เรื่องสั้น

ลิขิตอลเวง

นิยาย Dek-D
อัพเดต 11 พ.ย. 2566 เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2566 เวลา 07.18 น. • สาริกา
เมื่อการไปกริ๊ดพระเอกซีรีย์ในดวงใจทำให้เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เธอฟื้นขึ้นมาในร่างสาวสวยที่มีใบหน้าเหมือนเธอราวกับแกะ แต่ความแฟนตาซียังไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะเธอย้อนอดีตมาในยุคจีนโบราณ!!

ข้อมูลเบื้องต้น

ลดา สาวสวยวัย 21 ปีที่ดำเนินชีวิตตามแบบแผนสังคมทั่วไป เธอจบการศึกษาระดับปริญญาตรีในภาควิชาจีนธุรกิจ และกำลังรอสอบสัมภาษณ์เข้าทำงานกับบริษัทที่เธอสนใจเพื่อเริ่มต้นชีวิตในวัยผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว แต่แล้วโชคชะตาก็นำพาชีวิตเธอให้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เมื่อมันได้พาเธอย้อนกลับไปตื่นอีกยุคที่เธอไม่รู้จัก และพบเจอเหตุการณ์ต่างๆมากมาย ทั้งโหด มันส์ ฮา เธอจึงต้องงัดทั้งความรู้ ความกล้า และทักษะที่มีติดตัวออกมาใช้เพื่อผ่านสถานการณ์ต่างๆไปให้จงได้

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

************************************************************************************************

สวัสดีค่ะนักอ่านทุกท่าน ขออนุญาติแจ้งเพื่อเป็นแนวทางสำหรับทุกท่านค่ะ นิยายเรื่องนี้ แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น มีการนำเรื่องราวหลากหลายมาร้อยเรียงเพื่อเป็นเหตุการณ์ต่างๆให้ตัวละครได้ประสบพบเจอ

ทั้งตัวละคร เหตุการณ์ สถานที่ เป็นเพียงเรื่องสมมุติขึ้นมาเพื่อให้นิยายมีอรรถรส และไม่อิงประวัติศาสตร์ใดๆทั้งสิ้น ขอให้ทุกท่านอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น และหวังว่านิยายเรื่องนี้ จะเป็นสิ่งเล็กๆสิ่งหนึ่งที่ทำให้ทุกท่านได้รับความเพลิดเพลินในการเข้ามาอ่าน

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ขอความกรุณาทุกท่าน แนะนำ ติชม อย่างนุ่มนวล เพื่อเป็๋นแนวทางให้ผู้เขียนได้นำไปปรับใช้ต่อไป

…..ขอบคุณจากใจค่ะ….

บทนำ

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

จุดเริ่มต้น

ผ้าม่านหน้าต่างสีฟ้าอ่อนถูกเปิดให้กว้างออก รับแสงแดดยามเช้าให้สาดส่องเข้ามาภายในห้องเพื่อเพิ่มความสว่าง ท่อนแขนเรียวขาวทั้งสองข้างเกี่ยวกระหวัดกันยกขึ้นบิดไปมาเพื่อขับไล่ความงัวเงียตามอาการของคนที่เพิ่งตื่นนอน ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนธรรมชาติฉีกยิ้มด้วยความสดใส ก่อนร่างโปร่งบางจะก้าวลงจากเตียงนอนเพื่อเข้าห้องน้ำชำระร่างกาย วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ลดาตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะศิลปินในดวงใจจะมาร่วมงานอีเว้นต์ที่ห้างใหญ่ใจกลางเมือง เธอเช็คข่าวจากทางทวิตเตอร์ทราบว่าเขามาถึงไทยแล้วตั้งแต่เมื่อเช้าตรู่ เพื่อเข้าร่วมงานในเวลา 17:00 น. ของวันนี้

