ข้อมูลเบื้องต้น
【เกิดใหม่อีกทีขอเป็นนายบำเรอของเขา】
#นายบำเรอยืนหนึ่ง
หานอวี้ใช้ทั้งชีวิตพิสูจน์ตัวเอง เขาก็แค่อยากได้รับการยอมรับจากครอบครัว อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายกับคนที่เขารักและรักเขา ชายหนุ่มทุ่มเทไปเสียมากมาย ผลตอบแทนที่ได้ในยามที่หานอวี้ตกต่ำที่สุดคือการถูกตัดออกจากตระกูล ถูกทอดทิ้งจากคนที่เขาทุ่มเทให้ทั้งชีวิตและจิตใจเพื่อส่งอีกฝ่ายจนสอบได้เป็นถึงทั่นฮวา
ในยามที่เขาต้องโทษโบยจนบาดเจ็บสาหัส ก่อนลมหายใจสุดท้ายจะมอดดับ ผู้ที่ยื่นมือมาหาเขากลับเป็นขุนนางโฉดที่เขาตั้งแง่ รังเกียจมาตลอดชีวิต
เว่ยจางเป็นแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน ชายหนุ่มปราบปรามเผ่านอกด่าน กำราบพวกคนเถื่อนจนแผ่นดินใหญ่สงบสุขได้ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ใครจะคาดคิดท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ พอกลับเมืองหลวงก็สร้างชื่อเสียง (เสีย) อีกครั้งด้วยการเลี้ยงผู้ชายจำนวนมากไว้บำเรอ
หานอวี้เป็นหนึ่งในผู้ชายที่เว่ยจางต้องการจะเอามาครอบครอง ศักดิ์ศรีทำให้หานอวี้ปฏิเสธท่านแม่ทัพเสียงแข็ง น้อยคนนักจะกล้าปฏิเสธท่านแม่ทัพ ทำให้เว่ยจางยิ่งติดอกติดใจอีกฝ่าย เจอกันครั้งใดก็อดจะหยอกเย้าหานอวี้ไม่ได้
ดังนั้นพอตอนที่กำลังจะสิ้นใจในอ้อมกอดอีกฝ่าย ได้ยินน้ำเสียงร้อนรนเรียกชื่อตัวไม่หยุด หัวใจที่เย็นชืดก็อบอุ่นขึ้นมา ประหนึ่งถ่านที่ถูกส่งกลางหิมะ หานอวี้ตั้งจิตปฏิญาณในใจว่าหากมีโอกาสเขาจะตอบแทนความอบอุ่นก่อนลมหายใจจะสิ้นสุดลง
เขาตาย ร่างดับสูญ และตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ตอนเขาเพิ่งจะอายุยี่สิบ
เหตุการณ์เลวร้ายทั้งหมดยังไม่เกิด หานอวี้นึกถึงอ้อมกอดของท่านแม่ทัพจอมเสเพลของเมืองหลวงขึ้นมา ถ้าเว่ยจางอยากได้ร่างกายนี้ ถ้างั้นก็เอาไปเถอะ เขาจะยกให้…
✦•·············•✦•·············•✦
สวัสดีค่า นิยายมีทั้งหมด 35 ตอนหลัก 3 ตอนพิเศษ ส่วนตอนพิเศษจะลงในเฉพาะฉบับ EBook ค่ะ ขอฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยค่า <33
MEB จิ้ม Link นี้ได้เลยค่า
DEK-D จิ้ม Link นี้ได้เลยค่า
คำเตือน
นิยายขนาดสั้น บางส่วนมีการเล่าที่รวบรัดกระชับเนื้อหา พล็อตไม่สมจริง เน้นแจก SIN แจก PORN ไม่อิงประวัติศาสตร์ ใช้ศัพท์ผิดท้วงติงได้นะคะ เรื่องเบา ๆ เน้นความสัมพันธ์ตัวละคร ไม่มีอะไรมากนอกจากอวยคนงาม? กับอิพี่รังแกคนงาม???
นิยายเรื่องนี้เป็นแนว Boy's Love อาจมีเนื้อหาด้านพฤติกรรม เพศ ความรุนแรง และการใช้ภาษา โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
หากไม่ชอบ ไม่ใช่รสนิยม รบกวนกดปิดได้เลยค่า
✦•·············•✦•·············•✦
ฝากผลงานเรื่องอื่นด้วยนะคะ
หลังม่านองค์ชายห้า [Trigger warning: 3P, PWP]
องค์ชายห้ามู่ชิงเกอฐานันดรสูงศักดิ์ รูปลักษณ์พิลาสล้ำ แต่กลับอยู่ไม่สุขชอบปีนกำแพงวังหลังของฮ่องเต้ เดือดร้อนให้องครักษ์คนสนิทกับท่านราชครูช่วยรักษาความลับ
สนใจจิ้มตรงนี้ได้เลยค่าาา <33
ซีเอ๋อร์ 〚 希儿 〛
บทนำ รู้ตัวเมื่อสาย
"หานอวี้แข็งใจไว้"
ใครบางคนกำลังเรียกเขา
"แล้วนี่มัวยืนทำซากอะไร ไปตามหมอมา!!"
