ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Rebalancing Portfolio ทำตอนไหนดี และทำไมต้องทำ?

Finnomena
อัพเดต 10 ส.ค. 2561 เวลา 04.24 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2561 เวลา 05.14 น. • WealthGuru
Rebalancing Portfolio ทำตอนไหนดี และทำไมต้องทำ?

หลายวันที่ผ่านมา ผมเจอคำถามว่า

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

“พี่ค่ะ ช่วยอธิบาย Re-balancing Portfolio อย่างง่ายให้ฟังหน่อย และ ควรทำตอนไหนบ้าง"

ผมเองก็ตอบแบบง่ายไปว่า  

มันคือ ใช้วิธีการที่เรียกว่า “ซื้อของถูกเข้า ขายของแพงออก” จุดประสงค์ไม่ใช่เพราะผลตอบแทนดีที่สุด แต่เป็นเพราะ ต้องการให้ความเสี่ยงของ Portfolio กลับมาสู่ระดับเดิมที่วางแผนไว้

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ก่อนการทำ Re-balancing portfolio เราจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนการลงทุน หรือ การทำ Asset Allocation ซึ่งการทำ Asset Allocation ก็อาจจะมาจาก ระยะเวลาของเป้าหมาย หรือ ความเสี่ยงที่รับได้

ในบทความนี้จะไม่ขอลงรายละเอียด ผมจะขอยกตัวอย่างตามรูป เป็นการจำลองสถานการณ์

Rebalancing Portfolio ทำตอนไหนดี และทำไมต้องทำ?
โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ปี 2014

สมมติให้ พอร์ตมีเงินอยู่ 100,000 บาท ตอนต้นปีที่ 2014 จัดพอร์ตแบบ 70% ลงทุนในหุ้น และ 30% ลงทุนในตราสารหนี้ สมมติให้ลงทุนใน SET Index

ปี 2015

SET Index ให้ผลตอบแทน 29% (คิดคร่าวๆ) และ ตราสารหนี้ให้ผลตอบแทน 2% (สมมติ) พอร์ตจะมีเงินอยู่ 121,000 โดยมีสัดส่วน หุ้น 75% และตราสารหนี้ 25% จึงทำการ Re-balancing Portfolio คือ การขายหุ้นส่วนเกิน 5% แล้วไปซื้อ ตราสารหนี้ อีก 5% สัดส่วนจะกลับมาเหมือนเดิม คือ หุ้น 70% และ ตราสารหนี้ 30%

ปี 2016

SET Index ให้ผลตอบแทน -23% (คิดคร่าวๆ) และ ตราสารหนี้ให้ผลตอบแทน 2% (สมมติ) พอร์ตจะมีเงินอยู่ 102,259 โดยมีสัดส่วน หุ้น 64% และตราสารหนี้ 36% จึงทำการ Re-balancing Portfolio คือ การขายตราสารหนี้ส่วนเกิน 6% และ ซื้อ หุ้นส่วนขาด 6% สัดส่วนจะกลับมาเหมือนเดิม คือ หุ้น 70% และ ตราสารหนี้ 30%

การปรับ Re-balancing Portfolio จะช่วยให้พอร์ตของเรามีความเสี่ยงอยู่ระดับเดิม

Rebalancing Portfolio ทำตอนไหนดี และทำไมต้องทำ?

ข้อมูลจาก  TFPA Bulletin ฉบับที่ 2 ปี 2556 เป็นข้อมูล จาก บ. Morning Star ที่ทำการวิจัยการลงทุนย้อนหลัง ปี 2546-2555

จากรอบสีเขียว จะเห็นได้ว่า ถ้าไม่ ทำ rebalancing portfolio การลงทุน ปี 2546 – 2555 จะได้ผลตอบแทน 13.53% และความเสี่ยงอยู่ที่ 15.38% โดยปีที่ติดลบสูงสุดจะติดลบ -30.12% ขณะที่ ถ้าทำ rebalancing portfolio ทุกปี จะได้ผลตอบแทน 12.44%  และความเสี่ยงอยู่ที่ 11.48% โดยปีที่ติดลบสูงสุดจะติดลบ -18.66%

ดังนั้นจุดมุ่งหมายของ การทำ Re-balancing Portfolio  คือ จัดการเรื่องความเสี่ยง ให้กลับมาสู่ระดับเดิมที่วางแผนไว้

ควรทำ Rebalancing ตอนไหน?

1. กำหนดเป็นระยะเวลา เช่น 1 ปี ให้ทำการ rebalancing หนึ่งครั้ง

2. กำหนดเป็น  Threshold ของสัดส่วนของ Assets Allocation เช่น  จะปรับเมื่อ >= -+10% เดิมจัดสัดส่วนการลงทุน ยกตัวอย่าง สัดส่วนการลงทุนเดิมเป็น หุ้น 70% ตราสารหนี้ 30% ในสภาวะตลาดกระทิง ทำให้สัดส่วนการลงทุนเป็น หุ้น 80% ตราสารหนี้ 20% ก็ให้ rebalancing

Rebalancing portfolio ไม่ยากอย่างที่คิด ขอให้ลงทุนอย่างมีความสุข

-WealthGuru-

ดูข่าวต้นฉบับ