ลดา เป็นหญิงสาวอายุ 21 ปี เธอเพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรีภาคภาษาจีนธุรกิจในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และเพิ่งกลับมาพักผ่อนที่บ้านกับครอบครัวได้ประมาณหนึ่งเดือนหลังกลับจากประเทศจีน โดยเธอได้ไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยในปักกิ่ง 2 ปีสุดท้ายตามหลักสูตรของทางมหาวิทยาลัย ในช่วงเวลาพักผ่อนหลังจบการศึกษานี้ ลดาได้ฝาก Resume ไว้ในเวปไซต์หางานสำหรับคนต่างชาติ และส่งใบสมัครไปยังบริษัทในประเทศจีนที่เธอสนใจหลายแห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างรอสอบสัมภาษณ์ ด้วยฐานะทางบ้านที่ปานกลาง ชีวิตของลดาจึงเป็นไปตามแบบแผนทั่วไป ตั้งใจเรียน และหางานทำเพื่ออนาคตที่มั่นคง

สถานที่จัดงานอีเว้นต์ในวันนี้เป็นห้างใหญ่ใจกลางเมืองซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของลดาที่อยู่ในเขตปริมณฑลพอสมควร หญิงสาวจึงวางแผนเพื่อจะเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางซักเล็กน้อย ทีแรกเธอตั้งใจจะอ้อนให้พี่ชายไปส่ง แต่ทว่าพี่ชายของเธอมีนัดไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนสาวพอดีซึ่งเดินทางออกจากบ้านตั้งแต่เมื่อคืน เมื่อรู้แบบนั้น ลดา เลยไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวของพี่ชาย งานวันนี้จึงต้องขับรถไปเอง และจากที่เธอไม่ค่อยได้เข้าไปในเมืองบ่อยนักวันนี้เลยต้องเพิ่ง Google maps เพื่อพาไปหาศิลปินที่เธออยากเจอตัวจริงซักครั้งในชีวิต ลดาตื่นเต้นสุดๆที่เธอสามารถกดบัตรร่วมงานมาครอบครองได้สำเร็จ ซึ่งเธอทั้งใช้ความพยายาม และภาวนาขอให้โชคเข้าข้างเธอ จนในที่สุดโชคก็เป็นของเธอ โอกาสที่ได้ใกล้ชิดศิลปินคนโปรดที่เธอติดตามซีรีย์ของเขาทุกเรื่องมาตลอด 5 ปี ก็มาถึงจนได้ ลดาถือว่านี่เป็นความฝันที่เป็นจริงอีกครั้งของชีวิตเธอ

วันนี้ลดาหยิบชุดแซกสีชมพูอ่อนมาใส่ และสวมทับด้วยเสื้อครอปแขนยาวเพื่อให้ได้ลุคหวานเท่ห์ในคราวเดียวกัน เธอตั้งใจจะรวบผมเป็นหางม้าหลวมๆ ให้เข้ากับชุดที่ใส่วันนี้ ลดาเปิดลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อหยิบที่รัดผม พลันสายตาก็สะดุดเข้ากับของบางอย่าง นั่นคือด้ายแดงที่เธอเก็บไว้ในกล่องพลาสติกใสตั้งแต่ครั้งเมื่อเธอไปขอพรที่วัดหลงซานกับเพื่อนๆก่อนจบการศึกษานั่นเอง วันนั้นด้วยแรงยุจากเพื่อนที่เห็นลดาเป็นสาวโสดคนเดียวในกลุ่มจึงแนะนำให้เธอลองขอเนื้อคู่จากเทพเจ้าดู ซึ่งเมื่อจบพิธีแล้ว ว่ากันว่าให้นำด้ายแดงที่ทำพิธีพกติดกระเป๋าไว้ จะพบเนื้อคู่อย่างที่ตั้งใจ

เมื่อนึกถึงตอนทำพิธีลดาก็อดยิ้มขำกับตัวเองไม่ได้ เพราะเนื้อคู่ที่เธอขอ เธออยากได้คนที่มีคุณสมบัติแบบพระเอกซีรีย์ที่เธอชอบ ทั้งเก่ง ฉลาด สุขุม ใจดี พึ่งพาได้ และถ้าให้ดีขอรูปร่างหน้าตาเหมือนพระเอกจีนในดวงใจเธอด้วย ลดานั้นไม่ได้ลบหลู่ความศักดิ์สิทธิของเทพเจ้านะ แต่เมื่อมีโอกาสขอ เธอจึงขอแบบคอมโบเซ็ท เอาแบบให้ครบเครื่องไปเลย ลดายิ้มบางๆ และหยิบกล่องที่ใส่ด้ายแดงออกมาจากลิ้นชักหย่อนลงในกระเป๋าถือที่เตรียมไว้ เธอตั้งใจจะพกด้ายแดงติดตัวไปด้วย เพราะของแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ จริงไหม…

