ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัว 1,570-1,590 จุด ท่ามกลางปัจจัยลบเดิม “ยอดผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง ตั้งแต่ 1 เม.ย.-2 ก.ค.64 พบสายพันธุ์เดลต้ากว่า 16.38%” เฝ้าระวังใกล้ชิด วันนี้ลุ้นแรงเก็งกำไรหุ้นพลังงานหลังประชุม OPEC+ คุยไม่จบไร้ข้อสรุปแผนการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวต่อ WTI เช้านี้พุ่งแตะ 76.42 ดอลลาร์/บาร์เรล
วันที่ 6 กรกฎาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยว่า คาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวออกข้างระหว่าง 1,570 – 1,590 จุด ท่ามกลางปัจจัยลบเดิมจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันและการแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าในประเทศ
ขณะที่ปัจจัยหนุนทางเชิงบวกเล็กๆ น่าจะมาจากภายนอก โดยคาดอาจเห็นการเก็งกำไรในกลุ่มพลังงาน หลัง OPEC+ ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องกำลังการผลิตและถูกเลื่อนการตัดสินใจร่วมออกไปอย่างไม่มีกำหนด
โดย OPEC+ คุยไม่จบ คาดราคาน้ำมันดิบโลกไปต่อ วานนี้ OPEC+ ยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องกำลังการผลิตร่วมกันได้ ทำให้แผนการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่ม OPEC+ ในเดือน ส.ค. และช่วงที่เหลือของปี ยังไม่มีตัวเลขออกมาชัดเจน แม้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาทางกลุ่มจะเสนอให้เพิ่มกำลังการผลิตราว 4 แสนบาร์เรลต่อวัน แต่ข้อเสนอนี้ก็ถูก UAE ปัดตกไป เป็นผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นต่อเนื่อง
โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือน ส.ค. เช้านี้ (08.10 น. ตามเวลาไทย) พุ่งขึ้นแตะที่ 76.42 ดอลลาร์/บาร์เรล ทั้งนี้ทางฝ่ายวิจัยคาดว่าราคาน้ำมันดิบโลกมีแนวโน้มจะแกว่งตัวอิงทางขึ้นได้ต่อ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของอุปทานน้ำมันดิบโลกที่ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเป็นจำนวนเท่าไร
อัพเดต COVID-19 สายพันธุ์หลักในประเทศ ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เปิดเผยสัดส่วนการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั้งประเทศ ตั้งแต่ช่วง 1 เม.ย.- 2 ก.ค.64 พบสายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) ประมาณ 81.98% รองลงมาคือสายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) ประมาณ 16.36% และสายพันธุ์เบต้า (แอฟริกาใต้) ประมาณ 1.66 % ทางฝ่ายวิจัยแนะนำให้เฝ้าระวังปัจจัยนี้ใกล้ชิด
จากข้อมูลในสัปดาห์ก่อน เดิมพบสัดส่วนการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลต้าราว 12.3% แต่เพียงระยะเวลาไม่นานสัดส่วนการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลต้าก็เพิ่มสัดส่วนขึ้นมาเป็น 16.36% ของการแพร่ระบาดทั้งหมด ทางฝ่ายวิจัยจึงมองปัจจัยนี้เป็นปัจจัยหลักที่คอยกดดัน SET Index
ส่วนเหตุระเบิดโรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติกย่านกิ่งแก้ว เบื้องต้นทางฝ่ายวิจัยมองผลกระทบเป็นเพียงระยะสั้น ไม่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งได้แก่ AOT, CHG, CPN, CRC, SF, SKR และ TNH