจครั้งแรก กิ๊ก มยุริญ เผยสาเหตุ ทำไมตัดสินใจบวชชีที่พม่าถึง 2 ครั้ง เจ้าตัวบอกว่าเพราะว่าเรารู้สึกว่าการบวชครั้งที่แล้วมันยังไม่สุด ครั้งที่แล้วบวช 6 เดือนก็คิดว่ามันต้องไปได้อีก

กลับมาเป็นฆราวาสแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กิ๊ก มยุริณ ผ่องผุดพันธ์ ได้ตัดสินละทางโลกและออกบวช เมื่อช่วงปลายปี 2566 ณ ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นเวลานานกว่า 9 เดือน

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

เปิดใจครั้งแรก กิ๊ก มยุริญ เผยสาเหตุ ทำไมตัดสินใจบวชชีที่พม่าถึง 2 ครั้ง

ล่าสุด (30 ก.ย.) กิ๊ก ได้ออกมาเปิดใจครั้งแรก หลังตั้งใจลาบวชชี ตัดขาดทางโลก ปฏิบัติธรรม ที่ประเทศเมียนม่าร์นาน 9 เดือน ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเล่าในรายการคุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นขณะปฏิบัติธรรม ทั้งเห็นวิญญานเด็ก และสาเหตุที่บวชไม่ครบตามที่ตั้งใจไว้

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

เพิ่งลาสิกขามาได้กี่วัน?

กิ๊ก : 7 วันค่ะ

ตอนนี้ปรับตัวได้หรือยังคะ?

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

กิ๊ก : ดีขึ้นแล้วค่ะเพราะว่าได้ไปถ่ายคลิปเมื่อวานก็ไปกองเป็นต่อมาก็เริ่มรู้สึกว่าเราได้กลับสู่ทางโลกจริง ๆ แล้วแรกแรกลาสิขายังงง ๆ นิดนึงเพราะเหมือนกลับว่าเรายังไม่คุ้นชินกับชีวิตแบบนี้เพราะตื่นมาก็ต้องเดินจงกรมนั่งสมาธิ แต่กลับมาก็ยังเดินจงกรมนั่งสมาธิเหมือนเดิมแต่ช่วงเวลาการเดินนั่งแค่ลดลงเราก็ต้องปรับตัวนิดนึง

ทั้งหมดบวชกี่เดือน?

กิ๊ก : 9 เดือนค่ะ

เป็นยังไงบ้างได้ 9 เดือนนี้ อิ่มบุญขนาดไหน ?

กิ๊ก มยุริญ : มีความสุขมาก ๆ แล้วก็รู้สึกว่าเราได้ชีวิตใหม่กลับมารู้สึกมีความสุขกับตัวเองมากขึ้น การยืนนั่งนอนการมีสติในชีวิตประจำวันมากขึ้น รู้สึกว่าความโลภความโกรธความหลงบางลงเพราะมันบางลงความสุขเราก็มากขึ้น ครั้งก่อนก็ไปมา 6 เดือน แต่ครั้งที่แล้วถือเป็นครั้งแรกที่เราบวช ก็เป็นแม่ชีมือใหม่ ก็เคร่งเครียดเกินไปนิดนึง ข่าวที่แล้วที่ไปบวชกลับมาก็ป่วยเพราะนอนทับแขนตัวเอง (หัวเราะ) คือจริง ๆ เวลาเค้าให้นอนเค้าจะให้นอนแบบมีสติ ซึ่งเราก็ไม่ได้ทำ เราไปก็นอนทับแขนตัวเอง ซึ่งก็ทับแขนตัวเองมาประมาณ 3 เดือนก็เลยทำให้ป่วยมาเรื่อย ๆ ยกแขนไม่ขึ้นจนต้องทำกายภาพ รักษาตัวเป็นปีกว่าจะหายขาด บวชครั้งที่ 2 เราก็รู้แล้วว่าพลาดอะไรไปก็ไม่ทำให้มันเกิดขึ้น

บวชครั้งไหนโหดกว่ากันคะ 1 หรือ 2 ?

