ไลฟ์สไตล์

มีเธอมีหมอฟัน ไม่ว่าเรานั้นจะอยู่ที่ใด: ทำยังไงให้มีสุขภาพช่องปากที่ดีเหมือนมีหมอฟันมาคอยดูแลใกล้ๆ

The MATTER
อัพเดต 18 ต.ค. 2562 เวลา 12.34 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 12.35 น. • Branded Content

“ฟันขาวสะอาด ลมหายใจสดชื่น”

น่าจะเป็นคุณสมบัติประจำใจที่หลายคนนึกถึง เมื่อเอ่ยถึงการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน ด้วยการใส่ใจแปรงฟันทุกวันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ก็น่าจะเพียงพอ

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

แต่จริงๆ แล้ว การมีฟันขาวไม่ได้แปลว่าฟันสะอาดเสมอไป การมีลมหายใจสดชื่นก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีโรคในช่องปาก ทำให้หลายคนละเลยการไปตรวจสุขภาพฟันทุกๆ ครึ่งปี หรือไปหาหมอฟันเมื่อมีอาการปวดฟันเท่านั้น กว่าจะได้พบเจอหมอฟันจริงๆ หินปูนก็สะสมเต็มปาก ฟันก็ผุไปหลายซี่แล้ว

เพราะการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้ถูกต้องอาจเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับใครหลายคน แล้วจะมีวิธีการไหนที่จะดูแลได้อย่างถูกต้องด้วยตัวเอง เหมือนมีหมอฟันมาคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ ทุกวันได้บ้างนะ

ไม่ได้แค่ฟันผุ แต่ยังลามเป็นโรคในช่องปาก

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง
Close-up Of Young Woman Suffering From Toothache At Home

เพราะช่องปาก คือช่องทางสำคัญที่จะเปิดรับให้อาหารเข้าไปในกระเพาะเพื่อดูดซึมไปหล่อเลี้ยงส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ทำให้ช่องปากเปรียบเหมือนประตูด่านแรกที่ต้องรับมือกับแบคทีเรียมากมายจากเศษอาหาร หากเราทำความสะอาดได้ไม่ดี แบคทีเรียก่อโรคจะสะสมเป็นสาเหตุของหินปูนที่คอยทำร้ายเหงือกและฟัน หรือลุกลามถึงขั้นเป็นโรคเหงือกอักเสบ หรือโรคฟันผุได้ ซึ่งจุดดำๆ เล็กๆ บนผิวฟัน ถ้าละเลยนานเข้าอาจจะไปทำลายรากฟันจนเกิดหนองและเป็นช่องทางให้เชื้อโรคแพร่เข้าสู่ร่างกายได้ แถมแบคทีเรียบางชนิดยังเป็นบ่อเกิดของโรคในช่องปากที่สามารถเติบโตบนผิวของหัวใจหรือทำให้หัวใจติดเชื้อได้ หรือโรคติดเชื้อทางระบบบางชนิดก็สามารถแสดงออกมาทางช่องปากได้เช่นกัน เรียกว่าอันตรายข้ามแพลตฟอร์มเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการมีแค่ฟันที่ขาวหรือลมหายใจที่สดชื่นไม่ได้บ่งบอกว่าเรามีสุขภาพฟันที่ดีเลยสักนิด

อยากสุขภาพฟันดี ไม่ต้องพึ่งหมอฟัน

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

การไปหาหมอฟันสำหรับบางคนอาจเป็นฝันร้าย จะด้วยเสียงหวี่ๆ สุดเสียวเวลาขูดหินปูนที่ฝังแน่น หรืออาการช้ำปากช้ำใจจากการถูกถอนฟัน ทำให้หลายคนคิดปลอบใจตัวเองว่าการแปรงฟันทุกวันก็น่าจะเพียงพอ ซึ่งจริงๆ ยังไงก็ไม่พอ คงจะดีหากมีหมอฟันมาคอยดูแลอยู่ใกล้ๆโดยที่ไม่ต้องไปพบเจอกับการรักษาอันโหดร้ายที่ว่า