เสียงโหวกเหวกโวยวายทำให้คนที่ถูกเรียกชื่อได้สติ เปลือกตาขยับเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดจากแผ่นหลังที่อาบย้อมไปด้วยเลือดตอนนี้ไร้ความรู้สึก เหมือนร่างกายนี้ไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป
หานอวี้โดนโทษโบยสี่สิบไม้ จริง ๆ ไม่ควรสาหัสเยี่ยงนี้ ชายหนุ่มคาดเดาได้ไม่ยาก คงมีคนรีบร้อนอยากให้เขาถึงแก่ความตาย
เพียงชั่วข้ามคืน…มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายจนเขาจับต้นชนปลายไม่ถูก หานอวี้ต้องโทษว่าสร้างความเสื่อมเสียให้กับหนานเยี่ยนตง ทั่นฮวาที่เพิ่งแต่งตั้งโดยราชสำนัก ต้องโทษโบยสี่สิบไม้ ตอนแรกเขายังดิ้นรนแก้ต่างให้ตัวเอง แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายเมินเฉยทำราวกับเขาเป็นคนแปลกหน้า ปากที่กำลังแก้ต่างให้ตัวเองก็พูดไม่ออก
เพราะเป็นบุรุษเหมือนกันจึงไม่อาจอยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผย บุรุษที่นอนข้างหมอนจู่ ๆ ก็แสร้งทำเป็นไม่รู้จัก หานอวี้รู้ว่าการยอมรับว่ามีคนรักเป็นเพศเดียวกันนั้นเป็นเรื่องยาก แต่แค่ช่วยปฏิเสธข้อกล่าวหา แล้วบอกว่าเป็นการเข้าใจผิดก็มิได้หรือ
คำถามมากมายอยู่ในใจ แต่พอเหลือบไปเห็นคนตระกูลเจียงจากจวนเสนาบดีฝ่ายซ้ายยืนอยู่ข้างหลังหนานเยี่ยนตง คำตอบที่พอคิดได้ก็ทำให้หัวใจเขาแตกเป็นเสี่ยง ๆ
…ดูท่าข่าวลือเรื่องการหมั้นหมายระหว่างคุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงกับทั่นฮวาหนานคงเป็นเรื่องจริง ฝ่ายหญิงถึงได้รีบตั้งข้อกล่าวหากันเขาให้ออกห่างหนานเยี่ยนตง
พอรู้ตัวว่าถูกคนรักทอดทิ้ง คำให้การต่อมาของครอบครัวตระกูลหานก็ไม่ต่างจากการซ้ำเติม ผลักหานอวี้ให้ดิ่งลงสู่เหวลึก
ตั้งแต่ยังเล็กหานอวี้รู้ตัวมาตลอดว่าตัวเองผิดแผกไปจากผู้อื่น เขาชอบบุรุษ และไม่ได้ปิดบังความจริงข้อนี้กับครอบครัว
สิ่งที่ไม่คาดคิดคือท่าทีรังเกียจจากบิดามารดาผู้ให้กำเนิด ถูกตราหน้าว่าเป็นความเสื่อมเสียของวงศ์ตระกูล ดังนั้นพออายุสิบห้าเขาจึงตัดสินใจออกจากบ้าน หวังว่าถ้าประสบความสำเร็จกลับมาครอบครัวจะยอมรับเขา หากแต่ตอนที่เขาค้าขายจนร่ำรวยมีชื่อเสียง มีคนนับหน้าถือตาในฐานะคหบดีใหญ่ สิ่งที่บิดามารดายอมรับจากเขามีเพียงเงินทองเท่านั้น
หานอวี้คิดอยู่เสมอว่าบิดามารดาถึงจะแสดงออกเช่นนี้ แต่ใจจริงคงไม่ถึงขนาดตัดบัวไม่เหลือใย
ดังนั้นตอนที่เห็นครอบครัวตระกูลหานกล่าวหาเขาว่าเป็นต้วนซิ่ว (*ชายรักชาย) หวังสูง พยายามล่อลวงขุนนางอนาคตไกล นำความเสื่อมเสียมาสู่ครอบครัวและทั่นฮวาที่เพิ่งแต่งตั้ง นอกจากคำกล่าวหาแล้วยังประกาศตัดเขาออกจากตระกูล หานอวี้ก็ต้องยอมรับว่าเขาหลอกตัวเองมาหลายปี คนในครอบครัวเห็นเขาเป็นคนนอกมานานแล้ว
ถูกคนรักและครอบครัวหักหลัง หานอวี้หมดใจจะแก้ต่าง ต้องโทษโบยนี้ถือเป็นบทเรียนชีวิต โบยสี่สิบไม้ไม่ถึงแก่ความตาย นอนรักษาตัวซักเดือนสองเดือนยังรักษาชีวิตเอาไว้ได้ หลังจากนี้ก็ถือว่าเขาไม่เคยรู้จักกับคนเหล่านี้มาก่อน
แต่หานอวี้คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะเฆี่ยนเขาให้ถึงตาย
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาให้ความสำคัญกับคนเหล่านี้ไปมากมาย หานอวี้ได้แต่เยาะเย้ยให้แก่ความน่าสมเพชของตัวเอง ทำไมเขาถึงคิดไม่ออกว่าถ้าเขาตาย คุณหนูเจียงจะได้สบายใจ หนานเยี่ยนตงได้กลบฝังอดีตที่พูดถึงไม่ได้ และครอบครัวตระกูลหานจะได้มีสิทธิ์ในสมบัติที่เหลืออยู่ของเขา
กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว ตอนที่สำเร็จโทษโบย ร่างบอบบางหายใจรวยริน ก่อนสติจะดับวูบ หานอวี้คิดว่าคงไม่มีอะไรทำให้เขาแปลกใจได้มากกว่านี้แล้ว ดังนั้นตอนที่ยังสามารถลืมตาขึ้นมาได้อีกครั้งในอ้อมกอดของเว่ยจาง หานอวี้ยอมรับว่าเขาแปลกใจไม่น้อย
