การลงทุนในหุ้นปันผลดีเป็นอีกตัวเลือกสำหรับการลงทุนระยะยาวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยสิ่งที่นักลงทุนต้องคำนึงถึง คือ กิจการของหุ้นที่เราเลือกนั้นมีความมั่นคงหรือไม่ มีแนวโน้มจะเติบโตในอนาคตอย่างไร และที่ผ่านมามีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอแค่ไหน ซึ่งสิ่งที่นักลงทุนจะสามารถนำมาคำนวณคร่าวๆ ได้ว่า หากบริษัทยังคงจ่ายเงินปันผลเหมือนในอดีต นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นประมาณกี่เปอร์เซ็น นั่นก็คือ อัตราเงินปันผลตอบแทน หรือ Dividend Yieldเป็นค่าสถิติรูปแบบหนึ่งที่บอกว่าหากลงทุนซื้อหุ้น ณ ราคาตลาดในปัจจุบัน เงินปันผลที่บริษัทเคยจ่ายในอดีตคิดเป็นสัดส่วนเท่าไร
โดย Wealthy Thai ได้สำรวจหุ้นที่มีอัตราเงินปันผลตอบแทนสูง 10 อันดับ ในกลุ่ม SET 50พบว่า หุ้นที่มีอัตราเงินปันผลตอบแทนสูงที่สุด คือ DTAC หรือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) มีอัตราเงินปันผลตอบแทนอยู่ที่ 9.42% แซงหน้า TISCO หรือ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 7.06% หุ้นกลุ่มการเงินสุดฮอตที่มีความโดดเด่นเรื่องเงินปันผล ส่วนอันดับอื่นๆ สามารถดูได้จากตารางด้านล่าง
การที่อัตราเงินปันผลตอบแทนของ DTAC แซงหน้า TISCO อาจเป็นเพราะช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับลงค่อนข้างมาก โดยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (1 ม.ค.-9 มิ.ย. 64) ยังปรับตัวลง 4.51% นับเป็นหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ในกลุ่ม SET50ส่วนแนวโน้มการเติบโตในปี 2564 บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กำไรปกติในไตรมาส 1/64 ดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาด จากการบริหารต้นทุนที่น่าประทับใจ สร้าง upside ให้กับประมาณการกำไรปี 2564 ขณะเดียวกัน Downside จากต้นทุนคลื่น 5G ย่าน 3500 MHz ที่เปิดประมูลปี 2565 ถูกจำกัด และจะช่วยลดความกังวลช่องว่างจากคู่แข่ง ยังคงประมาณการเดิมที่อิงหลักอนุรักษ์นิยม กำไรปีนี้ลดลง 41.7% และทรงตัวในปี 2565 ไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม หุ้น DTAC ผ่านการปรับฐานจนเริ่ม Upside ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ ราคาเป้าหมาย 37.00 บาท
ส่วน TISCO บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุว่า เชื่อว่าการระบาดของ Covid-19 รอบ 3 จะกระทบกับคุณภาพลูกหนี้แบงก์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้หนี้ NPL ของทั้งระบบปรับขึ้น ไม่แค่ TISCO เท่านั้น มองว่าสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้น หลังฉีดวัคซีนจนเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวเป็นปี แต่ TISCO ถือว่ามีเงินกองทุนที่แข็งแกร่งสุด และมีสำรองมากสุดในระบบ โดยมี Coverage ratio สูงถึง 222% ซึ่งเตรียมพร้อมและคาดว่าจะเพียงพอรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้เป็นลำดับต้นๆ ของกลุ่ม นอกจากนี้ TISCO ยังถือเป็นหุ้นแบงก์ที่จ่ายปันผลสูงมากถึง 6.3% และปีนี้เชื่อว่ารายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์จะเป็นตัวช่วยหนุนรายได้และกำไรจากภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์ที่อยู่ในระดับกว่าแสนล้านบาทต่อวัน ฝ่ายวิจัยยังชอบ TISCO ในฐานะแบงก์ที่มีความสามารถในการทำกำไรสูงสุด โดยมี ROE สูงถึง 15.4% ทั้งนี้ ราคาที่ปรับลงมามากเป็นโอกาสเข้า “ซื้อลงทุนระยะยาว” โดยมีราคาเป้าหมาย 110 บาท