“ไปก่อนนะคะแม่” ลดา ชะโงกหน้าไปในครัวเพื่อบอกผู้เป็นแม่ที่กำลังจัดเก็บของสดที่เพิ่งซื้อมาเข้าตู้เย็น

“ขับรถดีๆนะลูก แล้วนี่จะถึงบ้านกี่โมงกี่ยามหล่ะ”

“งานเลิกประมาณ 2 ทุ่มนะแม่ คงถึงดึกๆเลย เพราะวันนี้รถน่าจะเยอะมาก”

“แล้วเราก็ไม่ค่อยชำนาญเส้นทางนะ แม่เป็นห่วง”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า หนูจะขับช้าๆ แล้วนี่พ่อจะกลับกี่โมงคะ”

“คงค่ำๆนู่นแหล่ะ แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ไปอีก”

“ลูกค้าเค้าต่อเติมบ้านเยอะเหรอแม่ เห็นพ่อทำนานเลยหลังนี้”

“ใช่ ทั้งต่อเติม ทั้งเดินไฟด้วย”

“งั้นหนูไปก่อนนะแม่ กลัวหลง” ลดาบอกพร้อมกับเข้าไปกอดเอวผู้เป็นแม่แน่นๆแล้วคลายออก ก่อนเดินกึ่งวิ่งเพื่อไปขึ้นรถคันเก่ง

บ่ายวันเสาร์กับแดดเปรี้ยงๆ ทำให้ร่างกายอ่อนล้ามากกว่าปกติ รวมถึงสายตาที่ต้องเขม่นสู้แดดตลอดเวลาด้วย ตั้งแต่เริ่มเข้าตัวเมืองลดาต้องอุทานด้วยความตกใจอยู่หลายครั้ง เพราะรถในกทม.นี่ขับแบบเซียนกันเหลือเกิน มีช่องนิดหน่อยถ้าแทรกได้ก็แทรกเต็มที่ เธอจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะในกทม.เต็มไปด้วยซอยเล็กๆมากมาย เธอใช้ Google maps นำทางก็จริง แต่เพราะต้องขับรถไปด้วย ดูแผนที่ไปด้วย แล้วยังต้องระวังรถข้างๆอีก ทำให้ลดาขับเลยซอยตามที่ maps บอกหลายครั้ง และการเลยซอยทางเข้าแต่ละครั้งเธอจะต้องไปกลับรถ ซึ่งระยะทางนั้นไม่ไกล แต่สภาพรถที่ค่อนข้างหนาแน่นทำให้เสียเวลาไปมาโข เมื่อถึงทางตรงซึ่งสามารถเพิ่มความเร็วได้ เธอจึงใช้ความเร็วเพื่อชดเชยที่ต้องเสียเวลาไปกับการกลับรถอยู่หลายครั้ง

เวลาเริ่มงานที่ใกล้เข้ามา อีกทั้งหากไม่ไปถึงตามกำหนดการเธอจะเสียสิทธิในการเข้างาน ทำให้เธอยิ่งกังวล และในจังหวะที่เธอเหยียบคันเร่งเพื่อแซงรถทางซ้ายที่ขับค่อนข้างช้านั้น ทำให้เธอมองไม่เห็นรถกระบะคันหนึ่งที่โผล่ออกมาจากซ้ายมือเป็นจังหวะเดียวกับที่เธอแซงขึ้นไปพอดี ทำให้รถคันเล็กของลดา ประสานงาเข้ากับด้านหน้าของรถกระบะที่โผล่ออกมาจากข้างทางเข้าเต็มแรง เธอกดเท้าเหยียบเบรกไว้อย่างสุดกำลัง แต่มันยิ่งทำให้ล้อสะบัดและตัวรถหมุนคว้างจนเธอควบคุมมันไม่ได้ มือของลดาหลุดออกจากพวงมาลัยล่องลอยไปตามแรงเหวี่ยงของรถ เธอได้แต่ภาวนาในใจให้การหมุนคว้างนี้มันสิ้นสุดลงเสียที ลดาหูอื้อไปหมดไม่ได้ยินเสียงใดๆทั้งสิ้น จนเมื่อมีเสียงโครมอย่างแรงราวกับโลกถล่มในช่วงสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดไป และเธอไม่รับรู้เหตุการณ์ใดๆอีกเลย

