สังคม

ชาวบ้านพากันร่อนทอง ก่อนได้รวมก้อนโตโซเชียลถามหาพิกัด

สยามนิวส์
เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2565 เวลา 05.49 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ชาวบ้านพากันร่อนทอง ก่อนได้รวมก้อนโตโซเชียลถามหาพิกัด

ที่อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดินแดนแห่งทองบางสะพาน นายกกฤษฎา หมวดน้อย ที่ปรึกษาสภาวัฒนธรรมอำเภอตำบลร่อนทอง เปิดเผยว่า หลังจากปัญหาcv-19 ได้มีการปลดล็อก ประกาศให้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นจังหวัดท่องเที่ยว ทำให้ขณะนี้มีผู้สนใจทั่วประเทศติดต่อจะเดินทางมาร่อนทองที่บางสะพานกันเป็นจำนวนมาก

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ส่วนหนึ่ง เดินทางมาชมวัฒนธรรมของชาวบางสะพานในการร่อนทอง ส่วนหนึ่งตั้งใจมาท่องเที่ยวและมาร่อนทองในคลองทองบางสะพาน ซึ่งทองบางสะพานนั้นเป็นทอง 99.99% และมีนพคุณอยู่ในตัวเชื่อกันว่าสามารถป้องกันภูตผีปิศาจได้ จึงทำให้ทองบางสะพานมีราคาสูงกว่าทองทั่วไปถึงเท่าตัว

นายบิน พาริหาร อายุ 50 ปี ชาวบ้านวังน้ำเขียวหมู่ 7 ต.ร่อนทอง ที่ถนัดในการดำน้ำหาทองและขุดทองขึ้นมาร่อน กล่าวให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ในช่วงcv-19 ตนเองไม่ได้ไปไหนก็จะนำเลียงซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการร่อนทอง มาร่อนทองแทบทุกวัน ทองที่ได้จะเก็บสะสมไว้ มีทั้งเม็ดใหญ่เกือบ 1 บาท เม็ดเล็กๆ และเป็นเกล็ดทอง ซึ่งทองคำเม็ดจะมีลักษณะแตกต่างกันไป บางเม็ดเป็นประติมากรรมจากธรรมชาติหลายรูปแบบ เช่น เป็นตัวสิงห์ เป็นองค์พระ เป็นม้าศึกที่มีทหารขี่อยู่บนหลัง แล้วแต่การจินตนาการของแต่ละบุคล มีผู้สนใจมากมาขอเปลี่ยนไปบูชาเพื่อเป็นสิริมงคล

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

นายอ้วน บรรณกิจ ชาวบ้านคลองเพลิน ม.9 ต.ร่อนทอง เปิดเผยว่า หลังจากว่างจากทำสวนทำไร่ก็จะพาครอบครัวมาร่อนทอง ที่คลองทองบางสะพาน เป็นรายได้พิเศษ วันละร้อยสองร้อย บางวันมีรายได้หลายพันบาท ซึ่งจะใช้พลั่วตักดินในคลองมาใส่เลียง ร่อนให้หินและดินออกไป สุดท้ายจะเหลือแต่ทองที่ติดก้นเลียง นำไปขายเป็นรายได้ที่ดี เป็นอาชีพเสริมจากการทำสวนทำไร่

นายชาญชัย สงวนไว้ อายุ 65 ปี ชาวบ้านป่าร่อน ต.ร่อนทอง เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวบ้างแล้ว โดยประสานงานผ่านที่ปรึกษาสภาวัฒนธรรมตำบลร่อนทอง ซึ่งเมื่อนักท่องเที่ยวมาถึง จะมีอุปกรณ์ในการให้เช่า 1 ชุด ประกอบด้วย เลียง พลั่ว กระป๋อง ฯลฯ ชุดละ 100 บาท ให้นักท่องเที่ยวได้นำไปร่อนหาทองกันได้ทั้งวัน โดยจะมีการสาธิตแนะนำวิธีการร่อนทอง เมื่อนักท่องเที่ยวร่อนพบทอง ก็จะเป็นของตัวเองสามารถนำกลับไปได้เลย

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

นายหลี แซ่ชิ้น อายุ 74 ปี ซึ่งถนัดในการขุดบ่อนำเอาดินขึ้นมาทำการร่อนหาทอง กล่าวว่า หมู่บ้านร่อนทองตั้งแต่อดีต มีทั้งกะเหรี่ยง มอญ พม่า มาร่อนทอง ที่หมู่บ้านร่อนทอง ห้วยจังหัน ตลาดเก่า ในอดีตจะมีทองจำนวนมาก ร่อนได้เม็ดเล็กกว่าเม็ดข้าวโพดเม็ดข้าวสารก็จะไม่เอา จะเอาเฉพาะเม็ดใหญ่มากกว่า 3 หุนขึ้นไป ตนเองตอนเด็กๆ เคยได้เม็ดละถึง 10 บาท

นายกกฤษฎา หมวดน้อย ที่ปรึกษาสภาวัฒนธรรมอำเภอตำบลร่อนทอง กล่าวว่า ในอดีตปรากฏหลักฐานในพงศาวดาร พระสมัยของพระเจ้าอยู่หัวพระบรมโกษฐ์ ในพ.ศ. 2289-2291 ได้เกณฑ์ไพร่พลจำนวน 2 พันคน มาร่อนทองที่บางสะพานได้ทองคำ 90 ชั่ง น้ำหนัก 54 กิโลกรัม หรือน้ำหนักทอง 3,600 บาท นำไปหุ้มยอดมณฑปพระพุทธบาทสระบุรี นอกจากนี้ ในวรรณคดีขุนช้าง ขุนแผน มีกล่าวถึงการนำทองบางสะพานไปทำ ดาบฟ้าฟื้น ของขุนแผน ความตอนหนึ่งระบุว่า เอาไม้ระงับสรรพยามาทำฝัก ประสมผงลงรักให้ผิวผ่อง กาบหุ้มต้นปลายลายจำลอง ทำด้วยทองถ้วนบาทชาติ บางตะพาน ซึ่งในปัจจุบันเรียกว่าบางสะพาน ดาบฟ้าฟื้นของขุนแผนนั้นถือเป็นดาบอันศักดิ์สิทธิ์คู่กายของขุนแผน

วัฒนธรรมการร่อนทองบางสะพาน ได้มีการสืบสานวัฒนธรรมจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน และมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้ามาเที่ยวเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้สนใจสามารถโทรประสานได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 081-378-8258 ประสานกับศูนย์การเรียนรู้การร่อนทอง เพื่อจัดเตรียมอุปกรณ์ล่วงหน้าให้เพียงพอ

ดูข่าวต้นฉบับ