เพียงแค่ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่มีแนวคิดในการออกแบบอย่างถูกต้องตามหลักทางทันตกรรม อย่างแปรงสีฟัน CURAPROX ซึ่งคิดค้นและพัฒนาเพื่อสนับสนุนการรักษาของทันตแพทย์ร่วมกับการปรับพฤติกรรมของคนไข้ ให้สามารถดูแลตัวเองได้ถูกต้องตามหลักการได้โดยง่าย โดยมีแนวคิดในการออกแบบ 3 อย่างที่สำคัญคือ

1.ใช้งานได้อย่างปลอดภัย (Non-traumatic) ทำให้เราสามารถแปรงฟันได้อย่างถูกวิธี ง่ายและไม่เป็นอันตราย CURAPROX จึงคิดค้นเส้นใยปลายมนที่อ่อนโยนต่อเหงือก ที่มีฟังก์ชันเจ๋งๆ คือเมื่อเราแปรงหนักเกินไป ขนแปรงจะบานออกเพื่อเตือน ก่อนที่เหงือกจะช้ำได้อีกด้วย

2.ประสิทธิภาพในการทำความสะอาด (Effective) ด้วยเส้นใย CUREN® (คูเรน) วัสดุจดสิทธิบัตรเฉพาะของ CURAPROX ที่มีคุณสมบัติคงรูปขณะเปียกน้ำ ทำให้ขนแปรงไม่ย้วยขณะแปรง และมีจำนวนเส้นใยมากถึง 5,460 เส้น ช่วยขจัดคราบสกปรกแบบทวีคูณเพิ่มประสิทธิภาพในการกวาดทำความสะอาดได้แบบครบถ้วน

3.ใช้งานง่ายและช่วยปรับพฤติกรรมในการแปรงฟัน (Accepted) การดีไซน์ด้ามแปรงทรงแปดเหลี่ยมที่ช่วยไกด์ในการวางตำแหน่งแปรงทำมุม 45 องศาบนขอบเหงือกได้โดยง่าย เอื้อให้เราสามารถการแปรงฟันในตำแหน่งที่ถูกต้อง สีสันสดใสให้เลือกตามความชอบ สร้างประสบการณ์ดีๆ ให้กับการแปรงฟันได้ทุกวัน

ลืมตาเมื่อไหร่ ก็มี CURAPROX ช่วยดูแลฟัน

เห็นถึงคุณสมบัติของแปรงสีฟัน CURAPROX กันไปแล้ว รู้สึกไหมว่า การดูแลสุขภาพช่องปากและฟันด้วยตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะฟันขาวสะอาด ลมหายใจสดชื่น อาจไม่เพียงพอ ฟันของเราต้องดูแลอย่างเข้าใจและใส่ใจมากกว่านั้น เพียงแค่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจเรื่องความแตกต่างของสภาพในช่องปากที่มีแบบเฉพาะของแต่ละคนเช่น ถ้าเราจัดฟันก็ต้องใช้แปรงสีฟันสำหรับการจัดฟัน หรือคนที่มีแผลผ่าตัดในช่องปากก็ต้องใช้แปรงสีฟันแบบเฉพาะ ซึ่งเขาก็มีออกแบบมาให้ครบเพราะช่องปากและฟันของแต่ละคนแตกต่างกัน วิธีการดูแลก็ย่อมแตกต่างกัน สำคัญที่สุดคือการดีไซน์ตามหลักทางทันตกรรมอย่างถูกต้องอีกด้วย

CURAPROX ทำให้เราเอ็นจอยกับการแปรงฟัน เปรียบเหมือนกับการตื่นมาทุกๆ เช้า แล้วมีหมอฟันหน้าตาดีมาคอยช่วยดูแลฟันให้กับเราเปิดไซเรนหาก็มาดูแลฟันเราได้ทันที 

สามารถติดตามข้อมูลและกิจกรรมต่างๆ ของ CURAPROX ได้ที่ : https://www.facebook.com/curaproxth/

หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้ที่ : Apple Store  / Play Store 

 

Content by Wichapol Polpitakchai

Illustration by Kodchakorn Thammachart

ดูข่าวต้นฉบับ