*บุกพิสูจน์ ‘หมูปลาร้า’ แม่ค้าขอโทษทำเข้าใจผิด ปัดไม่ได้ปลดหนี้ 4 ล้าน ใน 7 เดือน *
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 4 ต.ค. ที่ริมชายหาดบางแสน ต.แสนสุข อ.แสนสุข จ.ชลบุรี ข่าวสดออนไลน์ได้พบกับ น.ส.เบญจา สุขบัณฑิต หรือ อาย เจ้าของกิจการ หมูปลาร้าผับ บางแสน หมูย่างน้ำจิ้มปลาร้าสูตรเด็ด อดีตสาวพนักงานโรงงาน ที่เปลี่ยนอาชีพมาขายหมูปิ้ง จนทำให้สามารถช่วยครอบครัวปลดหนี้เกือบ 4 ล้านบาท จนเกือบหมดในเวลา 7 เดือน ได้ออกมาเปิดใจกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีดังกล่าว
คุณอาย เปิดเผยว่า เดิมทีตนทำงานเป็นพนักงานประจำอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่ง แต่ก็คิดอยากจะมีกิจการเป็นของตัวเอง ประกอบกับความชอบด้านการทำอาหารและที่บ้านขายปลาร้าอยู่แล้ว เลยมาปรึกษากับแฟนว่า อยากจะขายหมูปิ้ง เพราะเป็นอาหารที่ทำไม่ยากและกินง่าย เป็นอะไรที่ลูกค้าสามารถทานได้บ่อยๆ จึงเริ่มหาสูตรจากกูเกิลมาลองทำดู แต่รสชาติก็ยังไม่ลงตัวเท่าไหร่จึงพยายามปรับสูตรลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ จนได้สูตรหมูย่างน้ำจิ้มปลาร้าสูตรเด็ดที่ขายอยู่ปัจจุบัน
คุณอาย เปิดเผยต่อว่า ในช่วงเปิดร้านแรกๆ ตนยอมรับว่าก็มีท้อบ้าง บางครั้งก็เหนื่อยจนถึงขั้นไม่อยากจะทำต่อ เพราะการค้าขายมันมีขั้นตอนจุกจิกค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่จ่ายตลาด เตรียมของ ขายของ เก็บร้าน ซึ่งแน่นอนว่าก็มีทั้งวันที่ได้กำไรและขาดทุน แต่เมื่อเริ่มลงมือทำแล้ว ตนก็อยากจะตั้งใจให้ถึงที่สุด ก็เลยพยายามปรับปรุงรสชาติของหมูปิ้งให้ถูกปากลูกค้ามากที่สุด และคิดเมนูใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เช่น หมูย่าง ไส้ย่าง คอหมูย่าง ปีกไก่ย่าง และเนื้อย่าง เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างหลากหลาย
นอกจากนี้ยังมีการครีเอตเมนูจัดเป็นเซ็ตให้ดูน่าทาน ทำให้ลูกค้าแห่มาเซลฟี่คู่กับอาหารและเช็กอินจนร้านของตนเริ่มมีชื่อเสียงกระทั่งเพจอาหารชื่อดังเข้ามารีวิว ยิ่งทำให้ร้านของตนได้รับความสนใจจากลูกค้ามากขึ้น
ส่วนประเด็นเรื่องการปลดหนี้กว่า 4 ล้านบาทนั้น คุณอาย เปิดเผยว่า ส่วนเรื่องที่สามารถปลดหนี้ 4 ล้านได้ในระยะเวลา 7 เดือนที่กำลังเป็นกระแสสังคมขณะนี้ ตนอยากขอชี้แจงว่า หนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ของครอบครัว ที่ตนอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระเท่านั้น แต่เงินที่ใช้ปลดหนี้ไม่ได้เป็นเงินมาจากการขายหมูปิ้งทั้งหมด แต่เป็นเงินที่ได้มาจากการที่คุณแม่ขายบ้านอีก 2 ล้านกว่าบาทด้วย แล้วระยะเวลาที่ขายหมูปิ้งมาทั้งหมดก็ 10 เดือนไม่ใช่ 7 เดือนอย่างที่เป็นข่าว
นอกจากนี้หมูปิ้งเป็นเพียงแค่หนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่ขายในราคาไม้ละ 15 บาท แต่เงินที่ได้ต่อวันก็มาจากการขายอาหารประเภทอื่นๆ ที่มีราคาสูงกว่าด้วย ซึ่งในแต่ละวันตนก็จะต้องนำไปใช้จ่ายสำหรับต้นทุนซื้อสินค้าในวันถัดไป และเป็นค่าจ้างกับเบี้ยเลี้ยงสำหรับลูกจ้างในร้านด้วย แต่วันที่ขายได้มากที่สุดเป็นเงินเกือบ 40,000 บาทก็คือวันที่มีงานรับปริญญาของม.บูรพาที่มีทั้งนักท่องเที่ยวและครอบครัวของบัณฑิตหลั่งไหลมาซื้ออาหารรับประทานเป็นจำนวนมาก
“ส่วนเรื่องเฟรนไชส์จริงๆ แล้วมีคนติดต่อมาตั้งแต่เดือนแรกๆ ที่ขายก่อนหน้าจะเป็นข่าวและยิ่งมีคนสนใจอยากซื้อเฟรนไชส์มากขึ้นหลังจากเป็นข่าว แต่อายมองว่าอยากให้มีความพร้อมด้านการจัดการมากกว่านี้เสียก่อน ถ้าคิดจะเปิดเฟรนไชส์จริงๆ ก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต”คุณอายกล่าว
คุณอายเปิดเผบอีกว่า ส่วนกระแสคอมเมนต์บนโลกโซเชียลตนอยากให้ลูกค้าโฟกัสที่อาหารและรสชาติมากกว่าเรื่องหนี้สิน ที่เป็นเรื่องส่วนตัวของครอบครัว และอยากจะขอโทษที่อาจจะให้ข้อมูลไม่ละเอียดพอจนทำให้เกิดความเข้าใจผิดตอนที่ไปออกรายการหนึ่ง แต่ก็ขอบคุณลูกค้าทุกคนที่คอยอุดหนุนจนทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ จนสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวและจุนเจือครอบครัวให้ดีกว่าเก่าได้
สุดท้ายนี้อยากฝากถึงเด็กรุ่นใหม่ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองว่า “ความสำเร็จอยู่ที่ลงมือทำ อย่ายอมแพ้แม้ว่าคุณจะล้มกี่ครั้ง ขอให้สู้ต่อไป”