กิ๊ก มยุริญ : พี่ว่าถ้าถามครั้งแรกสุขภาพโหดกว่า แต่ถ้าโหดทางด้านจิตใจครั้งนี้โหดกว่า เพราะว่าคราวที่แล้วไปไฟทางการไม่ค่อยมาอย่างคราวที่แล้วกลางวันไฟไม่มากลางคืนมาทั้งคืน แต่ครั้งนี้มาแบบสุ่ม อย่างที่แย่ที่สุดคือ 24 ชั่วโมงไฟมาแค่ 1 ชั่วโมงกลางคืน นอกนั้นก็จะเป็นแบบติดๆ ดับๆ บางคืนไฟก็ไม่มาเลย คือเราไม่สามารถคาดคะเนได้เลยว่าไฟเค้าจะมาเมื่อไหร่ พี่ได้เห็นแล้วว่าชีวิตคนที่ไม่มีแสงสว่างมันมืดมิดมาก ถ้าถามพี่ว่ากำหนดสติพี่กำหนดได้นะแต่มันคือความตึงเครียดไง มันเหมือนว่าเราต้องลุ้นว่าไฟจะมาเมื่อไหร่ มาเราก็ต้องวิ่งไปอาบน้ำต้องทำกิจกรรมอื่น ๆ คือพี่เข้าใจเลยไง พี่ก็ขอบคุณที่มันทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทำให้เราเข้าใจว่าชีวิตที่ไม่มีแสงสว่างมันเป็นยังไง

ไฟดับทำให้เราจิตใจสงบมากขึ้นมั้ย?

กิ๊ก : มันไม่ได้ทำให้เราสงบขึ้นแต่มันทำให้เรามีความเครียดสะสมทำให้เราเหมือนเป็นแพนิค ถึงขั้นไม่อยากปฏิบัติแล้วอย่าออกจากกรรมฐานเพราะมันเกิดจากไฟสภาวะธรรมด้วย

อะไรที่ทำให้ตัดสินใจกลับไปบวชที่พม่าครั้ง2 ?

กิ๊ก : เพราะว่าเรารู้สึกว่าการบวชครั้งที่แล้วมันยังไม่สุด ครั้งที่แล้วบวช 6 เดือนก็คิดว่ามันต้องไปได้อีก ก็เลยตัดสินใจครั้งนี้บวช 1 ปี ไปอยู่กับท่านเลย

ที่พม่ากับการบวชที่ไทยแตกต่างกันอย่างไร?

กิ๊ก มยุริญ : สำหรับนักบวชพี่ตอบเลยว่าพี่ไม่มีข้อมูลที่ไทย แต่วิธีประพฤติปฏิบัติพี่เชื่อว่าเหมือนกัน ยูนิฟอร์มอาจไม่เหมือนกัน แต่ว่าเราก็เป็นรูปพระพุทธเจ้าเหมือนกัน

ไปบวชแล้วครอบครัวว่าอย่างไรบ้าง?

กิ๊ก : โอ้โห…ปัญหาเยอะมากก่อนไป เพราะว่าข่าวความไม่สงบในพม่ามีมานานแล้ว พอจะไปทุกคนก็เป็นห่วงไม่อยากให้ไป กับน้องสาวก็ไม่อยากให้เราไปก็เลยมีการทะเลาะกันเล็กน้อยก็เลยเหมือนมีการงอนกันแต่เราก็ตัดสินใจว่าเอาช้างมาฉุดยังไงก็ไม่อยู่หรอก เราตัดสินใจเพราะกำลังบุญเราหมดเราคงต้องไปเติมกำลังบุญ มันถึงเวลาข้างในมันบอกจิตใจมันแน่วแน่แล้วก็เลยไปค่ะ ก็ไปทั้ง ๆ ที่ทุกคนไม่อยากให้ไป แต่เราก็จะไป

แล้วก็เพิ่งทราบมาว่าเพิ่งเปิดบริษัทได้ 4 เดือนตอนนั้น?

กิ๊ก : ก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับชุดชั้นในที่เพิ่งเปิดไปได้ 4 เดือน พี่ก็ทิ้งพาร์ทเนอร์แล้วก็ไปปฎิบัติธรรมแต่ก็เข้าใจว่าคุยกันก่อนแต่เค้าก็ให้ไปทั้งน้ำตา และที่พี่กลับมาสถานการณ์ในพม่าท่านรู้สึกไม่สบายใจก็อยากให้กลับมาพี่ก็เลยไม่สามารถอยู่ได้ครบปีอย่างที่ตั้งใจ ก็บวชไป 9 เดือน พอกลับมาก็ต้องมารับผิดชอบธุรกิจ

ตอนที่ไปพี่กิ๊กไปกับใครอ่ะคะ?

