ทั่วไป

ภูมิรัฐศาสตร์คือความเสี่ยงสำคัญสุดของปี 2024 จากวงจรการเลือกตั้งครั้งใหญ่ใน 50 ประเทศ

ไทยพับลิก้า
อัพเดต 06 ม.ค. 2567 เวลา 21.46 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. 2567 เวลา 17.24 น.

รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ

ที่มาภาพ : https://www.msc.com/en/solutions

การโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในทะเลแดง จากโดรนและขีปนาวุธของกลุ่มกบถฮูตีในเยเมน ที่อิหร่านให้การสนับสนุน เป็นเหตุการณ์บานปลายจากสงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส นับเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่สั่นคลอนเศรษฐกิจโลก หลังจากโลกต้องเผชิญกับความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ จากสงครามยูเครน หอการค้าการเดินเรือระหว่างประเทศกล่าวว่า 12% ของการค้าโลกต้องอาศัยการขนส่งผ่านทะเลแดง ทำให้มีผลกระทบต่อการค้ายุโรป-เอเชีย

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

นอกจากความเสี่ยงจากการขยายตัวของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความแปรปรวนที่รออยู่ข้างหน้าคือ การเลือกตั้งของหลายประเทศที่จะมีขึ้นในปี 2024 ที่จะส่งผลกระทบกว้างขวาง และเป็นเวลานาน ปี 2024 ประชาชนในโลก 2 พันล้านคน ใน 50 ประเทศ จะออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง การเลือกตั้งสำคัญได้แก่ บังคลาเทศ ไต้หวัน ปากีสถาน อินเดีย อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา และอีก 27 ประเทศ สมาชิกกลุ่ม EU ที่จะมีการเลือกตั้งรัฐสภายุโรป

การแปรปรวนของภูมิรัฐศาสตร์

ในช่วงที่ผ่านมา อำนาจของกลุ่มการเมืองเล็กๆหรือประเทศขนาดเล็ก ส่งผลกระทบต่อโลกมากขึ้น เช่น กลุ่มฮูตีในเยเมน กลุ่มฮามาส และเวเนซูเอลา Rickert McCaffrey นักวิเคราะห์ของ EY-Parthenon กล่าวกับ nytimes.com ว่า

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

แม้ความขัดแย้งจะมีขนาดเล็ก แต่สามารถส่งกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก ได้อย่างไม่คาดคิดมาก่อน

การแปรปรวนของภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งปัญหาความขัดแย้งจีน-สหรัฐฯ และฐานะประเทศขนาดกลางที่มีอิทธิพลมากขึ้น เช่น อินเดีย ออสเตรเลีย ตุรกี และบราซิล ทำให้การค้าโลกที่เคยค่อนข้างเสรี หยุดชะงักลง ในการตัดสินใจทางธุรกิจของเอกชน ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์มีน้ำหนักมากกว่าการพิจารณาจากปัจจัยเศรษฐกิจ

การสำรวจเมื่อกลางปี 2023 ของ World Economic Forum ก็พบว่า…

“ความแปรปรวนจากภูมิรัฐศาสตร์ และความสัมพันธ์ด้านภูมิเศรษฐศาสตร์ ระหว่างมหาอำนาจ เป็นความกังวลที่มีความสำคัญที่สุด ในสายตาของผู้ดูแลความเสี่ยงของภาครัฐและเอกชน”

เนื่องจากความขัดแย้งทางทหารยังคงมีอยู่ การเพิ่มขึ้นความรุนแรงของสภาพทางอากาศ และการเลือกตั้งในหลายประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้ความเสี่ยงในปี 2024 มีลักษณะเหมือนปี 2023 แต่จะมีเพิ่มมากขึ้น

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

Disruption จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

รายงานชื่อ 2024 Geostrategic Outlook ของบริษัทที่ปรึกษา EY Parthenon กล่าวว่า ครึ่งหนึ่งของประชากรโลกอาศัยอยู่ในรัศมี 100 ไมล์จากทะเล 95% ของการไหลเวียนของข้อมูลในโลก ผ่านเคเบิ้ลทางทะเล และ 1 ใน 3 การผลิตพลังงานของโลก อยู่ที่ชายฝั่งทะเล การแข่งขันกันเพื่อเข้าถึงทะเล จะรุนแรงมากขึ้นในปี 2024

