สังคม

หนุ่มถูกมิจฉาชีพหลอกให้ส่งนาฬิกาหรูขนส่งเอกชน สุดท้ายถูกเชิดเอาไปขายต่อห้าง

THE ROOM 44 CHANNEL
เผยแพร่ 11 พ.ค. 2567 เวลา 10.10 น.

หนุ่มร้องเพจสายไหมต้องรอด ถูกมิจฉาชีพหลอกให้ส่งนาฬิกาหรูขนส่งเอกชน สุดท้ายถูกเชิดเอาไปขายต่อห้าง

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2567 ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด นายสมภพ ลวะวิบูลย์ อายุ43ปี พร้อมแฟนสาวเข้าขอความช่วยเหลือกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กรณีถูกมิจฉาชีพหลอกให้ส่งนาฬิกาหรูทางขนส่งเอกชน แล้วสุดท้ายถูกเชิดนาฬิกาไปขายต่อที่ห้างดัง ตำรวจตามไปเจอของกลาง แต่ทำอะไรไม่ได้ อ้างว่าเจ้าของร้านมีเอกสารใบรับซื้อของเก่าถูกต้องทุกอย่าง

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

นายสมภพ กล่าวว่า ตนได้ประกาศขายนาฬิกา โรเล็กซ์ รุ่นซับมารีน ซีรี่นัมเบอร์ k 30u4120 model 116610LN ทางเฟสบุ๊ก ในราคา390,000บาท ต่อมาวันที่1พ.ค.ได้มีชายอ้างชื่อว่านายนาราทิพย์ เตชะวัช โทรศัพท์ติดต่อกลับมาว่าสนใจนาฬิกาเรือนนี้ ต่อรองราคาจนมาจบที่375,000บาท ซึ่งตนก็พอใจราคานี้ จึงนัดส่งของกัน

นายสมภพ กล่าวต่อไปว่า คนร้ายอ้างว่าให้ส่งนาฬิกาไปที่จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งตนบอกว่าจะไปส่งของที่เบสท์ เอ็กซ์เพรส ที่อยู่ใกล้บ้าน คนร้ายถามว่าบ้านตนอยู่แถวไหน ตนตอบไปว่า อยู่ย่านบางแค คนน้ายจึงบอกว่า ขนส่งที่ตนจะไปส่งของ ตามของยาก มีปัญหาบ่อย ให้ไปส่งที่แฟลซ เอ็กเพรสที่ใกล้บ้านที่สุด เพราะแฟลซ เอ็กเพรสตามของง่ายกว่า และสินค้าไม่เสียหาย ตนเชื่อคนร้ายบอก จึงไปส่งที่แฟลซ เอ็กเพรส สาย2 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพฯ ตนส่งสินค้าเสร็จ ได้เลขพัสดุเรียบร้อย แล้วถามพนักงานรับสินค้าว่า หากลูกค้ายังไม่โอนเงินมา สามารถยกเลิกรายการส่งของได้ไหม พนักงานตอยว่าได้ ตนจึงมั่นใจ เพราะหากลูกค้าไม่โอนเงิน ก็แค่เดินไปเอานาฬิกากลับก็จบ ไม่ได้เสียหายอะไร แค่เสียเวลา

จากนั้นคนร้ายโทรมาบอกให้ตนถ่ายรูปเลขพัสดุเพื่อตรวจเช็กกับขนส่งว่าได้มีการส่งของจริงไหม ถ้าส่งจริงจะรีบโอนเงินทันที ตนไม่ได้เอะใจจึงถ่ายรูปเลขพัสดุส่งให้ แล้วคนร้ายก็วีดีโอคอลล์คุยกับตน บอกให้ตนออกไปคุยนอกขนส่ง เพราะหากคุยด้านใน พนักงานรู้ว่า ในกล่องเป็นนาฬิกาโรเล็กซ์ อาจถูกขโมยได้ ตนหลงเชื่อจึงเดินออกออกมาด้านนอก แค่เวลาไม่ถึง5นาที ก็มีข้อความส่งเข้ามาว่า ยกเลิกการส่งสินค้า ตนตกใจจึงรีบวิ่งเข้าไปถามพนักงานว่า ข้อความนี้หมายความว่าอย่างไร ทั้งๆที่ตนยังไม่ได้ยกเลิกการส่ง พนักงานตอบว่า มีไรเดอร์เอารูปใบส่งพัสดุที่ตนส่งให้คนร้ายมายื่น แล้วบอกว่า เจ้าของขอยกเลิกการส่ง และรับกล่องพัสดุกลับไปแล้ว ตนจึงไปแจ้งความไว้กับร.ต.ท.ชยพล มะลิบุญ รอง สว.(สอบสวน)สน.หลักสอง

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ซึ่งต่อมาตำรวจได้ติดตามเรื่องให้จนทราบว่า ไรเดอร์ คันดังกล่าวรับของ แล้วไปส่งให้แกร็บอีกคับ ส่งต่อประมาณ3ทอด จนกระทั่งไปจบที่ร้านนาฬิการ้านดังในห้างมาบุญครอง เมื่อสอบถามเจ้าของร้านได้คำตอบว่า นายนพรัตน์ ศิริอัง อายุ29ปี ชาวจ.ชัยภูมิ เป็นผู้นำมาขายให้เมื่อวันที่1พ.ค.ตนรับซื้อไว้ในราคา305,000 บาท โดยเงินทั้งหมดโอนเข้าบัญชีของนายนพรัตน์ ที่ร้านมีเอกสารใบรับซื้อของเก่าถูกต้องทุกอย่าง มีลายลักษณ์อักษรทุกขั้นตอน ซึ่งนายนพรัตน์เอานาฬิกามาขายให้ที่ร้าน3เรือนแล้ว ไม่เคยมีปัญหา ซึ่งตำรวจก็ได้แต่ยืนงง ทำอะไรไม่ได้ ตนจึงเปลี่ยนความคิด หากตำรวจทำอะไรไม่ได้ ตนก็จะหาเงินไปไถ่นาฬิกากลับมา โดยบอกทางร้านว่าขอเวลา2-3วันในการหาเงิน แต่สุดท้ายเจ้าของร้านบอกว่า ได้ขายนาฬิกาออกไปแล้ว ตนมั่นใจว่าคนร้ายแก๊งนี้ทำเป็นกระบวนการและมีหลายคนที่เกี่ยวข้อง

จากการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ของชายที่อ้างชื่อว่านายนาราทิพย์ เป็นเบอร์ที่โทรมาจากประเทศกัมพูชา และชื่อกับนามสกุงก็ไม่มีในทะเบียนประวัติ เป็นการใช้ชื่อปลอม ส่วนนายนพรัตน์ ล่าสุดถูกตำรวจสน.ท่าข้ามจับในข้อหา ลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย เมื่อวันที่3 พ.ค.ที่ผ่านมา