***********************************

บทที่ 1

บทที่ 1

ลดารับรู้ถึงแรงเขย่าเบาๆที่แขน เธอพยายามลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นและรู้สึกแสบตาจนต้องกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสภาพ พร้อมกับความปวดร้าวที่แล่นไปทั่วกระบอกตา

“หยางเอ๋อร์ หยางเอ๋อร์ เจ้าฟื้นแล้ว”

“คุณหนู คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ”

ลดาเอียงคอมองผู้หญิงสองคนที่อยู่ข้างเตียงด้วยความงุนงง คนที่นั่งอยู่ที่ขอบเตียง และจับแขนลดาไว้เป็นผู้หญิงวัยกลางคน แต่งตัวคล้ายชุดจีนโบราณที่ลดาเคยดูในซีรีย์จีนย้อนยุค บนเส้นผมมีเครื่องประดับติดอยู่หลายชิ้น เธอมีกลิ่นกายหอมฟุ้งอย่างประหลาด ซึ่งลดาไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้ที่ไหนมาก่อน ข้างๆกันเป็นผู้หญิงวัยใกล้เคียงกัน นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น แต่งตัวคล้ายๆกันแต่เสื้อผ้าสีอ่อนกว่า และไม่ได้ติดเครื่องประดับบนผม เธอละสายตาจากผู้หญิงสองคนตรงหน้า และกวาดตามองไปรอบๆห้อง สภาพห้องที่เธอเห็นไม่ใช่โรงพยาบาล และไม่ใช่ห้องนอนที่เธอคุ้นชิน แต่เป็นห้องไม่เล็กไม่ใหญ่ ที่ประตู หน้าต่าง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นทำด้วยไม้ทั้งหมด และยังมีลวดลายที่ลดาไม่เคยเห็นมาก่อน

“ที่นี่ที่ไหน แค่ก แค่ก” ลดาถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา จากนั้นก็รู้สึกแสบคอขึ้นมาอย่างรุนแรง

“ดื่มน้ำก่อนหยางเอ๋อร์ ค่อยๆนะ” ผู้หญิงวัยกลางคนหน้าตาสะสวยช้อนศีรษะลดาให้ลูกขึ้นเพื่อดื่มน้ำจากถ้วยชาเล็กๆ

“เป็นอย่างไรบ้างลูกแม่ ดีขึ้นไหม”

“ลูก…” ลดาทวนคำอย่างงงงัน

“พ่อกับแม่เป็นห่วงเจ้าแทบแย่รู้ไหม เจ้าสลบไปสามวันสามคืนเลยนะ” ดวงหน้าสวยมีสีหน้าเป็นกังวลและเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอ ก่อนจะดึงลดาเข้าไปกอดไว้ ลดาได้แต่กระพริบตาอย่างงุนงง ความอบอุ่นจากคนแปลกหน้า และกลิ่นหอมๆที่ไม่คุ้นเคยนี้คืออะไรกันแน่นะ

“หนู หนูเป็นอะไรไปเหรอคะ” ลดาถามเสียงแผ่วเบา ร่างบางที่สวมกอดลดาอยู่ดันตัวเธอออกเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างแปลกใจ

“หยางเอ๋อร์ เจ้าจำอะไรไม่ได้เลยรึ”

ลดาส่ายหน้าช้าๆ เพื่อแทนคำตอบ

“โธ่เอ๊ย คุณหนู” ผู้หญิงที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นข้างเตียงพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย และดึงมือลดาไปจับไว้