ความเสี่ยงจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ทำให้เกิดการชะงักงันในการขนส่งทางทะเล จะเพิ่มมากขึ้นในปี 2024 เดือนมีนาคมปี 2021 เกิดการชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานโลกนาน 6 วัน เพราการปิดคลองซูเอซ สงครามยูเครนทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบบอสฟอรัสของตุรกี ลดน้อยลง เหตุการณ์เหล่านี้แสดงถึงความสำคัญของพื้นที่คอขวดของการเดินเรือทางทะเล ที่มีต่อการค้าโลก คาดการณ์กันว่า หากเกิดภาวะชงักงันในเอเชียตะวันออก จะมีความเสี่ยงต่อการค้าโลกมูลค่าถึง 7.4 ล้านล้านดอลลาร์

ที่มาภาพ : simontechs.com

วงจรการเลือกตั้งครั้งใหญ่ของโลก

รายงาน 2024 Geostrategic Outlook กล่าวอีกว่า วงจรการเลือกตั้งใหญ่ของโลกจะเกิดขึ้นมากกว่า 50 ประเทศในปี 2024 โดยเฉพาะประเทศที่มีความสำคัญด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเลือกตั้งเกิดขึ้นภายใต้แนวโน้มกระแสประชานิยม และการแบ่งขั้วทางการเมือง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนต่อนโยบายเศรษฐกิจ ท่าทีต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และความขัดแย้งทางทหารที่ยังคงเกิดขึ้น

การเลือกตั้งที่สำคัญในปี 2024 จะเกิดขึ้นใน 6 ประเทศ ดังนี้

(1)การเลือกตั้งทั่วไปในบังคลาเทศ 7 มกราคม เป็นการเลือกตั้งแรกของปี 2024 เป็นหนึ่งในการเลือกตั้งที่จะมีความขัดแย้งมากที่สุด นายกรัฐมนตรีชีค ฮาซีนา (Sheikh Hasina) และพรรค Awami League ครองอำนาจมา 15 ปีแล้ว องค์กร Freedom House รายงานว่า รัฐบาลกระชับอำนาจมากขึ้น โดยการคุกคามพรรคฝ่ายค้าน สื่อมวลชน และประชาสังคม ผู้นำฝ่ายค้านส่วนใหญ่ถูกจับกุม ล่าสุด มูฮัมหมัด ยูนุส ผู้ก่อตั้งธนาคารกรามีน ถูกศาลแรงงานตัดสินจำคุก 6 เดือน เพราะละเมิดกฎหมายแรงงาน บังคลาเทศเป็นตัวอย่างประเทศที่สามารถจัดการเลือกตั้ง โดยไม่ได้ยึดหลักการประชาธิปไตย

(2)การเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน 13 มกราคม กรเลือกตั้งไต้หวันจะมีผลสำคัญต่อทิศทางภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิภาคนี้ ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินดำรงตำแหน่งมาแล้ว 2 สมัย กฎหมายห้ามลงสมัครสมัยที่ 3 ผู้สมัครสำคัญคือ รองประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ จากพรรครัฐบาล Democratic Progressive Party (DPP) คู่แข่งคือ Hou You-ih จากพรรคก๊กมินตั้ง และ KoWen-je จากพรรค Taiwan People Party (TPP) ผู้สมัครทั้ง 3 คน ล้วนเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีมาก่อน จีนมองตัวแทนพรรค DPP ว่าเป็นภัยต่อนโยบาย” จีนเดียว” แม้ทั้ง 3 พรรคการเมืองจะคัดค้านการที่ไต้หวันจะประกาศเป็นเอกราช

