สำนักข่าว CNBC รายงานเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 ว่า Wise บริษัทเทคโนโลยีทางการเงินของอังกฤษได้เปิดตัวฟีเจอร์การลงทุนที่อนุญาตให้ผู้ใช้ลงทุนในหุ้นผ่านหลายสกุลเงินและใช้จ่ายในการถือครองได้
โดยคุณลักษณะใหม่นี้เรียกว่า Assets ช่วยให้ลูกค้าสามารถลงทุนในกองทุน iShares World Equity Index Fund ของ BlackRock ซึ่งติดตามบริษัทมหาชนรายใหญ่ที่สุดของโลกจำนวน 1,557 แห่ง การถือครองของกองทุนรวม Apple , Amazon และ Alphabet
ซึ่งผู้ใช้จะสามารถใช้จ่ายเงินได้ถึง 97% ของเงินที่ลงทุนในบัญชีของพวกเขาทันทีด้วยบัตรเดบิต Wise หรือส่งเงินไปต่างประเทศ แนวคิดคือให้ลูกค้าสามารถถือเงินไว้ในหุ้นได้ แต่ยังคงใช้และส่งเงินแบบเรียลไทม์
Kristo Käärmann ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งของ Wise กล่าวว่า การถือเงินในสกุลเงินต่างๆ อาจเป็นเรื่องยากที่จะจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
Wise กล่าวว่าจะระงับ 3% ของเงินสดที่ลงทุนของผู้ใช้ไว้เป็น ”buffer” ในกรณีที่ตลาดผันผวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ยอดคงเหลือของลูกค้าลงไปในแดนลบ บริษัทกำลังเปิดตัวสินทรัพย์สำหรับลูกค้าส่วนบุคคลและลูกค้าธุรกิจในสหราชอาณาจักร แต่มีแผนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในยุโรปในภายหลัง
ทั้งนี้เดิมชื่อ TransferWise เริ่มต้นในฐานะแพลตฟอร์มที่เสนอการแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่ถูกกว่า นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ได้ขยายผลิตภัณฑ์เพื่อรวมบัญชีหลายสกุลเงินที่เชื่อมโยงกับบัตรเดบิต ตอนนี้ Wise กำลังเปิดตัวบัญชีการลงทุนหลังจากได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลของสหราชอาณาจักรเมื่อปีที่แล้ว โดยขณะนี้ลูกค้ามียอดคงเหลือรวม 4.3 พันล้านปอนด์ หรือ 5.9 พันล้านดอลลาร์ ทั่วโลก
โดยฟีเจอร์การลงทุนของ Wise นั้นแตกต่างจากแพลตฟอร์มฟินเทคอื่นๆ เช่น Robinhood และ Revolut ซึ่งให้ผู้ใช้ซื้อขายหุ้นต่างๆ ได้หลากหลาย โดยมักจะไม่ต้องเสียค่าคอมมิชชั่น
สำหรับ Assets ผู้ใช้ Wise จะได้รับหุ้นหลายร้อยตัวและสามารถใช้การถือครองเพื่อชำระค่าสินค้าหรือส่งเงินไปต่างประเทศในสกุลเงินต่างๆ โดย Wise จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมบริการ 0.55% ต่อปี และค่าธรรมเนียมกองทุน 0.15% จากมูลค่าทรัพย์สินของผู้ใช้ ซึ่งจะถูกเรียกเก็บเป็นรายเดือนที่ค้างชำระ
การเปิดตัวสินทรัพย์เกิดขึ้นหลังจากนักลงทุนรายย่อยที่เข้าร่วมในตลาดหุ้นพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคค้นหาวิธีอื่นในการรับผลตอบแทนจากการออม
นับเป็นการอัพเดตผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่ Wise เผยแพร่สู่สาธารณะในลอนดอนเมื่อต้นปีนี้ แทนที่จะระดมเงินในการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไป พนักงานและนักลงทุนของบริษัทขายหุ้นของตนโดยตรงต่อสาธารณชน
การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับสหราชอาณาจักร ซึ่งรัฐบาลกำลังต้องการปฏิรูประบบการจดทะเบียนในลอนดอนเพื่อให้บริษัทด้านเทคโนโลยีน่าสนใจยิ่งขึ้นหลังจาก Brexit