กิ๊ก : ตอนพี่ไปคือพี่ไปอยู่คนเดียวค่ะ แต่ตอนไปน้องสาวไปส่ง ก็ไปอยู่ด้วยกัน 2 คืน น้องเขาก็โอเคเพราะเค้าก็เคยไปปฎิบัติกับพี่ เคยไปอยู่ด้วยกันมาก่อน สาเหตุที่เค้าต้องไปด้วยเพราะว่าพี่ขนของที่ไทยไปหมดเลย คือพี่จะไม่ไปหาซื้อที่นั่น เพราะเกรงใจที่สำนัก

ความรู้สึกที่ปลงผมเพราะผู้หญิงเราจะรักสวยรักงาม?

กิ๊ก : พี่ชอบมากพี่มีความสุขมากเลยคือเวลาที่เราไม่มีผมความรู้สึกมันจะแตกต่างไปใช่ไหมแต่จริงๆ แล้วเรายังรู้สึกเหมือนเดิม เพราะว่าหนังศีรษะเรายังอยู่ปกติแค่มันเบาหัวละไม่มีผมเท่านั้นเอง และอีกอย่างเราจะรู้สึกได้กลิ่นหัวเราชัดเจนมาก เพราะความไม่สวยไม่งามมันมีกลิ่นเหม็นไง แม่ชีที่นั่นก็ปวดหัวหมดแล้วก็ละทางโลก

กิจวัตรในหนึ่งวันที่ไปบวชถือศีลมีอะไรบ้าง?

กิ๊ก : พี่กิ๊กไปบวชที่นั่นเป็นโยคีผู้ปฏิบัติธรรมเพราะฉะนั้นก็อาจจะแตกต่างจากนักบวชทั่วไปที่ไม่ได้เข้ากรรมฐาน อย่างถ้าพี่ไปเข้ากรรมฐานพี่ก็จะตื่นประมาณตีสามตีสี่ทุกวัน อยู่ที่พี่นอนกี่โมง เสร็จปุ๊บก็เดินจงกลม 1 ชั่วโมงและนั่งสมาธิหลังจากนั้นก็ทานอาหารแล้วก็เดินจงกรมนั่งสมาธิต่อจนอาหารกลางวันมาส่งเสร็จ พอทานเสร็จก็จะเดินจงกรมและนั่งสมาธิต่อเพราะช่วง 5 โมงเย็นก็จะไปส่งอารมณ์กับซายาดอว์ กลับมาก็ทำสรีรกิจแล้วก็เดินจงกลม และนั่งสมาธิต่อ แล้วก็นอน แล้วก็ตื่นมันก็วนอยู่อย่างนี้ทุกวันเก้าเดือน

แล้วเราสามารถคุยโทรศัพท์กับที่บ้านได้ไหม?

กิ๊ก : ไม่ค่ะพี่ไม่คุยโทรศัพท์แต่อาจจะมีการสื่อสารบ้างด้วยการส่งข้อความเท่าที่จำเป็นเพราะว่าสถานการณ์ที่พม่าตอนที่เราไปมันไม่สงบแล้วเราอยู่กุฎิที่ไกลจากสำนักเพราะฉะนั้นพี่จะอยู่คนเดียว และหากถ้ามีอะไรฉุกเฉินเช่นไฟช็อตงูมา เราก็ต้องติดต่อทางสำนักได้แต่ว่าใช้เท่าที่จำเป็นจริงๆ

เรื่องชุดเห็นว่าไม่เหมือนชุดที่ไทย?

กิ๊ก : ใช่ค่ะเป็นชุดแม่ชีสีชมพู เท่าที่พี่ถามแม่ชีที่พม่ามา ท่านบอกว่าเป็นสีของความรักความเมตตา แต่ขนบธรรมเนียมที่นั่นก็จะแต่งตัวสีแบบนี้

เห็นว่าที่ไปบวชในระยะเวลาเก้าเดือนต้องให้คนที่ไทยส่งของไปให้?

กิ๊ก: ใช่ค่ะจริง ๆ กุฎิที่นั่นอยู่สบายนะคะแต่อาจจะมีงูเข้าได้หรือว่าสัตว์ต่างๆเขาได้เคยมีงูเข้ามาด้วยครั้งที่แล้ว ตอนนั้นอยู่กับน้องสาว ก็ให้น้องสาวไปตามคนมาช่วยเอาออก แต่ครั้งนี้พี่ไปอยู่คนเดียวอันไหนที่มีรูพี่ต้องหาอะไรไปปะไว้ ก็ได้ของจากเมืองไทยนี่แหละค่ะที่ส่งไปให้ อย่างน้ำที่นั่นพี่ก็ยังใช้น้ำบาดาลกับน้ำฝนอยู่

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