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเว่ยจางค่อนข้างกระอักกระอ่วน ท่านแม่ทัพแสดงออกชัดเจนว่าอยากได้ตัวเขา ทุกครั้งที่เจอหน้าก็มีท่าทีพร้อมจะจับเขาขึ้นเตียงตลอดเวลา จนในใจหานอวี้เต็มไปด้วยความรังเกียจ ทำได้เพียงพยายามหลบหน้า เพราะฐานะบุรุษผู้นี้เป็นถึงแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินและการค้าของหานอวี้ยังต้องพึ่งพาอีกฝ่าย
ช่างน่าขันที่ตอนใกล้ตายถึงเพิ่งรู้ว่าคนผู้นี้จริงใจกับเขาไม่น้อย อย่างน้อยตอนที่ทุกคนที่เขารักทิ้งเขาแล้ว เว่ยจางกลับยื่นมือออกมารับเขาไว้ ร่างกายเขายับเยินขนาดนี้แล้ว ท่านแม่ทัพยังอยากได้เขาอยู่อีกหรือ…
หานอวี้หัวเราะให้ความคิดไร้สาระ คนใกล้ตายเป็นแบบนี้ทุกคนไหมนะ
เสียงหัวเราะของหานอวี้เรียกให้เว่ยจางหันกลับมามองคนในอ้อมแขน หลังจากที่ตะโกนสั่งบ่าวรับใช้ให้ไปเรียกหมออยู่นาน พอเห็นร่างบอบบางหัวเราะจนตัวโยนก็ได้แต่ขมวดคิ้ว
"เด็กโง่นี่ เวลานี้ยังหัวเราะได้อีก" คนตัวโตดุเสียงเบา
"ลำบากท่านแม่ทัพแล้ว" น้ำเสียงกระท่อนกระแท่นดังมาจากริมฝีปากขาวซีด
"ถ้ารู้ว่าลำบาก รอดมาได้ก็อย่าลืมมาตอบแทนข้าล่ะ"
คำพูดหยอกเย้าเคยหู ตรงข้ามกับสีหน้าจริงจัง หานอวี้หัวเราะเบาอีกครั้ง คนผู้นี้นี่…
"อืม หากข้ารอดมาได้ ถ้าท่านแม่ทัพยังพอใจเรือนร่างนี้อยู่ ข้าก็ยินดีจะมอบให้"
พอหานอวี้ตอบเช่นนี้ แทนที่จะได้เห็นสีหน้าเจ้าชู้ของเว่ยจาง อีกฝ่ายกลับแค่นเสียง ฮึ อย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนกล่าวว่า "เจ้าสัญญาแล้วนะ"
"อืม…"
สิ้นเสียง หานอวี้ยกยิ้มสุดท้ายให้เว่ยจาง ก่อนเปลือกตาจะปิดดวงตาคู่สวยลง ลมหายใจหยุดนิ่ง
"หานอวี้ หานอวี้!!! หมออยู่ไหน หมอยังไม่มาอีกหรือ!!"
เว่ยจางตะโกนเรียกหาหมออีกครั้ง
"นายท่านขอรับ ท่านหมอมาแล้วขอรับ"
"หานอวี้ หานอวี้!! แข็งใจไว้ เจ้าต้องไม่เป็นไร"
"หานอวี้!"
แว่วเสียงโวยวายที่ค่อยๆ ไกลออกไปทุกที
หานอวี้อดคิดไม่ได้ว่า…หากมีโอกาสอีกครั้ง ถ้าท่านแม่ทัพเว่ยยังอยากได้ร่างกายนี้อยู่ ถ้างั้นก็เอาไปเถอะ เขายกให้…
✦•·············•✦•·············•✦
ผู้เขียนมีอะไรจะกล่าว… เปิดเรื่องใหม่ค่าาา ฝากตัวด้วยนะคะ <3
บทที่ 1 เกิดใหม่
ชีวิตของหานอวี้จบลงแล้ว ตอนเขาอายุได้ยี่สิบห้า
ไม่รู้ว่าผู้อื่นเป็นเหมือนเขาไหม ตอนที่เผชิญหน้ากับความตายทุกอย่างจะย้อนภาพไปหาอดีต เห็นความโง่งมและความผิดพลาดของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าจนความรู้สึกด้านชา
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่เขาไม่แน่ใจ ยามหานอวี้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง โลกหลังความตายช่างดูคุ้นตาเสียนี่กระไร
เรือนไม้ขนาดกลาง เครื่องเรือนเป็นไม้หอมแบบที่เขาชอบ ผ้าม่านเป็นสีเขียวอ่อนช่วยขับให้บรรยากาศโดยรวมของห้องดูอบอุ่นเป็นกันเอง
แม้ไม่ได้เห็นมาหลายปี แต่หานอวี้ยังคงจำได้ ที่นี่คือเรือนของเขาก่อนจะย้ายไปปลูกเรือนใหม่อยู่กับหนานเยี่ยนตง
หัวใจพลันวูบโหวงเมื่อคิดถึงคนผู้นั้น
ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วอึดใจก่อนจะคิดได้ว่า…ก็ดีเหมือนกัน ถือว่าได้ตัดขาดกันแล้ว หากตื่นขึ้นมาเป็นเรือนหอของคนทั้งคู่ เขาคงรู้สึกไม่ดีนัก เมื่อพยายามเลิกนึกถึงผู้อื่นหานอวี้ก็เพ่งมองไปยังประตูห้อง เริ่มคิดว่าเดี๋ยวจะมียมบาล ผี ปีศาจ หรือเทพเซียนตนใดผ่านเข้ามาตรงประตูนี้หรือไม่
ไม่นานก็มีผู้มาเยือน เสียงดังแอ๊ดเบาๆ ก่อนประตูจะเปิดออก เพียงแต่คนที่เข้ามาไม่ใช่คนจากอีกภพภูมิอย่างที่คิด แต่เป็นเด็กหนุ่มคุ้นหน้าคนหนึ่งที่เข้ามาพร้อมอ่างล้างหน้า
"คุณชายจะล้างหน้าเลยไหมขอรับ" คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ยิ้มให้หานอวี้อย่างสดใส
หานอวี้ชะงัก ก่อนพิจารณามองคนตรงหน้า
"อาฉี? "
"ขอรับ" บ่าวรับใช้มองตรงกลับมาที่เขา ดวงตาฉายแววสงสัยในท่าทีของผู้เป็นนาย
…ทำไมคุณชายวันนี้ดูแปลก ๆ หรือเมื่อคืนจะนอนดึก ถึงยังไม่ตื่นดี?
