Bangkok Neighborhoods Name — The Stories Behind Them
สำรวจที่มาของชื่อย่านเก่าในบางกอก
เนื่องในโอกาสคลายล็อกดาวน์ และ(หวังว่า)กรุงเทพฯ จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง ขอชวนไปเดินเล่นและทำความรู้จักย่านเมืองเก่า เคยสงสัยเหมือนกันไหมว่า? ชื่อย่านในเมืองเก่าอย่าง เยาวราช ตลาดน้อย นางเลิ้ง เสาชิงช้า มีที่มาที่ไปยังไงบ้าง รวบรวมมาให้อ่านกันเพลินๆ เผื่อเป็นไอเดียออกไปเดินเล่นสำรวจเสาร์อาทิตย์นี้นะ : )
ความสนุกเวลาเดินเล่นในย่านนั้นๆ คือการได้เห็นนู่นนิด แล้วรู้สตอรี่ไปด้วยหน่อย นอกจากนั้นแล้วก็คือการได้ซื้ออาหารหรือขนมอร่อยๆ กินระหว่างทาง เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่เราจะได้อุดหนุนคนในชุมชนด้วย
ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้มาช่วยกันอุดหนุนคนตัวเล็ก ตัวน้อยกันน้า
ตามมาดูว่ามีย่านไหนกันบ้างได้ในโพสต์นี้เลย
ปากคลองตลาด
ปากคลองตลาด ถือว่าเป็นตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ที่เรียงรายอยู่ริมถนนจักรเพชร ในตลาดยอดพิมาน หรือในตลาดส่งเสริมเกษตรไทย ก็มีดอกไม้เยอะมากๆ ให้เช็คอินกันถึง 3 จุด
ที่มาที่ไปของชื่อปากคลองตลาด มาจากแต่เดิมรอบๆ ชุมชนมีคลองและแม่น้ำหลายสายเข้ามาบรรจบกัน จนมีลักษณะเป็นปากคลอง เกิดเป็นชุมชนริมน้ำที่ชื่อว่าปากคลองตลาดขึ้น จนในภายหลังเริ่มมีพ่อค้าแม่ค้านำดอกไม้มาค้าขายกันริมถนน ปัจจุบันจึงกลายเป็นที่รู้จักในฐานะตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในไทยนั่นเอง
ถ้ามีเวลาอยากให้ลองเดินเก็บบรรยากาศให้ครบเลย เพราะที่นี่ไม่ได้ขายแค่ดอกไม้อย่างเดียว ผัก ผลไม้สดๆ เครื่องเทศ สมุนไพรก็มีขายด้วยเหมือนกัน
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ทางปากคลองตลาดเขาก็มีการปรับตัวมาทำกันในช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อนๆ ที่สนใจเติมบรรยากาศให้บ้านช่วง WFH สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมในลิงก์ของเขาได้เลยน้า
• https://www.facebook.com/manuspakkhlong
พาหุรัด
ชุมชนพาหุรัดเกิดขึ้นมาพร้อมกับการตัดถนนในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่นี่จึงเป็นที่จรดกันของถนนหลายสาย ทำให้จากเดิมชาวอินเดียที่นับถือศาสนาซิกข์ที่ขายผ้าอยู่แถวบ้านหม้อ ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ย่านพาหุรัดเพราะการคมนาคมสะดวกสบายขึ้น พอชุมชนขยายใหญ่ขึ้นมากเข้า คนก็เลยเรียกกันว่า Little India
ส่วนที่ชื่อพาหุรัด มีที่มาจากการที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นโดยทรงใช้ทรัพย์ส่วนพระองค์ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน์ ภายหลังท่านสิ้นพระชนม์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างถนนขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลและพระราชทานชื่อถนนว่า "ถนนพาหุรัด"
ปัจจุบันที่นี่เป็นเหมือนศูนย์กลางตลาดผ้า ที่มีผ้าให้เลือกหลายแบบหลายสไตล์ มาเดินที่นี่รับรองว่าได้กลิ่นอายของแดนภารตะอย่างแท้จริง จะเห็นผู้หญิงห่มส่าหรี ผู้ชายใส่ผ้าโพกหัว ร้านค้าเปิดเพลงอินเดียคลอไปกับการจุดกำยานกลิ่นหอบอบอวลเลยล่ะ
ตลาดน้อย
เดินถัดจากเยาวราชมาอีกหน่อย ยังมีย่านตลาดน้อยซึ่งเป็นชุมชนเล็กๆ ที่มีชาวจีนอาศัยอยู่มาตั้งแต่ช่วงรัตนโกสินทร์
