การเมือง

ประชุมใหญ่ประชาธิปัตย์ แก้วิกฤตคดีปริญญ์-กับดักจุรินทร์พ้นหัวหน้า?

ประชาชาติธุรกิจ
อัพเดต 22 เม.ย. 2565 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2565 เวลา 08.59 น.

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เดินมาถึงช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” อีกครั้ง ภายหลังจากเกิดกรณี “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตกเป็น “ผู้ต้องหา” คดีล่วงละเมิดทางเพศ

“จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ปฏิเสธความรับผิดชอบต่อกรณี “คดีฉาว” ได้ยาก นอกจากในฐานะหัวหน้าพรรคแล้ว เพราะ “จุรินทร์” คือ คนที่ขอยกเว้นข้อบังคับพรรค เพื่อดึง “ปริญญ์” เข้าพรรค ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภารกิจ-หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

“ผมมีส่วนสำคัญในการพาคุณปริญญ์เข้ามาในพรรค แม้ว่าต้องผ่านขั้นตอนในพรรค ต้องมีการลงมติให้ความเห็นชอบ แต่สุดท้ายผมก็ต้องรับผิดชอบ” จุรินทร์แถลงยอมรับ

การแสดงความรับผิดชอบด้วยการ “ลาออก” จาก 2 ตำแหน่งประธานคณะกรรมการด้านสตรีในรัฐบาล ได้แก่ 1.คณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ และ 2.คณะกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายสตรีแห่งชาติ

แทนที่จะเป็นการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ไม่สามารถเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพรรคเก่าแก่ 76 ปีได้ ในมุมของคนในพรรคทั้งที่เปิดเผย-ไม่ (กล้า) เปิดเผย

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

“เราก็ได้ไตร่ตรองเหมือนกัน แต่ก็มีสองแง่มุม หนึ่ง ถ้าอยู่ ๆ แล้วลาออกไปก็จะเป็นการทิ้งปัญหา เป็นการไม่รับผิดชอบประการหนึ่ง เพราะฉะนั้น เราก็คิดกันว่า เมื่อเกิดปัญหาขึ้นและเกิดในยุคเราก็ต้องเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องเข้าไปแก้ไขให้เสร็จสิ้นลุล่วง ไม่ปล่อยปัญหาทิ้งไว้ให้คนรุ่นต่อไป หรือคนอื่นต้องรับผิดชอบ” นายจุรินทร์ยืนยันในจุดยืนไม่ลาออก

ก่อนการประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์ ประจำปี 2565 ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช สำนักงานใหญ่ ในวันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2565 เป็นอีกวันหนึ่งที่จะ “ชี้ชะตาอนาคต” พรรคประชาธิปัตย์ทั้งการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และการเลือกตั้งใหญ่ที่พร้อมจะเกิดขึ้นได้ทุกวินาที

“แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์” เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) บางส่วนมีความคิดที่จะยื่นใบลาออกจากกรรมการบริหารพรรค เพื่อเขย่าเก้าอี้หัวหน้าพรรค-เซตซีโร่กรรมการบริหารพรรค

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

แม้ “จุรินทร์” จะ “แก้เกม-ดักทาง” โดยจัดรูปแบบการประชุมใหญ่กึ่งออนไลน์-ออฟไลน์ โดยใช้ “ข้ออ้าง” เรื่องสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สวนทางพรรคการเมืองอื่นที่จัดประชุมใหญ่กันเต็มรูปแบบ-ใหญ่โต กลายเป็น “ข้อกังขา”

“เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สมาชิกที่เป็นองค์ประชุมบางส่วนจะมีการเข้าร่วมประชุมผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ระบบ Zoom ส่วนผลการประชุมจะได้แถลงให้ทราบต่อไป” นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคระบุ

หากแง้มดู “ข้อบังคับพรรค” ข้อที่ 36 ระบุว่า กรรมการบริหารพรรคพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ 1.ลาออก 2.ขาดจากสมาชิกภาพ 3.ขาดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร 4.ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในห้าของผู้เข้าร่วมประชุม

5.กรรมการบริหารพรรคตามข้อบังคับข้อที่ 30 (8) พ้นจากการเป็นหัวหน้าสาขาพรรค หรือพร้อมจากการเป็นตัวแทนพรรคประจำจังหวัด 6.กรรมการบริหารพรรคตามข้อบังคับพรรคข้อ 30 (9) พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น และ 7.กรรมการบริหารพรรคตามข้อบังคับพรรคข้อ 30 (10) พ้นจากตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่น

ข้อ 37 ระบุว่า กรรมการบริหารพรรคพ้นตำแหน่งทั้งคณะเมื่อ 1.หัวหน้าพรรคลาออกจากตำแหน่ง 2.ครบวาระสี่ปี 3.ตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคว่างลงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด 4.ที่ประชุมมีมติด้วยคะแนนเสียงสามในสี่ขององค์ประชุมของที่ประชุมให้พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

ทั้งนี้ เมื่อกรรมการบริหารพรรคพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะตาม 1, 3 และ 4 ให้ดำเนินการเลือกตั้งใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง

เครื่องหมายคำถามตัวโต คือ หาก “จุรินทร์” ลาออกจากหัวหน้าพรรค ใคร ? คือ คนที่เหมาะสมจะเข้ามารับหน้าที่แก้วิกฤตศรัทธาของประชาธิปัตย์ในเวลานี้

“แกนนำประชาธิปัตย์รายหนึ่ง” คิดไว ๆ “หัวหน้าพรรคคนใหม่” คือ “หล่อเล็ก” อภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตรองหัวหน้าพรรคและอดีตผู้ว่าฯ กทม.

แกนนำประชาธิปัตย์อีกราย โยนชื่อ คือ “สาธิต ปิตุเตชะ” รองหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันและยังเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยให้เหตุผลว่านายสาธิตมีบุคลิก “ประนีประนอม” และให้เสริม “จุดแข็ง” ด้วยมือบริหารเศรษฐกิจมืออาชีพ 4-5 คน มาเป็นทีมงาน

นอกจากนี้ยังเปิดกว้างให้ “คนนอก” ที่มีสายสัมพันธ์กับประชาธิปัตย์-มือบริหารธุรกิจระดับโลกให้เข้ามาแก้วิกฤตพรรคในช่วงที่บริวารเป็นพิษ-เลือดไหลออก

เป็นความเคลื่อนไหวของ “พรรคสีฟ้า” ท่ามกลางมรสุมลูกใหญ่อีก 1 ลูก ตั้งแต่ “จุรินทร์” เข้ามาเป็น “หัวหน้าพรรคคนที่ 8”

ดูข่าวต้นฉบับ