อาฉีเป็นเด็กกำพร้าที่หานอวี้เก็บมาจากชุบเลี้ยงด้วยความสงสาร เด็กหนุ่มหน้าตาน่าเอ็นดูไม่น้อยดังนั้นหนานเยี่ยนตงจึงไม่พอใจถ้าเขาจะเลี้ยงไว้ข้างกาย จำได้ว่าหลังจากเขาเริ่มอยู่กินกับหนานเยี่ยนตงได้ไม่นาน อาฉีก็ถูกส่งไปทำงานที่อื่น
เขาไม่เจอหน้าเด็กนี่มาหลายปีแล้ว หรือว่าอาฉีจะตายแล้วเหมือนกัน?
คำถามมากมายประดังเข้ามา ตอนที่อ่างน้ำถูกนำมาวางต่อหน้า ภาพสะท้อนยิ่งสร้างความสงสัยจนคิ้วบางขมวดเป็นปม
ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่สะท้อนในอ่างน้ำทั้งคุ้นเคยทั้งแปลกตา …หรือว่าตายแล้ว ร่างจิตจะกลับอ่อนเยาว์อีกครั้ง
หานอวี้ยังไม่ทันได้ตั้งสติ เสียงโหวกเหวกโวยวายด้านหน้าก็เรียกความสนใจเขาไปแทน
"เกิดอะไรขึ้น"
เขาถามคนข้างตัวด้วยความเคยชิน
"คงเป็นนายท่านหานกับภรรยาขอรับ" น้ำเสียงไม่ค่อยดีของอาฉีตอบกลับ
"ท่านพ่อ ท่านแม่? "
เหตุใดท่านพ่อ ท่านแม่จึงอยู่ที่นี่?
คำถามมากมายไร้คำตอบ หานอวี้จึงได้แต่หยิบเสื้อตัวนอกมาสวมลวก ๆ แล้วรีบออกไปที่เรือนรับรอง
ภาพตรงหน้าคือบิดา มารดาที่ดูอ่อนเยาว์ลงหลายปี ทันทีที่หานอวี้ย่างเท้าเข้าไปในเรือน ภาพมารดาหันมาทำหน้าเศร้า เสียงสั่นเครือช่างคุ้นตา และคำพูดที่ออกจากปากมารดาบังเกิดเกล้าก็คุ้นหูยิ่งนัก
"อาอวี้ พี่ใหญ่ของเจ้าเกิดเรื่องแล้ว"
หานอวี้เริ่มตระหนักรู้บางอย่างจึงปิดปากรอดูสถานการณ์ ท่าทีเงียบขรึมของลูกคนเล็กทำให้เหอซื่อรีบร้อนกล่าวความต่อ "เจ้าพวกเพื่อนเกเรของอาเทียนก่อเรื่องใหญ่แล้ว อาเทียนเลยพลอยฟ้าพลอยฝนติดร่างแหไปด้วย เจ้าต้องช่วยพี่ชายของเจ้านะ พี่น้องต้องคอยดูแลกัน"
ผู้เป็นมารดากล่าวด้วยเสียงสะอื้น ส่วนบิดาถึงจะยังไม่ได้พูดมากความแต่ก็ไม่อาจปิดบังความร้อนรนบนใบหน้าได้
"พี่ใหญ่เกิดเรื่องอันใดขึ้น" หานอวี้กัดฟันถาม
"ไอ้พวกไม่ได้ความนั่นพาอาเทียนไปบ่อนแล้วเล่นเสีย ถ้าอยากได้ตัวคนต้องเอาเงินห้าพันตำลึงทองไปแลกภายในวันนี้"
แม้แต่ตัวเงินก็ยังเท่ากัน ถ้าเขาไม่ได้ดูภาพจากอดีตก็เป็นตัวเขานี้แหละย้อนมาอดีตเสียเอง
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" หานอวี้หัวเราะลั่นดังคนเสียสติ สวรรค์คงสมเพชเขามากถึงได้ส่งเขามาเห็นความโง่บัดซบของตัวเองอีกครั้ง
หานอวี้จำได้ดี เรื่องคือหานเทียน พี่ใหญ่ของเขาไปเล่นพนันแล้วไม่มีเงินจ่าย บิดามารดารีบร้อนมาหาบุตรชายคนเล็กที่ออกจากบ้านไปตั้งแต่อายุสิบห้า บุตรที่ถึงแม้จะสร้างตัวได้แล้วก็ยังถูกรังเกียจเหตุเพราะเขาชอบบุรุษ มารดาอับอายจนไม่อยากเห็นหน้าเขาด้วยซ้ำ แต่พอมีปัญหากลับวิ่งมาขอเงิน
หลายปีที่ผ่านมา…ทำไมเขาโง่จนดูไม่ออก
"ข้าไม่มีเงินขนาดนั้น" หานอวี้ปฏิเสธเสียงแข็ง ชีวิตก่อนเขาดิ้นรนยืมเงินคนไปทั่วเพื่อไปไถ่ตัวพี่ใหญ่ออกมา แล้วผลตอบแทนคืออะไรเล่า คือการที่เขาต้องคอยตามเก็บกวาดปัญหาของพี่ใหญ่ไปอีกนับครั้งไม่ถ้วน แต่พอเขาเดือดร้อน พี่ชายคนนี้กลับหายหน้า ส่วนบิดามารดาก็เอาเขาใส่พานถวายคนที่อยากเอาชีวิตเขา
ชีวิตเขาช่างน่าหัวเราะ…
เหอซื่อหน้าถอดสี ชี้หน้าด่าเขา "อาเทียนเป็นความหวังของครอบครัว เดี๋ยวพออาเทียนสอบได้จวี่เหรินแล้วจะมีหน้ามีตาเป็นขุนน้ำขุนนาง เจ้าก็พลอยได้หน้าไปด้วย คิดถึงอนาคตเสียบ้าง! แล้วเจ้ามีกันแค่สองพี่น้องต้องคอยช่วยเหลือกันสิ!!"
"เงินขนาดนั้น ข้าคงต้องเอากิจการและก็ตัวข้าด้วยนี่แหละไปขาย ถึงจะมีปัญญาหาเงินมาให้พวกท่านได้!"