ตลาดน้อย เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อก่อนที่นี่เคยมีชาวโปรตุเกสและชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนหนึ่งมาตั้งรกรากอยู่ แต่เมื่อมีการตัดถนนสำเพ็งขึ้นในเขตสัมพันธวงศ์ ทำให้ธุรกิจการค้าขายเริ่มเจริญรุ่งเรือง จนกลายมาเป็นถนนที่มีบทบาทอย่างมากกับคนจีนและคนไทยในสมัยนั้น ทำให้เริ่มมีคนจีนจากหลายๆ ที่ อพยพเข้ามาอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงมากขึ้น เกิดการซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้ากันเป็นตลาดย่อมๆ คนในสมัยก่อนเลยเรียกพื้นที่นี้ว่า “ตะลัคเกี๊ยะ” หรือ “ตลาดน้อย” นั่นเอง
ถ้าเดินเยาวราชจนเบื่อแล้ว ลองมาเดินเล่นย่านตลาดน้อยกัน ที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบ มีศาลเจ้าริมน้ำสวยๆ มีโรงเรียนสอนดำน้ำ คาเฟ่ริมน้ำ และอาหารโลคัลอร่อยๆ อีกเพียบเลย
เจริญกรุง
เชื่อว่าทุกคนต้องคุ้นเคยกับย่านเจริญกรุงเป็นอย่างดี เจริญกรุงคือถนนที่สร้างตามแบบตะวันตกสายแรกของประเทศไทยเลย
ตอนสร้างถนนสายนี้เสร็จใหม่ๆ ยังไม่ได้มีการพระราชทานนาม ชาวบ้านเลยเรียกกันว่า “ถนนใหม่” ส่วนชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยเรียกว่า “นิวโรด (New Road)” ต่อมารัชกาลที่ 4 จึงพระราชนามถนนว่า “เจริญกรุง” ซึ่งหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองนั่นเอง
ปัจจุบันเจริญกรุง เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยความที่อยู่ติดแม่น้ำ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งไทย จีน เทศ รวมถึงคนรุ่นใหม่ๆ ก็ยังมาเปิดกิจการ ทำคาเฟ่ ทำธุรกิจย่านนี้เป็นจำนวนมาก ก็ยิ่งทำให้ที่นี่คึกคักและเป็นย่านเมืองเก่าที่ตอบโจทย์คนที่อยากมาใช้เวลาช่วงเสาร์ - อาทิตย์มากๆ เรียกว่ามาย่านนี้ย่านเดียวก็มีให้เที่ยวแบบครบๆ เลยล่ะ
เยาวราช
ถ้าพูดถึงย่านชุมชนชาวจีนที่แรกที่เรานึกถึงคงหนีไม่พ้นเยาวราช
ย่านการค้าเก่าแก่ของชาวจีน เสื่อผืนหมอนใบ ที่เดินทางมาตั้งรกรากที่ไทย
“เยาวราช” เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนมายุเพียง 15 พรรษา จึงตั้งชื่อว่าเยาวราช หมายถึงพระราชาที่ทรงพระเยาว์นั่นเอง
ภายหลังพอคนจีนเริ่มมาอาศัยแถวนี้มากขึ้น ย่านนี้ก็ถูกเรียกอีกชื่อว่าไชน่าทาวน์ ที่เราทุกคนล้วนรู้กันดีอยู่แล้วว่าถ้าอยากมาซื้อของไหว้เจ้า ไหว้เจ้าขอพร คาเฟ่ชิคๆ หรือหาของกินโลคัลก็ต้องมาที่นี่ ยิ่งถ้ามาช่วงดึกๆ ก็ยิ่งคึกคัก เพราะ Street Food ที่นี่อร่อยมากๆ เต็มไปด้วยร้านรวง อาหารการกินให้เดินไป กินไปตลอดทางเลย
เสาชิงช้า
ถ้าถามถึงย่านที่เรามีโอกาสแวะเวียนมาบ่อยๆ คงหนีไม่พ้นย่านเสาชิงช้า อีกหนึ่งแลนมาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ ย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยของกินและวัดวาอารามสวยๆ รวมถึงถิ่นขายสังฆภัณฑ์มากมาย
ช่วงเริ่มสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองรอบกรุงขึ้นและขยายขอบเขตของฝั่งพระนครออกไป ทำให้บริเวณวัดสุทัศน์เทพวรารามกลายเป็นสะดือเมืองหรือจุดศูนย์กลางของพระนคร อีกทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเทวสถานโบสถ์พราหมณ์และเสาชิงช้าขึ้นเพื่อใช้ทำพิธีโล้ชิงช้า ส่วนทำไมชื่อเสาชิงช้า ก็เพราะว่าเมื่อก่อนเขาโล้ชิงช้ากันจริงๆ กันที่นี่ !!