(3)การเลือกตั้งทั่วไปปากีสถาน 8 กุมภาพันธ์ ปากีสถานเป็นประเทศที่การเลือกตั้งสามารถเลื่อนออกไปได้ นายกรัฐมนตรี Shehbaz Sharif ประกาศยุบสภาในเดือนสิงหาคม 2023 กฎหมายกำหนดให้เลือกตั้งใน 90 วัน แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดเป็น 8 กุมภาพันธ์ 2024 เหตุผลคือมีเวลาพอในการเตรียมการเลือกตั้ง แต่สาเหตุสำคัญเพราะระยะ 2 ปีที่ผ่านมา เกิดวิกฤติการเมืองในปากีสถาน เมษายน 2022 รัฐสภาปลดนายกรัฐมนตรี Imran Khan ตัว Imran Khan เองนำการประท้วง ต่อมาศาลตัดสินจำคุกเขา 3 ปีข้อหารับสินบน ต้นปี 2023 ปากีสถานเอาตัวรอดมาได้จากการล้มละลายจากหนี้สินต่างประเทศ

(4) การเลือกตั้งทั่วไปอินโดนีเซีย 14 กุมภาพันธ์ การเลือกในอินโดนีเซียเป็นงานด้านโลจิสติกส์ ที่มีขอบเขตมหาศาล เพราะเป็นการเลือกตั้งประเทศที่มีพลเมือง 275 ล้านคน ประชาชนกระจายอยู่ในเกาะ 17,000 แห่ง และทำการเลือกตั้งให้เสร็จในวันเดียว รัฐธรรมนูญห้ามไม่ให้ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด (โจโควี) ลงสมัครเป็นสมัยที่ 3 ผู้สมัครคะแนนนำคือ Prabowo Subianto อดีตนายพลลูกเลยเผด็จการ Suharto เคยแพ้โจโควีมาแล้ว 2 ครั้ง ผู้สมัครคนที่ 2 คือ Ganjar Pranowo ผู้ว่าการเขตชวาตอนกลาง สมัครในนามพรรคของโจโควี ผู้สมัครคนที่ 3 คือ Anies Baswedan เป็นอธิการบดี Islamic University

(5) การเลือกตั้งทั่วไปอินเดีย เมษายน-พฤษภาคม การเลือกตั้งทั่วไปในอินเดีย เป็นตัวอย่างความมหัศจรรย์ของประชาธิปไตย ประชากร 1.4 พันล้านคน มีภาษาพูดกว่า 100 ภาษา สามารถใช้การลงคะแนนเลือกตั้งมาตัดสินว่าใครจะได้เป็นผู้นำการเมือง ที่ได้รับความเห็นชอบจากประชาชน พรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในสภาจะเป็นฝ่ายเลือกนายกรัฐมนตรี พรรค Bharatiya Janata Paarty (BJP) ของนายกรัฐมนตรีนาเรนทา โมดี คงจะได้รับชัยชนะเป็นสมัยที่ 3 การสำรวจความเห็นคนอินเดีย 8 ใน 10 คน ยอมรับผลงานของโมดี เศรษฐกิจเติบโต 7% ทำให้รายได้คนอินเดียทั่วประเทศเพิ่มขึ้น ทำให้คนอินเดียมีความหวังว่า อนาคตจะดีกว่าวันนี้

ที่มาภาพ : wikipedia.org

(6) การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 5 พฤศจิกายน วงจรการเลือกตั้งโลกที่เป็นครั้งสุดท้ายของปี 2024 คงไม่มีการเลือกที่ไหน ที่ส่งผลกระทบต่อโลกมากเท่ากับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเหตุการณ์คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 2020 ที่แข่งขันกันระหว่างโจ ไบเดนกับโดนัลด์ ทรัมป์ คนทั่วโลกสนใจการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะหากทรัมป์เป็นฝ่ายชนะ อาจหมายถึงจุดจบของประชาธิปไตยในอเมริกาและ “ระเบียบโลก” ที่อเมริกาเป็นผู้นำ การเลือกตั้งพฤศจิกายนของสหรัฐฯ จึงถือเป็นการเลือกตั้งที่สำคัญที่สุดของโลก

การที่ประเทศต่างๆในโลก ที่มีสัดส่วนเศรษฐกิจรวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลผลิตของโลก มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในปี 2024 จึงเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในปีใหม่นี้ ไม่ได้ลดน้อยลงเลย

เอกสารประกอบ

Two Wars, 50 Elections: The Economy Faces Rising Geopolitical Risks, December 24, 2023, nytimes.com
2024 Geostrategic Outlook, December 2023, EY Parthenon
Ten Elections to Watch in 2024, cfr.org, December 21, 2023.

ดูข่าวต้นฉบับ