ด้วยความโกรธ ความน้อยเนื้อต่ำใจทำให้ชายหนุ่มขึ้นเสียงตอบกลับอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหอซื่อโกรธจนหน้าดำหน้าแดง บิดาเขาเห็นท่าไม่ค่อยดีจึงรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย
"แม่เจ้าร้อนใจอยากช่วยพี่ชายเจ้า อาอวี้ เจ้าก็อย่าเอามาเป็นอารมณ์เลย ยังไงตอนนี้เราต้องหาทางช่วยพี่เจ้าออกมาให้ได้ก่อน"
ความหมายของท่านพ่อคือไม่ว่ายังไงก็ให้เขาไปหาทางเอา น้ำตาเขาเหือดแห้งไปหมดแล้วตั้งแต่โดนโทษโบยสี่สิบไม้ หัวใจของหานอวี้เหน็บหนาวขึ้นเรื่อย ๆ แต่แล้วเขาก็คิดถึงอ้อมกอดอันอบอุ่นของใครบางคนขึ้นมา…
ยังมีวิธีนั้นอยู่ด้วยสินะ
"ถ้าไม่เลือกวิธีก็ยังพอมีทาง"
หลังกล่าวออกไป สีหน้ายินดีฉายชัดบนใบหน้าผู้อาวุโสทั้งสอง บิดามารดาเขาเลือกจะรับฟังแค่มีวิธี แต่ไม่สนว่าจะเป็นวิธีใด
"ข้าจะแวะไปหาคนรู้จักเผื่อเขามีหนทาง พวกท่าน…" หานอวี้พูดมาถึงตรงนี้ก่อนจะหยุดคิดครู่หนึ่ง "รออยู่ที่บ้านเสร็จธุระแล้วเดี๋ยวข้าไปหา"
รอยยิ้มกว้างประดับริมฝีปากสองผู้อาวุโสทันที
"อาอวี้ก็แค่นี้แหละ แม่รู้ว่าลูกต้องไม่ทิ้งอาเทียนแน่ ๆ "
มารดาเขายกยิ้มพอใจ และไม่ถามไถ่อะไรต่อทั้งนั้น เพียงรีบกลับบ้านไปรอฟังข่าวดี
หัวใจของหานอวี้ด้านชามากขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินบิดามารดาเขาเอ่ยความ และเพิ่งตระหนักได้ว่าเขาได้ย้อนเวลากลับมาห้าปีก่อนที่เขาจะตาย
ชีวิตก่อนตอนนี้เขากำลังดิ้นรนช่วยเหลือครอบครัวในทุก ๆ ด้านเพื่อจะได้รับการยอมรับจากอีกฝ่าย พอคิดถึงจุดนี้ใบหน้างดงามก็บิดเบี้ยวด้วยความสมเพชตัวเอง ก่อนตัดสินใจครั้งใหญ่
ชีวิตนี้เขาได้กลับมาเพื่อตอบแทนความอบอุ่นของอ้อมกอดนั้นก็พอ เรื่องอื่นจะสนใจไปทำไม…
ชายหนุ่มกลับเข้าห้องไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย เขาออกจากเรือนอีกครั้งในชุดสีขาวทั้งร่าง เดิมทีหานอวี้นับเป็นคนที่หน้าตางดงามหมดจดอยู่แล้ว ปกติเขาไม่ค่อยแต่งตัวให้เป็นที่ดึงดูดมากนัก ยามที่ตั้งใจแต่งตัว ร่างสูงโปร่ง คิ้วโค้งดังคันศร ดวงตาดอกท้อเย้ายวน เครื่องหน้าสมบูรณ์ ผมยาวสีดำพลิ้วไหวตามสายลมตัดกับชุดสีขาว ยามนี้จึงเหมือนร่างจำแลงของเทพเซียนกำลังลอยออกจากเรือนก็ไม่ปาน สายตานับไม่ถ้วนล้วนจ้องมองจนลืมหายใจ
ที่สำคัญชุดนี้เป็นสีโปรดของท่านแม่ทัพเว่ย… ชีวิตก่อนหลังจากที่เขาทราบเรื่องนี้ เขาไม่เคยใส่สีขาวล้วนอีกเลย
เมื่อก่อนยามเขาใส่ชุดแบบนี้อีกฝ่ายพูดกับเขาว่าอะไรนะ อืมม… ดูเหมือนว่าจะเป็น อยากขังลืมเขาไว้ในห้องนอนให้ตนเองได้เชยชมเพียงคนเดียว
ดวงตาคู่สวยกลอกมองบนด้วยความเคยชิน ก่อนถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ไม่รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะพาตนเองไปในทิศทางไหน แต่ในเมื่อครานั้นได้กล่าวไปแล้วว่าถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็จะยกตัวเองให้
ดังนั้นหานอวี้จึงได้ก้าวเดินออกไปหาเว่ยจางด้วยความตั้งใจของตัวเองเป็นครั้งแรก…
✦•·············•✦
ผู้เขียนมีอะไรจะกล่าว… อิพี่ยังไม่ออก แต่อิพี่ฉายแววหื่นมาแต่ไกล 555+
บทที่ 2 ขายตัวให้ท่านแม่ทัพ
การพบกันครั้งแรกระหว่างหานอวี้กับแม่ทัพเว่ยไม่มีอะไรที่น่าจดจำ
ตอนนั้นเขาเพิ่งอายุสิบห้า เป็นครั้งแรกที่ออกจากหมู่บ้าน เด็กหนุ่มกระตือรือร้นจะพิสูจน์ตัวเองและไม่ประสาต่อความโหดร้ายของโลกภายนอก เขาเดินทางจากหมู่บ้านไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ตระหนักได้ว่ารูปโฉมของตัวเองสามารถนำมาซึ่งหายนะ
หานอวี้ไม่คาดคิดว่านอกจากสตรีแล้ว บุรุษก็สามารถถูกปล้นสวาทได้เช่นกัน
