ทั่วไป

แม่ไม่ได้เล่ากินน้ำเหลืองศพ! เปิดใจพาหนีฤาษีอุบาทว์ แจ้งหมอปลาบุกทลายสำนักฯ

Khaosod
อัพเดต 09 พ.ค. 2565 เวลา 12.29 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2565 เวลา 12.29 น.

หนุ่มขอนแก่นเปิดใจ พาแม่หนีสำนักฤาษีอุบาทว์ อ้างตัวเป็นพระบิดาทุกศาสนา เผย แม่ไปเยี่ยมหลานที่คอนสาร-ชัยภูมิ แล้วได้ไปที่สำนัก กลับมาบอกไปเจอ "พ่อพระเยซู" เกิดเลื่อมใสขอไปอยู่ที่สำนัก ลูกๆไปเจอรับไม่ได้สุดสกปรก แจ้ง"หมอปลา"บุกทลาย

วันที่ 9 พ.ค.2565 จากกรณีเจ้าหน้าที่บุกสำนักฤาษี กลางป่าหมู่ 2 ต.ดงกลาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ จับกุมตัวนายทวี อายุ 74 ปี อ้างตัวเองว่าเป็นพระบิดาของทุกศาสดา ให้ลูกศิษย์กินปัสสาวะ กินเสมหะ กินอุจจาระ รวมถึงขี้ไคลอ้างเป็นยารักษาโรค นอกจากนั้นยังพบศพ 11 ศพ ปล่อยให้เน่าทิ้งในโลงคากระท่อม อ้างรอทำพิธีช่วยให้ขึ้นสวรรค์

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

โดยเรื่องนี้ ที่บ้านพัก ต.วังเพิ่ม อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น นายชัย อายุ 52 ปี ลูกชายนางน้อย อายุ 80 ปี หนึ่งในลูกศิษย์ของฤาษี เปิดเผยว่า ช่วงปลายปี 2563 แม่ไปเยี่ยมหลานชาย ซึ่งเป็นลูกของพี่ชายที่อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ แล้วทราบว่าหลานชายและพ่อตา แม่ยายนั้นเป็นลูกศิษย์ของพระบิดามาหลายปีแล้ว หลานชายจึงชวนแม่เข้าไปเยี่ยมชมที่สำนักปฏิบัติธรรม เมื่อแม่เข้าไปแล้วกลับมาเล่าให้ลูกๆฟังว่า ไปเจอพ่อของพระเยซูมา จนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาอยากไปปฏิบัติธรรมที่สำนัก

ฤาษีอุบาทว์

"เดิมทีแม่นับถือศาสนาคริสต์ เมื่อไปที่สำนักปฏิบัติธรรมประหลาดมาก็เริ่มมีความอยากไปบ่อยขึ้น เหมือนกับเกิดความเลื่อมใสไปแล้ว ช่วงแรกๆไปพักที่สำนักฯประหลาดคราวละ 7-10 วัน ระยะหลังๆไปอยู่นานเป็นเดือน เมื่อแม่กลับมาที่บ้านจะเห็นคราบขี้โคลนติดตามร่างกาย มีตุ่มพุพองขึ้นตามแขนขา ลูกๆเลยไม่อยากให้ไปอีก แต่สุดท้ายลูกก็ต้องยอม เพราะคือความสุขของแม่

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ล่าสุดแม่อยากกลับไปอยู่ที่สำนักฯอีก พี่สาวจึงตัดสินใจขับรถไปส่งพร้อมทั้งสังเกตุความเป็นอยู่ในสำนัก พบว่ามีแต่ความสกปรก ไม่มีการถือศีลหรือปฏิบัติธรรมจึงชวนแม่กลับบ้าน แต่แม่ไม่ยอมกลับยืนยันจะอยู่ต่อ พี่สาวจึงกลับมาปรึกษาพี่น้องและร้องขอความช่วยเหลือจากหมอปลาช่วยเหลือพาตัวแม่ออกมาจนเป็นข่าว "

จับฤาษี

นายชัย กล่าวอีกว่า กรณีการกินอุจจาระ กินปัสสาวะ น้ำลาย เสมหะ หรือขี้ไคลของชายที่อ้างเป็นพระบิดาเพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บนั้น จากการพูดคุยกับแม่ทราบว่าแม่เคยกินแต่น้ำลาย เสมหะ ส่วนเรื่องการเก็บศพคนตายเอาน้ำเหลืองมาปรุงเป็นสมุนไพรรักษาโรค ไม่เคยได้ยินแม่พูดถึง พูดเพียงว่าในสำนักฯมีการเก็บศพคนตายเอาไว้ ลูกศิษย์ที่เข้าไปอยู่ในสำนักฯไม่มีใครไม่เชื่อถือหรือไม่เลื่อมใสพระบิดา ทุกคนเคารพนับถือทั้งหมด

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง
เปิดใจ

"เพราะไม่มีการเรียกเก็บเงินหรือให้บริจาคเงินทองของใช้แต่อย่างใด เพียงแค่ช่วยกัน ทำน้ำพริก ทำขนมคบเคี้ยว ทำข้าวเกรียบส่งขาย ก็มีเงินซื้ออาหารกินครบ 3 มื้อ หลังจากหมอปลาพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและช่วยเหลือแม่ออกมาได้ คุมตัวพระบิดาไปสอบสวน ลูกๆก็รู้สึกโล่งใจ และไม่ให้แม่ดูข่าวที่เกิดขึ้นในสำนักฯเพราะดูออกว่าแม่ยังมีความห่วงใยในสำนักฯ

เชื่อว่ายังอยากจะไปอีก จึงบอกแม่ไปว่า เจ้าหน้าที่บุกทลายหมดแล้ว ไม่มีพระบิดา ไม่มีสำนักปฏิบัติธรรมแล้ว และให้แม่นอนพักผ่อน โดยลูกหลานญาติพี่น้องช่วยกันดูแล แม่เป็นอย่างดี"

ดูข่าวต้นฉบับ