ไอที ธุรกิจ

WFX มั่นใจรายได้-กำไร ช่วง 1-3 ปี เติบโตต่อเนื่อง

ทันหุ้น
อัพเดต 23 ธ.ค. 2564 เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2564 เวลา 04.09 น.

ทันหุ้น - WFX เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันแรกพุ่งเหนือจอง 29.86% จากราคาไอพีโอ 7.20 บาท/หุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ด้านผู้บริหาร “ชวลิต ติยาเดชาชัย” มั่นใจในช่วง 1-3 ปีข้างหน้าโตต่อเนื่อง  หลังเดินหน้าขยายกำลังการผลิต 35% รองรับออเดอร์ลูกค้า ตามแผนและกลยุทธ์ Growth Strategy เตรียมผงาดเบอร์หนึ่งผู้ผลิตและจำหน่ายเส้นด้ายยางยืดระดับโลก ขณะที่ FA มือทองจาก บล.เคทีบีเอสที มั่นใจ WFX จะเป็นหุ้น Growth Stock และ Dividend Stock ที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนในระยะยาว  ชูจุดแข็งฐานะทางการเงินแกร่ง-ความสามารถการทำกำไรสูง-อนาคตสดใสจากแผนเพิ่มกำลังการผลิต  หนุนธุรกิจโตติดปีก

บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) (WFX) ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในหมวดแฟชั่น เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2564 เป็นวันแรก ปรากฏว่า  ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วไปและสถาบันอย่างดีเยี่ยม โดยเปิดซื้อขายที่ 9.35 บาท เพิ่มขึ้น 2.15บาท หรือ 29.86 % เปรียบเทียบจากราคาไอพีโอที่ 7.20 บาท/หุ้น

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

นายชวลิต  ติยาเดชาชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร "เวิลด์เฟล็กซ์ "  ระบุว่าราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นสูงและมีมูลค่าการซื้อขายคึกคักอย่างมาก  สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯในฐานะผู้นำผู้ผลิตและจำหน่ายเส้นด้ายยางยืดรายใหญ่ในโลก  รายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ตามแนวโน้มอุตสาหกรรมสิ่งทอของโลกที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

"ต้องขอขอบคุณผู้ถือหุ้นและนักลงทุนที่ให้การต้อนรับ WFX อย่างอบอุ่น ทีมงานและผู้บริหารของบริษัทฯ  พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน  โดยเตรียมนำเงินที่ได้รับจากการระดมทุนในครั้งนี้  ไปลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตเส้นด้ายยางยืดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 12,400  ตัน/ปี แบ่งเป็นเฟส 1 กำลังการผลิตติดตั้งรวมประมาณ  6,200 ตัน/ปี คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ในเดือนกรกฎาคม 2565  และเฟส 2 กำลังการผลิตติดตั้งรวมประมาณ 6,200 ตัน/ปี  คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมกราคม 2566”

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WFX กล่าวว่า มั่นใจว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 1-3 ปี  ข้างหน้าของบริษัทฯจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง  ตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสิ่งทอในตลาดโลก โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่ง MARKETLINE คาดการณ์มูลค่าตลาดสิ่งทอในประเทศจีนสำหรับปี  2563-2568 ฟื้นตัวและมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 8.70% ต่อปี  ซึ่งตลาดจีนคิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 75% ของบริษัทฯ ทั้งนี้  จากแผนเพิ่มกำลังการผลิต 12,400 ตัน/ปี หรือเพิ่มขึ้น 35%  จากปัจจุบันกำลังการผลิตอยู่ที่  35,000 ตัน/ปี จะช่วยผลักดันรายได้และกำไรในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า  เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

นายณัฐ วงศาสุทธิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) (WFX) กล่าวว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการขยายตลาดใหม่ๆในต่างประเทศ เพิ่มศักยภาพในการเติบโตให้กับ บริษัทฯ จากการขยายกำลังการผลิต  และจากจุดแข็งที่เหนือกว่าคู่แข่งในทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงวัตถุดิบ  เพราะโรงงานผลิตของบริษัทฯอยู่ในประเทศไทย  ซึ่งไทยเป็นผู้ผลิตยางขึ้นอันดับ 1 ของโลก  ที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเส้นด้ายยางยืด และการที่มีบริษัท  ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป  จำกัด (มหาชน) (TRUBB) ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำยางข้นในไทย เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ ช่วยให้เข้าถึงวัตถุดิบที่มีคุณภาพในปริมาณที่ต้องการ

นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตที่ลดลงจาก จาก Economies of Scale และการบริหารงานภายใต้กลยุทธ์ (Growth Strategy) ในการเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ทั่วโลก ทำให้มั่นใจว่า WFX พร้อมก้าวสู่การเป็นเบอร์หนึ่งผู้ผลิตเส้นด้ายยางยืดระดับโลกภายใน 3 ปี ตามแผนงานที่วางไว้

“ในช่วงที่ผ่านมา WFX ได้ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มลูกค้ารายใหม่ๆโดยเฉพาะประเทศในทวีปยุโรป  เช่น ประเทศเยอรมนี อิตาลีโปแลนด์ เป็นต้น และทวีปอเมริกาใต้ เช่น บราซิล  โคลอมเบีย อาร์เจนตินา  เพื่อเพิ่มแหล่งที่มาของรายได้และกระจายความเสี่ยงธุรกิจ  ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดีเยี่ยม  เนื่องจากเราให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ  กระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย การตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพของสินค้า  ส่งมอบสินค้าตรงเวลา และมีบริการที่น่าประทับใจ  เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ภายใต้แนวคิด "A Manufacturer of High  Quality Natural Rubber Thread" ส่งผลให้ยอดขายและรายได้ในช่วงที่ผ่านมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ”

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

นายรัฐชัย  ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ฝ่ายวาณิชธนกิจ-ด้านตลาดทุน  บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน  และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป  (IPO) ของบริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) (WFX) กล่าวว่า การเข้าเทรดในวันแรกของ WFX ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม  เนื่องจากนักลงทุนมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯที่มีความแข็งแกร่ง  ซึ่งเห็นได้ชัดจากสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 1.12 เท่า และหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯจะลดลงเหลือประมาณ 0.35 เท่า

โดยเงินที่ได้จากการเสนอขายไอพีโอในครั้งนี้  ส่วนใหญ่บริษัทฯนำไปใช้สำหรับการขยายโรงงาน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต  รองรับคำสั่งซื้อสินค้าของลูกค้าที่มีเข้ามาเป็นจำนวนมาก  เพื่อรองรับการเติบโตในช่วง  1-3 ปีข้างหน้า เพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไร  สนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต

"เชื่อว่า WFX จะเป็นหุ้นที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ลงทุนในอนาคต เนื่องจากมีแนวโน้มการเติบโตสูง มีคุณสมบัติเป็นหุ้น Growth Stock และ Dividend Stock ที่มีอัตราการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ จากความสามารถทำกำไรที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด”

ทั้งนี้ เห็นได้จากผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 มีการเติบโตที่โดดเด่นมาก โดยมีรายได้รวม 2,590  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 874 ล้านบาท หรือ 51% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 1,715  ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129 ล้านบาท หรือ 218%  เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 59 ล้านบาท  สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์  โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 15.96% และกำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 7.27%

อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิก
https://qrgo.page.link/US6SAAPP ทันหุ้น IOS คลิก https://qrgo.page.link/QJKT7LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNATELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_newsTwitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1