“เจ้าตกน้ำตอนแอบตามพ่อเจ้าไปล่าสัตว์ ดีที่อาเป่ากับพ่อเจ้าได้ยินเสียงร้อง เลยลงไปช่วยเจ้าไว้ได้ทัน แต่เจ้าสลบไปสามวันเชียว พ่อเจ้าตามซินแสมาดูอาการหลายคน ก็บอกเหมือนกันหมดว่าให้รอๆ จนแม่คิดว่าเจ้าจะไม่กลับมาแล้ว” เธอบอกพร้อมกับจับไปตามร่างกายลดาอย่างสำรวจอาการ

“ที่นี่ คือบ้านเราเหรอคะ”

“ใช่แล้ว หยางเอ๋อร์ นี่เจ้าเป็นอะไรไป”

“ฮูหยินคุณหนูเพิ่งฟื้นหลังจากสลบไปหลายวัน อาจจะหลงๆลืมๆไปบ้าง ให้เวลาคุณหนูหน่อยนะเจ้าคะ”

“เอ่อ.. หนู.. ขอนอนพักซักครู่ได้ไหม หนูยังปวดหัวอยู่” ลดาต้องการเวลาเพื่อเรียบเรียงเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นนี้

“เอาเถอะ งั้นเจ้านอนพักก่อนนะ บ่ายๆแม่จะให้คนมาปลุก” เธอบอกพร้อมกับประคองหลังลดาให้นอนลงและห่มผ้าให้ ก่อนจะหันไปพยักหน้ากับผู้หญิงอีกคน เพื่อให้ลุกเดินตามออกไป

ลดานอนคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ที่คล้ายเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้ เธอขับรถออกจากบ้านเพื่อไปร่วมงานอีเว้นต์ของศิลปินคนโปรด แต่ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุ รถของเธอชนเข้ากับรถที่โผล่มาจากข้างทางอย่างแรงจนเธอคิดว่าต้องตายในเหตุการณ์นั้นแล้ว แต่จู่ๆกลับมาโผล่อยู่ที่ไหนไม่รู้ ผู้หญิงสองคนนั้นมีกลิ่นกายที่หอมประหลาด แต่งตัวเหมือนผู้หญิงจีนโบราณที่ลดาเคยเห็นในซีรีย์ รวมถึงชุดที่เธอใส่อยู่ตอนนี้ก็เป็นเหมือนชุดคลุมสีขาวทั้งชุด ซึ่งลดาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตประจำวัน สภาพห้องและของตกแต่งแปลกๆนี่อีก

“ห๊ะ!! หรือว่า” ลดาผุดลุกจากที่นอนเมื่อมีความคิดหนึ่งแล่นวาบเข้ามาในหัว

“เรา… เราย้อนอดีตมาโผล่อีกยุคนึง”

*******************************************************

บทที่ 2

บทที่ 2

“คุณหนู คุณหนูออกมาทำไมเจ้าคะ” ผู้หญิงที่เธอเห็นในห้องพร้อมกับอีกคนที่เรียกตัวเองว่าแม่ รีบวางถาดผลไม้ที่โต๊ะเล็กกลางศาลา และวิ่งมาจับแขนลดาไว้

“เอ่อ แค่เพลียๆ เลยอยากออกมาเดินเล่น” ลดาบอกตะกุกตะกัก เพราะเธอเข้าใจว่าสรรพนามที่เธอใช้ปกติอาจจะคนละอย่างกับที่นี่ และไม่อยากให้คนพวกนี้มีความกังวลจนต้องตามหมอมาให้วุ่นวาย เพราะตอนนี้ลดาค่อนข้างมั่นใจว่าเกิดเรื่องมหัศจรรย์อย่างใหญ่หลวงกับชีวิตเธอ ไม่ใช่แค่เธอย้อนมาโผล่ในอดีต แต่ดูจากสภาพแล้วยังเป็นอดีตของประเทศจีนอีกด้วย

