ไลฟ์สไตล์

5 พฤติกรรมเสี่ยงในการทำงานที่อาจทำร้ายสุขภาพของคุณ

Jeab.com
อัพเดต 03 พ.ย. 2560 เวลา 03.17 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2560 เวลา 11.17 น. • UPSTERRR!

การทำงานคือส่วนสำคัญที่สุดในชีวิต เพราะเวลาเกินครึ่งเราต่างมอบให้กับการทำงานกันหมด การโหมทำงานอย่างหนัก แม้ผลงานจะยอดเยี่ยม ได้โบนัส ได้เลื่อนตำแหน่ง แต่อาจจะต้องแลกมากับสุขภาพที่เสียไป นี่คือพฤติกรรมเสี่ยง 5 อย่างที่คนทำงานควรลด ละ เลิก ก่อนที่จะได้โบนัสเป็นโรคต่างๆ มาแทน

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง
devil-wears-prada-cropped

1. อยู่ทำงานจนดึกดื่น

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

งานที่หายากที่สุด ไม่ใช่งานที่ได้เงินเยอะ แต่เป็นงานที่ได้เลิกตรงเวลา ส่วนใหญ่มักจะอยู่ทำงานเลยเวลาจนดึกดื่น ซึ่งการหามรุ่งหามค่ำทำงานอย่างหนัก อาจเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองแตก โรคซึมเศร้า หรือแม้กระทั่งเป็นสาเหตุของการดื่มเหล้า รู้จักพักผ่อนและปล่อยวางซะบ้าง

LOVEMYJOB

2. นั่งทำงานทั้งวัน

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

การนั่งทำงานทั้งวันโดยที่ไม่ได้ลุกไปไหนไม่ใช้เรื่องที่ดี เพราะอาจเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจ เบาหวาน โรคอ้วน มะเร็ง โรคซึมเศร้า รวมไปถึงอาการปวดเมื่อยตามร่างกายและโรคปัญหาเรื่องข้อต่อที่มีแนวโน้มที่จะเป็นถึง 40% เลยทีเดียว

ElementaryOpenIrishwaterspaniel

3. ยืนทำงานทั้งวัน

การยืนทำงานทั้งวันโดยไม่ได้นั่งพักเลยก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ จากการสำรวจประชากรครึ่งโลกต่างต้องยืนเวลาทำงาน นั่นจึงเป็นสาเหตุสำคัญของอาการเจ็บป่วยต่างๆ เช่น โรคเส้นเลือดขอด เลือดไหลเวียนไม่ดี และอาการขาและเท้าบวม ซึ่งอาจนำไปสู่โรครองช้ำที่มีอาการปวดส้นเท้าเนื่องจากเกิดพังผืด หรืออาการปวดเท้าอย่างรุนแรง

4. ต้องเดินทางไกลไปทำงาน

การที่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อใช้เวลา 1 ชั่วโมงหรือมากกว่าเดินทางไปทำงาน เป็นสาเหตุที่อาจทำให้เกิดความเครียดสูง เพราะการใช้ชีวิตบนท้องถนนเป็นสิ่งที่ทำลายสุขภาพอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งต้องเดินทางไกลๆ นานๆ ทุกวัน อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาวได้

5. นอนคิดเรื่องงานทั้งคืน

ความเครียดและปัญหาจากการทำงานอาจเป็นสาเหตุทำให้นอนไม่หลับ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งลดประสิทธิภาพทั้งด้านการทำงานของร่างกาย รวมถึงการทำงานในวันต่อไป กลายเป็นโดมิโน่ที่ส่งผลเสียไปเรื่อยๆ วิธีที่จะพอเบาบางความเครียดและความวิตกกังวลต่องานคือ การเขียนระบายลงบนสมุด ทำลิสต์สิ่งที่ต้องทำในวันรุ่งขึ้น หรือต้องรู้จักจัดการกับความเครียดให้ถูกวิธี เช่น การรู้จักปล่อยว่าง นั่งสมาธิ

5MejO

Source

อ่านบทความทั้งหมด ที่ Jeab.com

ดูข่าวต้นฉบับ