เนื่องจากเขาไม่มีเงินติดตัวจึงตัดสินใจเดินเท้าเข้าไปหางานทำในเมืองเพียงลำพัง ระหว่างทางกลับถูกปล้น ชายกักขฬะสี่คนล้อมเขาไว้ตรงกลางก่อนมัดมือมัดเท้าปิดปากไม่ให้เขาร้องขอความช่วยเหลือ แล้วลากเด็กหนุ่มเข้าป่าข้างทาง
ตอนที่คนพวกนั้นมองมาด้วยสายตาหื่นกระหายแล้วเริ่มปลดเสื้อผ้าหานอวี้ออกทีละชิ้น ในใจเขานึกอยากกัดลิ้นตายให้พ้นความอุบาทว์นี้
หานอวี้ช่วยตัวเองไม่ได้ ได้แต่ตัวสั่นเทาเป็นลูกนก น้ำตาใสไหลริน สะอึกสะอื้น โจรถ่อยพวกนั้นไม่ได้นึกสงสาร กลับกระตุ้นความกระสันให้อยากย่ำยีเด็กน้อยตรงหน้า
คนงามที่ดูไร้เดียงสา บริสุทธิ์ผุดผ่องกำลังจะถูกทำให้แปดเปื้อนตรงหน้าช่างเย้ายวน โจรถ่อยพยายามแย่งชิงกันว่าใครจะได้เป็นผู้เริ่ม เสียงดังเอะอะกลายเป็นโชคร้ายของพวกมันเพราะเรียกความสนใจของแม่ทัพหนุ่มที่บังเอิญผ่านทางมาพอดี
ปีนั้นเว่ยจางเพิ่งปราบพวกเผ่านอกด่านเสียเหี้ยนจนได้ชื่อว่าเทพสงคราม ขอแค่เอ่ยชื่อท่านแม่ทัพใหญ่แม้แต่เด็กยังต้องหยุดร้องไห้ สร้างความหวาดผวา และเป็นฝันร้ายของพวกคนเถื่อน
ตระกูลเว่ยปกติอำนาจล้นฟ้าเหนือคนทั้งปวงใต้คนเพียงคนเดียว ครานี้บุตรชายคนโตของตระกูลยังสร้างชื่อด้วยการสยบพวกคนเถื่อนนอกด่านที่เหิมเกริมมาเป็นสิบปีให้ศิโรราบยอมเป็นเมืองขึ้นได้ภายในครึ่งปี ผลงานโดดเด่นเป็นที่ร่ำลือ ผู้คนพูดกันปากต่อปาก เล่ากันตามโรงน้ำชา จนเว่ยจางกลายเป็นตำนานที่มีชีวิต
และแม่ทัพผู้นี้ก็มาทันก่อนเรื่องร้ายจะเกิดขึ้นกับหานอวี้
พวกกักขฬะถูกจับส่งทางการอย่างรวดเร็ว ส่วนเหยื่อผู้โชคร้ายอย่างหานอวี้ตอนนั้นกลับคิดไม่ถึงว่าจะหนีเสือปะจระเข้
หานอวี้เป็นคนงามที่เห็นแล้วยากจะละสายตา เว่ยจางเห็นครั้งแรกก็นึกอยากได้ ด้วยเหตุนี้จากผู้มีพระคุณจึงกลายเป็นคนหน้าด้าน หน้าทน และน่ารังเกียจในชั่วอึดใจ
หนี้ชีวิตถูกตีราคา ถ้าไม่ให้ร่างกายก็ต้องหาเงินชดใช้ ทำให้ชีวิตหานอวี้ผูกติดกับท่านแม่ทัพเว่ย แม้อีกฝ่ายจะไม่บังคับขืนใจ แต่ไม่ปล่อยให้เขาเป็นอิสระ เว่ยจางสร้างเงื่อนไขมาบีบบังคับหานอวี้ให้ตกเป็นของตัวเองทางอ้อม
แต่เงื่อนไขนี้กลับเป็นกุญแจสู่อิสรภาพของหานอวี้ เว่ยจางให้หน้าร้านขายผ้าที่ไม่ได้สร้างรายได้มากนักร้านหนึ่งให้เขา บอกว่าถ้าร้านค้าทำเงินขึ้นมาได้ ก็เอาเงินมาจ่ายตอบแทนหนี้ชีวิตไม่เช่นนั้นก็ยกตัวเองมาเป็นค่าตอบแทน
เว่ยจางคงนึกไม่ถึงว่าสามปีเด็กหนุ่มไร้เดียงสาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ จะทำให้กิจการใหญ่โตขึ้นมาได้
สถานะของคนทั้งคู่จึงกลายเป็นเจ้านายกับคนใต้บัญชา ถึงดูภายนอกความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะไม่แย่ แต่บุรุษที่เอะอะก็กินเต้าหู้เขาซึ่งหน้าทุกครั้งที่เจอก็หาใช่ตัวดีอันใด
ชีวิตก่อนหานอวี้รังเกียจเว่ยจางมากทั้งที่เป็นผู้มีบุญคุณช่วยชีวิต เลี่ยงให้พบเจอกันน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ หานอวี้พยายามอย่างหนัก เขาใช้เวลาสามปีก็เริ่มตั้งตัวได้ ใช้เวลาอีกสี่ปีหลุดพ้นจากอำนาจของเว่ยจาง หลังจากนั้นความรักระหว่างเขากับหนานเยี่ยนตงก็สุกงอมเต็มทีจนได้ร่วมเรียงเคียงหมอน เป็นช่วงเวลาที่เขาคิดว่ามีความสุขที่สุดในชีวิต ไม่คิดว่าความสุขของเขาจะสั้นเพียงสองปี
เขาตายแล้วตอนนี้ก็ได้กลับมายืนอยู่หน้าจวนท่านแม่ทัพอีกครั้ง…
หานอวี้ถอนหายใจกับชะตากรรมของตัวเอง
เว่ยจางมีจวนเป็นของตัวเองแยกตัวออกจากคนในตระกูล แม่ทัพหนุ่มสร้างชื่อจากการปราบปรามพวกคนเถื่อน เพียงแต่ชื่อเสียงดีงามอยู่ได้ไม่นานก็มีข่าวลือทั่วเมืองหลวงว่าท่านแม่ทัพเลี้ยงผู้ชายไว้เป็นนายบำเรอ
สิ่งนี้แม้ไม่ผิดแต่ไม่อาจเลี้ยงดูอย่างเปิดเผย พูดกันปากต่อปากว่าท่านแม่ทัพแอบเลี้ยงบ้านเล็กบ้านน้อยไว้นอกจวนนับไม่ถ้วน ชาวบ้านลือกันไป พวกขุนนางก็หลับตาข้างหนึ่ง ส่วนคนที่อยู่บนจุดสูงสุดของแผ่นดินกลับชอบใจที่ตระกูลเว่ยมีเรื่องด่างพร้อยเสียที ไม่มีผู้ปกครองคนไหนจะชอบให้คนใต้บัญชามีชื่อเสียงและถูกสรรเสริญจากชาวบ้านมากกว่าตัวเอง
