ไอที

เตือนเพจปลอม “ทางรัฐ” ระบาดรับวันแรกลงทะเบียน “ดิจิทัลวอลเล็ต” ประสานเฟซบุ๊ก ปิดกั้นเร่งเอาผิดตาม ก.ม.

เดลินิวส์
อัพเดต 01 ส.ค. 2567 เวลา 15.54 น. • เผยแพร่ 01 ส.ค. 2567 เวลา 08.44 น. • เดลินิวส์
ดีอี เตือนเพจปลอม “ทางรัฐ” ระบาด รับวันแรกลงทะเบียน “ดิจิทัลวอลเล็ต” หวั่น ปชช. หลงเชื่อ ประสานเฟซบุ๊กปิดแล้ว พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย อย่างถึงที่สุดต่อไป

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า วันนี้ 1 ส.ค. เป็นวันแรกที่รัฐบาลเปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet หรือ โครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” กว่า 5 ล้านครั้ง ในช่วงเช้า

ขณะเดียวกัน จากการติดตามตรวจสอบการกระทำที่อาจเข้าข่ายอาชญากรรมออนไลน์ พบมีการแอบอ้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ข้อมูลข่าวสารบิดเบือน ไม่ตรงกับความจริง โดยพบว่า มีการจัดทำเฟซบุ๊ก โดยใช้ชื่ออ้างอิงแอป “ทางรัฐ” และโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” เป็นจำนวนมาก

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้ประสานงานกับ DGA ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า DGA มีเฟซบุ๊ก แฟนเพจ อย่างเป็นทางการในชื่อ “DGA Thailand” ซึ่งให้ข้อมูลและรายละเอียดการลงทะเบียนตามโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต ที่ถูกต้อง โดยให้สังเกตเครื่องหมาย Blue Badge หรือเครื่องหมายถูกสีน้ำเงิน เป็นป้ายสถานะเครื่องหมายยืนยันจากเฟซบุ๊กว่า เพจหรือโปรไฟล์ตัวตนที่แท้จริงของหน่วยงาน

อย่างไรก็ตาม ประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งเป็นข้อมูลโดยตรงจากรัฐบาล ที่เชื่อถือได้ ในเว็บไซต์ www.digitalwallet.go.th หรือ www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านศูนย์บริการข้อมูลโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet โทรฯ สายด่วน Digital Wallet 1111 พร้อมให้บริการและคำแนะนำปรึกษาแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

“กระทรวงดีอี ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องการสร้างช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ด้วยการแอบอ้างหน่วยงานของรัฐ และโครงการที่สำคัญของรัฐบาล สร้างข้อมูลเท็จ บิดเบือน เพื่อสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน และอาจเป็นช่องทางนำไปสู่การก่ออาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมเป็นวงกว้าง โดยได้ประสานงาน ขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการ Facebook เพื่อปิดกั้น รวมทั้งจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป” นายประเสริฐ กล่าว

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง
ดูข่าวต้นฉบับ