ทั่วไป

ป้าตุ่น เผยจุดเจอรองเท้าน้องชมพู่บนเขา ยังไงก็ไม่มีใครเห็น ยันเด็กไม่มีทางขึ้นเองได้

Khaosod
อัพเดต 13 ก.ค. 2563 เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2563 เวลา 09.30 น.

จากกรณี น้องชมพู่ เสียชีวิตปริศนา บนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านพัก 2 กิโลเมตร ในพื้นที่บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งผ่านมาร่วม 2 เดือนแล้ว ยังไม่มีการออกหมายจับคนร้าย ขณะที่คนในครอบครัวของน้องชมพู่ ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลต้องสงสัย ซึ่งเป็นคนในครอบครัวกันเอง จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง
เพิ่มเพื่อน

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถาม นางตุนมา พรพมงอย หรือตุ่น อายุ 63 ปี ผู้พบรองเท้าน้องชมพู่เป็นคนแรก เปิดเผยว่า ปกติตนมักจะขึ้นไปเก็บผักหวานบริเวณเขาภูเหล็กไฟเป็นประจำอยู่แล้ว โดยในวันที่ 14 พ.ค. ตนก็ขึ้นไปเก็บผักหวานตามปกติ ซึ่งตนจำเวลาไม่ได้แน่นอน โดยมีสามีไปส่งที่ตีนเขา ก่อนที่ตนจะขึ้นไปเก็บผักหวานคนเดียว

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ในระหว่างที่ตนขึ้นไปถึงเขาชั้นที่ 2 ถ้าขึ้นฝั่งโรงเรียนกกกอก แต่เป็นฝั่งบ้านแม่น้องชมพู่รองเท้าจะเป็นเขาชั้นที่ 3 ซึ่งทางขึ้นเขานั้นมีความยากลำบาก ตนไม่เชื่อว่าเด็ก 3 ขวบจะขึ้นไปเองได้ มันเหนื่อย ขนาดเด็กอายุ 7 ขวบยังขึ้นไปลำบาก หรือจะมีคนพาขึ้นไปก็ลำบากมาก แต่ถ้าเด็ก 3 ขวบดื้อจริงๆ ก็สามารถขึ้นไปได้ ตนถามหน่อยว่าจะขึ้นไปทำไม ข้างบนมีอะไรให้เล่น มีแต่ยุง

นางตุนมา เปิดเผยต่อว่า ในระหว่างที่ตนกำลังเก็บผักหวาน ก็พบรองเท้าของเด็กจึงหยิบขึ้นมาดู เพราะสวยดี ตอนแรกก็ว่าจะเอามาฝากเด็กแถวบ้าน ซึ่งตนยังสงสัยว่าเอารองเท้ามาทิ้งทำไม ยังดีๆ อยู่เลย แต่ก็ไม่ได้เอาลงมาด้วย จึงหยิบมาวางไว้จุดที่มองเห็นง่าย ถ้าทิ้งไว้ที่เดิมคงไม่มีใครหาเจอ ก่อนที่ตนจะเก็บผักหวานไปเรื่อยๆ จนลงมาที่ตีนเขาก็ใกล้ค่ำแล้ว ตนถึงได้มาบอกคนที่อยู่ข้างล่างว่าเจอรองเท้าเด็กนะ

ผู้ใหญ่ขึ้นไปมีแต่หลงทิศหลงทาง ที่ตนชำนาญเพราะขึ้นไปเก็บผักหวานเป็นประจำ แต่ถ้าคนขึ้นไปข้างบนก็จะมองเห็นบ้าน เห็นวัด รวมทั้งยังได้ยินเสียงคนข้างล่างถ้าหากคุยกัน ก็จะสามารถเดินตามเสียงหรือเดินมาตามทางที่มีบ้านวัดได้อย่างแน่นอน

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง
ดูข่าวต้นฉบับ
ความเห็น 8
  • Mrs. Clean
    ป้าเป็นคนพื้นที่ชำนาญเส้นทางเพราะขึ้นเขาไปหาของป่าประจำป้าพูดได้เต็มปากว่าเด็ก3ขวบไม่สามารถขึ้นเขาเองได้แต่หมอนิติเวชที่ระนองซึ่งห่างออกไปหลายร้อยก.ม.ให้ความเห็นผ่านสื่อว่าเด็กสามารถเดินขึ้นเขาเองได้เพราะเด็กหาย11ตาย13มีเวลา2วันเดินไปเหนื่อยก็พักหายเหนื่อยก็เดินไปต่อหมอเอาสมองส่วนไหนคิดอ่ะ!!!เด็กเดินออกจากบ้านถ้าหลงทางก็เริ่มร้องไห้หาพ่อแม่แล้ว
    13 ก.ค. 2563 เวลา 10.58 น.
  • Eed Eed
    เชื่่อที่ป้าตุ่นพูดค่ะ
    13 ก.ค. 2563 เวลา 09.44 น.
  • แม่เด็กเก่งกว่าเจ้าหน้าที่พฐ.รีบเผาศพเด็กเร็วเกินไปพอศพน้องถูกไฟเผาเถ้าถ่านไม่ทันจะวอดรีบออกมาประกาสสงสัยลุงพลรัวๆก็สมควรให้แม่เด็กพ่อเด็กนั่นละตัดสินคดีกันเองพิพาร์กษากันเอง
    13 ก.ค. 2563 เวลา 10.45 น.
  • ต่าย
    มีอะไรที่เด็กต้องขึ้นเขาตายโดยไม่ใส่เสื้อผ้าอนู่บนหินคนดีๆยังไม่ขึ้นตายจากข่าวล่าง
    13 ก.ค. 2563 เวลา 11.24 น.
  • ทวย
    ตำรวจเห็นว่าเริ่มจะทะเลาะกันมั่วไปหมดในหมู่ญาติพี่น้อง​และลามไปทั้งหมู่บ้านตำรวจกับแพทย์​ก็พยายามสรุปว่าเด็กน่าจะเดินขึ้นไปเองและหาพยานคนที่รู้คนที่เห็นในการกระทำไม่ได้ด้วยก็เลยอยากให้มันจบๆแต่สื่อน่ะสิที่มันไม่จบ
    13 ก.ค. 2563 เวลา 11.43 น.
ดูทั้งหมด