การโล้ชิงช้าเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวายของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู โดยเชื่อว่าแผ่นดินที่ได้ทำพิธีนี้แล้วจะเป็นแผ่นดินที่มีความเจริญรุ่งเรือง แต่ปัจจุบันพิธีนี้เลิกไปแล้วตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 7
ด้วยความที่อยู่ใจกลางพระนครและเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมสำคัญ ทำให้เสาชิงช้าเป็นอีกหนึ่งแลนมาร์คที่นักท่องเที่ยวต่างแวะเวียนมาถ่ายรูปกันอยู่บ่อยๆ นอกจากจะมาดูเสาชิงช้าของจริงแล้ว ย่านนี้ก็เต็มไปด้วยของอร่อยด้วยน้า มาเดินเล่นชมบรรยากาศเมืองเก่า แวะกินอาหารอร่อยๆ กันได้
นางเลิ้ง
ย่านชุมชนเก่าแก่ ตึกสีชมพูพาสเทล แหล่งรวมอาหารไทยโบราณคือนิยามที่เราขอยกให้ตลาดนางเลิ้ง
ย่านนางเลิ้ง เมื่อก่อนเคยเป็นพื้นที่นาโล่งๆ ไม่ค่อยมีคนมาอยู่จนกระทั่งในสมัยช่วงรัชกาลที่ 4 และ 5 ได้มีการขุดคลองทำให้ผู้คนเริ่มเข้ามาอยู่อาศัยมากขึ้น ทั้งลาว เขมร ญวน จีน ต่างหลั่งไหลเข้ามาจนทำให้ย่านนี้กลายเป็นย่านการค้าบนบกแห่งแรกของไทยนั่นเอง และด้วยความที่อยู่ใกล้กับสนามม้านางเลิ้งและโรงหนังเฉลิมธานีจึงทำให้ที่นี่เป็นศูนย์รวมความบันเทิงสมัยก่อน ให้เข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนสยามตอนนี้
คำว่า ‘นางเลิ้ง’ ไม่ใช่ชื่อคนนะ แต่มาจาก ‘อีเลิ้ง’ ภาษามอญแปลว่าโอ่งขนาดใหญ่ เป็นสินค้ายอดฮิตที่คนมอญมักจะขนใส่เรือมาขายกันที่คลองผดุงกรุงเกษม คนเรียกชื่อนี้บ่อยๆ เข้าจนกลายมาเป็นชื่อชุมชน ภายหลังช่วงยุคสมัยของจอมพลป.ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “นางเลิ้ง” เพื่อให้สุภาพมากขึ้น
ในตลาดนางเลิ้งมีอาหารที่หลากหลายมากๆ ขึ้นชื่อเรื่องอาหารและขนมโบราณอย่าง ขนมถ้วยตะไล ขนมเบื้องญวน ขนมไทย อาหารกินเล่นอย่างข้าวเกรียบปากหม้อ ขนมจีบ ซาลาเปา หมี่กรอบ เกี๊ยวซ่า ไปจนถึงอาหารหนักๆ อย่างข้าวซอย ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น บะหมี่ ข้าวแช่ ข้าวคลุกกะปิ และขาดไม่ได้ที่โด่งดังสุดคือกล้วยทอดนางเลิ้ง
มาตลาดนางเลิ้งคือกิน กิน กิน แล้วก็กินเพราะอาหารที่นี่เค้ามีให้เลือกเยอะมากๆ และรสชาติก็ไม่เป็นสองรองใครแน่นอน
บางลำพู
ถ้าใครนึกว่าย่านบางลำพูอยู่ตรงไหนไม่ออก ให้เข้าใจง่ายๆ คืออยู่แถวๆ ถนนข้าวสาร สวรรค์ยามค่ำคืนของมนุษย์กลางคืนนั่นเอง
ที่ชื่อว่าบางลำพู มีที่มาจากเมื่อก่อนมีต้นลำพูขึ้นอยู่ริมคลองเป็นจำนวนมากและเมื่อก่อนที่นี่เคยเป็นย่านตลาดและชุมชนเล็กๆ
แม้ทุกวันนี้ย่านบางลำพูจะเต็มไปด้วยแหล่งบันเทิง เริงรมย์ ย่านที่พักราคาไม่แพง คาเฟ่ ร้านอาหารมากมาย แต่จริงๆ แล้ว เมื่อก่อนที่นี่เป็นย่านตลาดสำคัญแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และเป็นที่อยู่ของคนหลายเชื้อชาติ ทั้งจีน มอญ มุสลิม จนทำให้เป็นแหล่งที่มีอาชีพหลากหลาย เช่น คนจีนทำการค้า ร้านอาหาร คนมุสลิมทำเครื่องทองขาย คนลาวทำเครื่องเงิน เครื่องถม ที่นี่จึงเป็นเหมือนย่านแห่งงานฝีมือเลยก็ว่าได้
ถ้ามาแถวบางลำพู แนะนำให้มาเดินดูพิพิธบางลำพู ชมประวัติศาสตร์ของย่านนี้ ต่อด้วยกินอาหารอร่อยๆ ค่ำๆไปต่อที่ข้าวสาร ดึกๆ หน่อยก็แวะมากินข้าวต้มริมวัดบวรก็เป็นอันจบวันที่ดีงาม