“คุณหนู คุณหนูดีขึ้นแล้วหรือขอรับ” ผู้ชายผิวดำแดงรูปร่างสันทัด ใส่ชุดสีออกน้ำตาลทั้งชุด มีผ้าคาดผม และเอว วิ่งตรงปรี่มาหาเธอ พร้อมกับยืนด้วยท่าทางนอบน้อม

“อาเป่า เพราะเจ้านั่นแหล่ะไม่ระวัง ปล่อยให้คุณหนูตามไปจนตกน้ำตกท่า” ผู้หญิงที่ประคองแขนลดาอยู่หันไปดุเขาเบาๆ

“โธ่ท่านน้าเจิน ข้าไม่รู้จริงๆว่าคุณหนูแอบตามไป ข้าสำนึกผิดแล้ว ต่อไปจะระวังให้มากกว่านี้ หงเป่าต้องขอโทษคุณหนูด้วยขอรับ” เขาหันมาโค้งศีรษะให้ลดา แต่สีหน้าแววตามีความทะเล้นนิดๆ ลดาคิดว่าเขาคงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ

“เอ่อ.. อาเป่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดมาก ฉัน… ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว” เธอบอกและยิ้มให้เขา ก่อนจะหันไปหาผู้หญิงที่ยืนประคองเธออยู่

“ข้าต้องเรียกท่านว่าอะไร” ลดากระซิบถามเบาๆ

“ข้าชื่อเฟยเจิน เป็นคนที่ดูแลท่านกับนายหญิง ท่านเรียกข้าว่าน้าเจิน” เธอกระซิบตอบ

“น้าเจิน ช่วยพาข้าเดินดูรอบๆบ้านหน่อยได้ไหม”

“ได้เจ้าค่ะ แต่คุณหนูเพิ่งฟื้น ข้าจะประคองไป ค่อยๆเดินนะเจ้าคะ”

ลดา เดินเรื่อยๆมาตามทางที่เชื่อมต่อถึงกันรอบบ้าน ตลอดทางเดินมีทั้งไม้ดอก ไม้ประดับหลายชนิด มีกลิ่นหอมหลากหลายปะปนกันไปทั่วบริเวณ บางชนิดเธอเคยเห็น แต่บางชนิดเธอไม่เคยเห็น ซึ่งลดาคิดว่ามันทำให้บรรยากาศของบ้านที่ค่อนข้างใหญ่หลังนี้ดูสดชื่นไม่น้อย บ้านลักษณะนี้คล้ายกับซีรีย์จีนย้อนยุคที่ลดาเคยดูมาก่อน เธอทั้งตื่นตาตื่นใจ และเศร้าใจไปในเวลาเดียวกัน เศร้าใจเมื่อคิดไปถึงพ่อ แม่ และพี่ชาย ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงกันบ้าง แล้วร่างของเธอตอนนี้จะยังอยู่ไหม เธอกำลังนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ในห้องที่โรงพยาบาล หรือเธอไม่มีลมหายใจอยู่บนโลกที่เธอจากมาแล้ว ลดาสะบัดศีรษะไปมาอย่างสับสน

“คุณหนู ท่านนั่งพักตรงนี้ซักหน่อยเถอะ ร่างกายยังไม่แข็งแรงอย่าหักโหมเลย เดี๋ยวข้าจะไปเอาน้ำมาให้” เฟยเจินประคองเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ที่อยู่ใต้ร่มไม้เป็นที่บังแดด ลดาทำตามแต่โดยดีเพราะเธอก็รู้สึกว่าร่างนี้ค่อนข้างอ่อนเพลีย คงเพราะเพิ่งผ่านการจมน้ำมาและต้องนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่หลายวัน พลันคิดถึงเจ้าของร่างขึ้นมา ป่านนี้เธอจะไปอยู่ที่ไหน เธอไปโผล่ที่ร่างของลดาในโลกปัจจุบันหรือเปล่า หรือวิญญาณเธอจะดับสลายไปแล้ว

“หงิง หงิง” ลดาสะดุ้งเล็กน้อย เพราะเสียงเล็กๆที่แว่วมาทำให้ตื่นจากภวังค์ความคิดตัวเอง และหันมองหาต้นตอของเสียงที่ได้ยิน

