ภูมิภาค

ล่า "ตุ๊ต๊ะ" เปิดปากสางคดี

ข่าวช่อง8
เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2566 เวลา 16.39 น. • RS PCL
เด็ก 13 ฆ่าอริส่อพลิก ช่อง 8 เจอหลักฐานไม่ได้ขับชน เหยื่อแฉ “ตุ๊ต๊ะ” แต่ญาติป้องคนดี

กรณีกลุ่มวัยรุ่นถูกคู่อริขับรถกระบะไล่ชนรถจักรยานยนต์จนล้มและยังถือมีดมาไล่ฟันซ้ำ จนมีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 พ.ค. ช่วง 23.30 น. บริเวณถนนบ้านหนองเหล็กตาช้าง ต.เมืองลีง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์

ผู้เสียชีวิต คือ ด.ช.ณัฐวุฒิ หรือเล็ก อายุ 14 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สภาพศพมีบาดแผลที่ข้อเท้าด้านขวา, ขาข้างขวาหักกระดูกโผล่ออกมาข้างนอกเนื้อ, เลือดออกที่ช่องท้อง ปอดฉีก และสมองบวม

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ส่วนคนบาดเจ็บ คือ นายอนุชา หรือหงา อายุ 16 ปี สมองบวม, ตาซ้ายบอด, ตาขวามองเห็นลางๆ, ไหล่หัก, แขนทั้งสองข้างหัก และกระดูกใบหน้าแตก
ด.ช.ก้องหล้า หรือหรั่ง อายุ 14 ปี มีบาดแผลที่ขาซ้าย, นิ้วขาซ้ายหัก 2 นิ้ว, ปอดรั่ว, ไตแตก, และม้ามฉีก

โดยรถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้บาดเจ็บ 2 คัน ที่ขี่ซ้อนกันไป 5 คน มีรถฮอนด้าเวฟสีแดงดำ สภาพหน้ารถจักยานยนต์พังยับ ส่วนอีกคันเป็นฮอนด้าเวฟไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งมีร่องรอยการเฉี่ยวชนและรอยเปื้อนดิน ตำรวจอายัดไว้ที่ สภ.เมืองลีง

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ขณะที่รถกระบะคันที่ก่อเหตุทางตำรวจตามยึดได้แล้ว เป็นรถกระบะตอนเดียว บริเวณไฟหน้ารถด้านซ้ายแตก และมีร่องรอยชนโดยมีสีรถ จยย. สีแดงของกลุ่มคนบาดเจ็บติดอยู่

ตอนแรกตำรวจบอกว่า เด็กชายเมธ อายุ 13 ปี น่าจะเป็นคนขับรถกระบะไล่ชน แต่ปรากฏว่า เมธ ขับรถไม่เป็น

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ความคืบหน้าเรื่องนี้ ทีมข่าวได้ภาพวงจรปิดนาทีที่รถกระบะคนก่อเหตุขับผ่านบริเวณกลางถนนหมู่บ้านขาม เพื่อขับไล่ล่ารถจักรยานยนต์ของกลุ่มคนบาดเจ็บ จากภาพชายที่นั่งท้ายรถกระบะคือ เด็กชายเมธ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกตำรวจจับกุมตัวและรับสารภาพว่าเป็นคนขับรถกระบะก่อเหตุ แต่ในภาพเห็นไม่ชัดว่าใครคือคนขับรถ ทีมข่าวได้สอบถามกับหนึ่งในกลุ่มผู้บาดเจ็บ ยืนยันว่าคนที่นั่งในรถกระบะมีคนเดียว คือ นายตุ๊ต๊ะ เป็นคนขับ ส่วนเด็กชายเมธ นั่งท้ายรถกระบะ

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้หลักฐานใหม่จากชาวบ้านขาม เป็นคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดเหตุตามภาพวงจรปิด คลิปตัวที่หนึ่งจะเห็นว่ามีรถมอเตอร์ไซต์หนึ่งคันสตาร์ทเครื่องอยู่ในหมู่บ้านขาม โดยชาวบ้านยืนยันว่าเป็นคันของกลุ่มคนบาดเจ็บ

และอีกคลิปจะเห็นว่ามีวัยรุ่นชายถือมีดยาวลากกับพื้นกลางถนนหมู่บ้านขาม โดยชาวบ้านยืนยันว่าเป็นหนึ่งในวัยรุ่นของกลุ่มคนบาดเจ็บ มาหาเรื่องอริในหมู่บ้านและก่อกวนชาวบ้านที่กำลังหลับนอน