ปกติเข้าพบท่านแม่ทัพควรจะส่งเทียบเชิญล่วงหน้า แต่เนื่องจากความรีบร้อนของตระกูลหาน หานอวี้ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากด้านหน้ามาขอพบโดยไม่มีการแจ้ง
โชคดีที่วันนี้เว่ยจางอยู่จวนพอดี คนเฝ้าประตูรู้จักหานอวี้ดีในฐานะคนโปรดของท่านแม่ทัพ คนงามจึงเข้ามารอในเรือนรับรองได้อย่างง่ายดาย
ชายังไม่ทันหายร้อน เสียงคุ้นเคยก็ดังออกมาก่อนเจ้าของเสียง
"วันนี้มีเหตุดีงามอันใด คนงามถึงนึกคิดถึงข้าขึ้นมาได้?"
น้ำเสียงยั่วล้ออยู่ในที แม่ทัพเว่ยที่ดูอ่อนวัยขึ้นจากในความทรงจำ ทั้งดูคุ้นเคยและไม่คุ้นเคย เดินก้าวเข้ามาในห้อง
เว่ยจางเป็นแม่ทัพ หลังจากการกวาดล้างครั้งใหญ่แผ่นดินก็สงบสุขมาตลอด ชายหนุ่มไม่ได้จับศึกมาห้าปี ผิวที่เคยคล้ำแดดตอนนี้จึงขาวสะอาดสะอ้าน ทำให้ดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงอยู่มาก ใบหน้าคมคาย รอยยิ้มขี้เล่นทาบริมฝีปาก นัยน์ตาวิบวับแบบคนกำลังเจอเรื่องสนุก ชุดศึกตามยศก็ไม่ได้ใส่ ตอนนี้จึงคล้ายคุณชายเสเพลเสียมากกว่าแม่ทัพใหญ่
พอเว่ยจางเข้ามาเห็นคนงามในชุดสีขาวแบบที่พึงใจ นัยน์ตาที่เป็นประกายอยู่แล้วก็ยิ่งสดใสขึ้นมากกว่าเดิม ร่างสูงก้าวยาวเพียงไม่กี่ก้าวก็ประชิดตัวหานอวี้ก่อนที่เจ้าตัวจะมีโอกาสได้ลุกขึ้นคารวะ
"ไม่เห็นเจ้าใส่ชุดแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ" ชายหนุ่มยิ้ม ก่อนจะถือวิสาสะเอื้อมมือมาเชยคางคนงามมาพิจารณาใกล้ ๆ
ทุกครั้งหานอวี้จะพยายามหาข้ออ้างเบี่ยงตัวหนี แต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับส่งยิ้มให้ เว่ยจางชะงักไปนิดก่อนยิ้มแล้วถือโอกาสที่อีกฝ่ายไม่ห้ามปรามลูบคลึงใบหน้า แม่ทัพหนุ่มตั้งใจกินเต้าหู้แบบซึ่งหน้า
หานอวี้กลอกตามองบน
"ข้าน้อยมาเสนอการซื้อขายขอรับ เป็นเรื่องดีหรือไม่คงต้องให้ท่านแม่ทัพพิจารณาเอง"
คนงามจับมือที่อยู่ไม่สุขบนหน้าออกไปแล้วแต่ไม่ได้เบี่ยงตัวหนี เว่ยจางเลิกคิ้ว ก่อนนั่งลงข้าง ๆ
"ว่ามาสิ"
หานอวี้หลุบตาลงต่ำ
"ข้าน้อยต้องการขายตัวเอง ไม่แน่ใจว่าท่านแม่ทัพยังต้องการรับซื้อหรือไม่"
พูดจบก็เกิดความเงียบขึ้น เว่ยจางต้องใช้เวลาชั่วครู่ถึงเข้าใจว่าหานอวี้กล่าวอะไรออกมา ก่อนจะหัวเราะลั่น
"เยี่ยมมาก!! วันนี้ดูจะเป็นวันดีของข้าจริง ๆ "
ท่านแม่ทัพมองหานอวี้อีกครั้ง อดสงสัยในใจไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
"อวี้เอ๋อร์ ห้าปีที่ผ่านมาเจ้าปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งยังกล้าด่าข้าซึ่งหน้าว่าหน้าด้าน ไร้คุณธรรม ตอนนี้ร้านผ้าทำเงินได้ไม่น้อย เจ้าก็ดูไม่ขาดเงิน เหตุใดต้องการทำการซื้อขายนี้"
คำเรียกขานน่าอายที่ไม่ได้ยินมานานทำเอาหานอวี้กระอักกระอ่วน ชายหนุ่มนั่งนิ่งเรียบเรียงคำพูด
"พี่ชายข้าน้อยติดเงินพนันอยู่ห้าพันตำลึงทอง ไม่รู้ว่าตัวข้าน้อยมีราคาถึงไหม"
ท่านแม่ทัพหรี่ตามองอย่างสงสัย
"นี่ไม่ใช่ครั้งแรก บิดามารดาบีบคั้นว่าพี่น้องต้องคอยช่วยเหลือกันไม่จบสิ้น ข้าน้อยเหนื่อย ถ้าเป็นคนของท่านก็ถือเสียว่าเงินก้อนนี้เป็นความกตัญญูที่ข้าให้ได้ในชีวิตนี้ ต่อจากนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก"
นี่ไม่ใช่คำโกหกทั้งหมด สิบปีที่ผ่านมาในชีวิตก่อนเขาเหนื่อยมากจริง ๆ หานอวี้โกรธ น้อยใจ เสียใจ แต่ไม่นึกอยากล้างแค้น ถึงยังไงอีกฝ่ายก็เป็นบิดา มารดาและพี่ชายของตัวเอง แต่จะให้ทำใจช่วยเหลือเหมือนเดิมคงไม่ไหว เขาไม่ใช่พระโพธิสัตว์ เขาต้องการตัดขาดจากตระกูลหาน
"เจ้าเข้าใจความหมายของการซื้อขายนี้หรือไม่?"
