ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

การบินไทย คอนเฟิร์ม! ขายแล้ว "แอร์บัส A380" ยกลอต 6 ลำ

ประชาชาติธุรกิจ
อัพเดต 25 เม.ย. 2567 เวลา 05.59 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. 2567 เวลา 01.13 น.
ภาพจาก : www.facebook.com/ThaiAirways

จากกรณีที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประกาศขายเครื่องบินแอร์บัส A380 พร้อมเครื่องยนต์ ทั้งหมดจำนวน 6 ลำ ไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2566 บนเว็บไซต์ thaiaircrafttrading.com เนื่องจากการบินไทยไม่มีแผนนำกลับมาใช้งาน และจอดทิ้งไว้ตั้งแต่ช่วงเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

และล่าสุดมีกระแสข่าวออกมาว่าการบินไทยสามารถขายเครื่องบินรุ่นดังกล่าวทั้ง 6 ลำได้แล้ว

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

โดยแหล่งข่าวในบริษัท การบินไทย จำกัด ยืนยันกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้เครื่องบินแอร์บัส A380 ทั้ง 6 ลำของการบินไทยที่ประกาศขายไปก่อนหน้านี้ ได้ทำข้อตกลงซื้อขายกันเรียบร้อยตั้งแต่ 2-3 เดือนที่ผ่านมา

ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการส่งมอบให้กับเจ้าของใหม่ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควรในการดำเนินการ

ส่วนรายละเอียดว่าบริษัท หรือสายการบินใดเป็นผู้ซื้อไป และมูลค่าที่ขายออกไปเท่าไหร่นั้น แหล่งข่าวบอกว่า รายละเอียดทั้งหมดต้องรอ “ชาย เอี่ยมศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการ แถลงข่าวอย่างเป็นทางการต่อไป

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “การบินไทย” มีมติจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส A380 เมื่อปี 2547 ในยุคที่มี นายกนก อภิรดี เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และนายทนง พิทยะ เป็นประธานกรรมการบริษัท

ในครั้งนั้นมีการอนุมัติให้ดำเนินการจัดหาเครื่องบิน 14 ลำ ประกอบด้วย เครื่องบินแอร์บัส A380 จำนวน 6 ลำ เครื่องบินแอร์บัส A340-500 จำนวน 1 ลำ เครื่องบินแอร์บัส A340-600 จำนวน 1 ลำ และเครื่องบินโบอิ้ง B777 -200ER จำนวน 6 ลำ

ในส่วนของเครื่องแอร์บัส A380 จำนวน 6 ลำนั้น เป็นที่เปิดเผยกันในช่วงนั้นว่า ราคาอยู่ที่ลำละ 500,000 เหรียญสหรัฐ รวมเป็นเงิน 3,000,000 เหรียญสหรัฐ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทในช่วงปีนี้ประมาณ 32 บาทต่อดอลลาร์ หากคำนวณตามเรตนี้มูลค่ารวมคร่าว ๆ ที่ซื้อมาก็น่าจะประมาณ 96,000 ล้านบาท

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

และย้ำว่า ไม่อยากให้มองประเด็นในเรื่องของมูลค่าในวันที่เราซื้อมาเป็นตัวตั้ง วันนี้เราต้องมองว่าธุรกิจการบินทั่วโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับนวัตกรรมและความก้าวหน้าในการผลิตเครื่องบินก็ทันสมัยขึ้น ทุกคนมุ่งสู่เครื่องบินที่ประหยัดพลังงาน

ขณะที่เครื่องบินแอร์บัส A380 เป็นเครื่องบินขนาดใหญ่ ขนผู้โดยสารได้กว่า 500 คนต่อเที่ยว มีถึง 4 เครื่องยนต์ ทำให้มีปริมาณการสิ้นเปลืองพลังงานที่สูงมากเมื่อเทียบกับรุ่นใหม่ ๆ ที่ทยอยออกสู่ตลาด

ที่สำคัญ การบินไทยไม่ได้นำเครื่องบินแอร์บัส A380 กลับมาใช้งานนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากรูปแบบของเครื่องบินไม่สอดรับกับสภาพตลาดหลังโควิด ทั้งราคาน้ำมัน พฤติกรรมการเดินทางของผู้โดยสาร บวกกับเป็นรุ่นที่มีค่าบำรุงรักษาที่สูงถึงหลักพันล้านบาท (หากนำไปซ่อมแล้วนำกลับมาใช้) ซึ่งคณะบริหารและผู้บริหารแผนฟื้นฟูประเมินแล้วว่าไม่คุ้มค่าหากต้องซ่อมบำรุงกลับมาใช้งานอีกครั้ง

นอกจากนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเครื่องบินรุ่นนี้ถูกจอดไว้ที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทั้งค่าจอดและค่าดูแลรักษา ขณะที่บริษัทมีความจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่าย และหารายได้ทั้งจากธุรกิจการบินและธุรกิจอื่น ๆ ตามแผนฟื้นฟูกิจการ

ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลของ “ประชาชาติธุรกิจ” พบว่า สำหรับเครื่องบินแอร์บัส A380 ทั้ง 6 ลำของการบินไทยที่จำหน่ายออกไป ได้แก่ แอร์บัส A380-800 ทะเบียน HS-TUA (msn087) นามพระราชทาน “ศรีรัตนะ” อายุ 11.4 ปี มีชั่วโมงบิน 32,880 ชั่วโมง แอร์บัส A380-800 ทะเบียน HS-TUB (msn093) นามพระราชทาน “มัญจาคีรี” อายุ 11.2 ปี มีชั่วโมงบิน 32,699 ชั่วโมง แอร์บัส A380-800 ทะเบียน HS-TUC (msn100) นามพระราชทาน “ไชยา” อายุ 11 ปี มีชั่วโมงบิน 32,550 ชั่วโมง

แอร์บัส A380-800 ทะเบียน HS-TUD (msn122) นามพระราชทาน “พยุหะคีรี” อายุ 10.8 ปี มีชั่วโมงบิน 31,118 ชั่วโมง แอร์บัส A380-800 ทะเบียน HS-TUE (msn125) นามพระราชทาน “ศรีราชา” อายุ 10.1 ปี มีชั่วโมงบิน 30,645 ชั่วโมง และแอร์บัส A380-800 ทะเบียน HS-TUF (msn131) นามพระราชทาน “กมลาไสย” อายุ 10.3 ปี มีชั่วโมงบิน 29,639 ชั่วโมง โดยทุกลำติดตั้งเครื่องยนต์รุ่นเดียวกันคือ Rolls-Royce Trent 970-84

การดำเนินการขายเครื่องบินที่ไม่ได้ใช้งาน และประเมินแล้วว่าจะเป็นภาระด้านการเงินในระยะยาวออกไปของการบินไทย น่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในเวลานี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การบินไทย คอนเฟิร์ม! ขายแล้ว “แอร์บัส A380” ยกลอต 6 ลำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