ต่อมา ทีมข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของญาตินายตุ๊ต๊ะ ผู้ต้องสงสัยในคดี พบกับนางอ็อด ป้าของตุ๊ต๊ะ เปิดเผยว่า ส่วนตัวไม่เชื่อตามคำกล่าวหาของกลุ่มคนบาดเจ็บที่อ้างว่าหลานชายคือนายตุ๊ต๊ะ เป็นคนขับรถกระบะพุ่งชนกลุ่มคนบาดเจ็บ และเรียกพวกใช้มีดฟันซ้ำ ยืนยันว่าหลานตนไม่ใช่คนเกเร อยู่กับบ้าน กระท่อมปลายนา และไปตกปลาเท่านั้น ไม่เคยเป็นอันธพาลที่ไหน

ส่วนเด็กชายเมธ อายุ 13 ปี เป็นรุ่นน้องของหลานชายตน และเคยมาที่บ้านพักแห่งนี้ ซึ่งนายเมธเคยร้องขอให้หลานชายของตนฝึกขับรถกระบะให้ ส่วนตัวเชื่อว่า นายเมธขับรถกระบะเป็น แต่ตนยังไม่ขอชี้ชัดว่ารถกระบะคันที่เกิดเหตุเป็นของหลานชายตนหรือไม่ ต้องรอเจ้าตัวมายืนยัน

โดยก่อนเกิดเหตุช่วง 18.00 น. ของวันที่ 2 มิถุนายน นายตุ๊ต๊ะมากินข้าวเย็นที่บ้านของตนก่อนจะออกจากบ้านพักไปช่วงประมาณ 22.00 น. ตอนที่หลานชายออกไปอ้างว่าจะไปนอนที่กระท่อมปลายนา จึงเชื่อว่าไม่ได้ร่วมก่อเหตุดังกล่าว

ขณะที่ นายหรั่ง อายุ 14 ปี คนบาดเจ็บ ชี้แจงว่า ในส่วนที่ชาวบ้านขามกล่าวหาว่าตนและเพื่อนไปโยนลูกระเบิดปิงปองและก่อกวนในหมู่บ้านก่อน ยืนยันว่า วันเกิดเหตุตนกับเพื่อนรวม 5 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันผ่านหมู่บ้านขาม เพื่อเดินทางไปบ้านทวารไพร ไปเอาเสื้อกับแฟนสาวของเพื่อนในกลุ่มเท่านั้น ส่วนที่จะมีเพื่อนอีกกลุ่มโยนลูกระเบิดปิงปองกลางถนนหมู่บ้านหรือไม่ตน ไม่ขอยืนยัน เพราะตนไม่เห็นเหตุการณ์ เนื่องจากตอนนั้นตนใส่หมวกกันน็อก และไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

ตอนเกิดเหตุ ระหว่างที่ขี่รถผ่านบ้านขาม มีวัยรุ่นที่เห็นกลุ่มของตน ได้ออกมายืนหน้าบ้านและยิงปืนขู่ 1 นัด นาทีนั้นตนไม่มั่นใจว่าเป็นเสียงปืนที่ยิงขู่ หรือเป็นเสียงปืนที่ส่งสัญญาณเรียกวัยรุ่นอริคนอื่น ต่อมาไม่นานก็มีรถกระบะคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็ว คนขับคาดว่าคือนายตุ๊ต๊ะ ส่วนเด็กชายเมธ นั่งท้ายรถกระบะ

แล้วรถกระบะก็ขับพุ่งเข้าชนรถจักรยานยนต์ของตนและเพื่อน ทำให้รถล้มและทุกคนกระเด็นกระดอน ไม่กี่นาทีต่อมา มีวัยรุ่นชายขี่รถจักรยานยนต์มา แล้วจอดรถก่อนใช้มีดยาวฟันซ้ำคนที่รอดชีวิต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยากให้ตำรวจตามจับตัวทุกคนที่ก่อเหตุได้และเอาเข้าคุก เพราะหวั่นว่าคนรอดชีวิตจะไม่ปลอดภัย กลัวอีกฝ่ายมาเอาคืน

ส่วนการดำเนินคดี ตำรวจสภ.เมืองลีง เปิดเผยว่า ยังคงอยู่ระหว่างหาหลักฐานเพิ่มเติมและขยายผล โดยจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา

ดูข่าวต้นฉบับ