เว่ยจางเห็นพิรุธในคำตอบของหานอวี้อยู่มาก แต่การซื้อขายนี้เขาได้เปรียบจึงไม่อยากถามให้มากความ แค่ต้องการการยืนยันเพิ่มอีกสักหน่อย ถึงเขาจะเลี้ยงนายบำเรออยู่มากแต่ชายหนุ่มไม่เคยฝืนใจใคร
ร่างกายแลกเงินทอง ชื่อเสียง เส้นสาย นี้เป็นการค้าที่พร้อมใจทั้งสองฝ่าย เขาให้อิสระนายบำเรอพวกนั้นมากกว่าคนทั่วไปจะคาดถึง ทั้งยังไม่ผูกมัดอีกฝ่ายไว้หลังเรือน
หานอวี้ไม่รู้ข้อนี้แต่ก็ยังพยักหน้ารับ คนที่ตั้งใจมาขายตัวเองอย่างไร้เงื่อนไขให้เว่ยจางขนาดนี้ หานอวี้เป็นคนแรก แม่ทัพหนุ่มยิ้มอย่างพอใจแต่ไม่คิดบอกออกไป
"มานี่"
เว่ยจางตบหน้าตัก พลางยิ้มกริ่ม หานอวี้ตัดสินใจมาแล้วเขาจึงไม่อิดออดเดินมานั่งบนตักแต่โดยดี
มือหยาบกร้านจากการกรำศึกไม่นุ่มนวลแบบมือบัณฑิตลูบต้นขาคนงามช้าๆ ริมฝีปากบางถูกครอบครองอย่างถือสิทธิ์ ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาอย่างร้อนแรง ชีวิตที่แล้วหานอวี้เคยมีสัมพันธ์กับหนานเยี่ยนตง ไม่ใช่คนไม่ประสา แต่จูบที่เรียกร้องขนาดนี้เขาตั้งตัวไม่ติด
แม่ทัพเว่ยอ้อยอิ่งอย่างสำราญใจกับริมฝีปากบาง ก่อนผละออก
"เลี้ยงเจ้ามาได้งามขนาดนี้ คงทุ่มเทมาไม่น้อย ข้าจะให้เจ้าหมื่นตำลึงทอง"
ถ้าเปลี่ยนใจทีหลัง หมื่นตำลึงทองมาไถ่ตัวคงทำได้ยาก หานอวี้รู้ความคิดอีกฝ่ายแต่ก็ไม่ได้ทักท้วง
"ถึงข้าเคยพูดจะอยากเก็บเจ้าไว้เชยชมเพียงลำพัง แต่ก็ไม่ใจร้ายขนาดจะขังเจ้าไว้จริง ๆ จำไว้กลางวันเป็นของเจ้า กลางคืนเป็นของข้า ข้าจะให้บ้านที่ตรอกเยว่อิงไว้ คืนนี้รอปรนนิบัติข้าที่นั่น"
แล้วนายบำเรอคนใหม่ก็ถูกเรียกร้องจูบหนักๆ อีกหนก่อนจะเดินออกมาจากจวนท่านแม่ทัพพร้อมตั๋วเงินหนึ่งหมื่นตำลึงทอง
ในเรือนรับรองเว่ยจางยังคงนั่งครุ่นคิดอยู่ที่เดิม นิ้วมือเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ แม่ทัพหนุ่มกำลังใช้ความคิด ไม่นานเงาดำร่างหนึ่งก็ราวกับโผล่ออกมาจากที่ว่างราวภูตผีทรุดลงตรงหน้ารอคำสั่ง
"ตามไป แล้วสืบมาเพิ่มด้วยว่าหานอวี้ผู้นี้เป็นหมากของใครหรือไม่"
ทหารเงาโค้งตัวรับคำสั่ง ก่อนกระโจนหายวับไปในพริบตา
อยู่ ๆ ท่าทีเปลี่ยนไปย่อมมีสาเหตุ คนงามผู้นี้แม่ทัพเว่ยเฝ้ามองมาเนิ่นนาน ตั้งแต่ยังไร้เดียงสาจนสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง เหตุใดจู่ ๆ จึงเปลี่ยนไป ถึงเขาจะอยากได้คนแต่ถ้าเป็นงูพิษก็ต้องมีวิธีเลี้ยงเฉพาะ
ไม่ว่าจะมีเบื้องหลังหรือไม่ คืนนี้คนผู้นั้นต้องตกเป็นของเขา แม่ทัพเว่ยยิ้มให้กับความคิดของตัวเองอย่างอารมณ์ดี
✦•·············•✦•·············•✦
ผู้เขียนมีอะไรจะกล่าว… อิพี่เป็นประกันชั้นหนึ่ง พร้อมเคลมมากค่ะ!