“น้องหมานี่ น่ารักจังเลย มานี่มา” ลดาเห็นหมาน้อยที่หลบอยู่ใต้พุ่มไม้ไม่ไกลจากที่เธอนั่ง เธอเดินเข้าไปนั่งลงใกล้ๆมัน และยื่นมือไปหาเพื่อเรียกให้มันออกมาจากใต้พุ่มไม้ แต่หมาน้อยกระถดตัวหนีลึกเข้าไปในพุ่มไม้ พร้อมกับตัวของมันที่สั่นจนกระเพื่อม เหมือนมันกำลังทั้งกลัวทั้งระแวง

“เสี่ยวไป๋ เจ้าจำคุณหนูหลิวหยางไม่ได้แล้วรึ” เสียงแหบๆดังมาจากด้านหลัง ลดาหันไปตามเสียงก็พบว่าเป็นหงเป่านั่นเอง เขาเดินถือชามกับขันน้ำมาด้วย ซึ่งน่าจะเป็นอาหารของเจ้าตัวเล็กนี่

“อาเป่า กำลังจะเอาข้าวให้มันรึ”

“ขอรับคุณหนู”

“ส่งมาให้ข้าเถอะ ข้าจะเอาให้มันเอง”

หงเป่าส่งชามอาหารเจ้าตัวเล็กให้ลดาตามคำสั่ง และวางขันที่ใส่น้ำไว้บนก้อนหินข้างๆ

“อาเป่า ถอยออกไปหน่อยนะ มันไม่เจอข้าหลายวันอาจจะไม่คุ้น ขอข้าทำความคุ้นเคยกับมันก่อน” ลดาหันไปบอกเขา ซึ่งหงเป่าก็พยักหน้ารับและขยับถอยหลังไปยืนรออยู่เงียบๆ

ลดาวางชามอาหารไว้ตรงหน้าตัวเอง พร้อมกับยื่นมือออกไปหาเจ้าตัวเล็ก

“ไง เสี่ยวไป๋ แกรู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ใช่เจ้านายแก แต่ไม่เป็นไรนะ เรามาทำความรู้จักกันใหม่ มานี่มา” ลดายื่นมือทั้งสองข้างไปตบเบาๆเหมือนเรียกเด็ก เจ้ามาน้อยขนฟูสีขาวเอียงคอมอง มันยังมีความระแวดระวังอยู่ ซึ่งคงเป็นไปตามสัญชาติญาณ เพราะลดาคือคนแปลกหน้าสำหรับมัน

“มาเถอะ ฉันไม่ทำร้ายแกหรอก มากินสิมา” เธอดันชามอาหารออกไปข้างหน้าเล็กน้อย เจ้าหมาน้อยมองชามอาหาร สลับกับมองลดาอยู่ครู่หนึ่งเหมือนชั่งใจ จากนั้นมันจึงค่อยๆคลานออกมาจากพุ่มไม้ มันมาหยุดยืนอยู่ที่ชามอาหาร ดมๆอยู่ครู่หนึ่งก่อนแล้วจึงค่อยก้มลงไปกินอาหารในชามและเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยจนหัวเล็กๆของมันโยกคลอนไปทั้งหัว ลดายกมือลูบเบาๆไปบนหัวเล็กที่ปกคลุมด้วยขนสีขาวอ่อนนุ่มของมัน เจ้าหมาน้อยเหมือนได้รับการดูแลอย่างดี ตัวมันนอกจากจะไม่มีกลิ่นสาปแล้ว ยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายดอกไม้บางชนิดด้วย

“มันเป็นหมาของฉันใช่ไหม มันอายุเท่าไหร่แล้ว” ลดาถามหงเป่าที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านหลัง

“1 ปีขอรับคุณหนู ท่านซื้อเสี่ยวไป๋มาตอนที่ตามนายท่านเข้าไปเที่ยวในเมืองขอรับ ตอนนั้นข้าก็ไปด้วย”

ลดายิ้มให้กับคำตอบนั้น และยังคงลูบไปตามขนนุ่มๆของเสี่ยวไป๋เพื่อสร้างความคุ้นเคย

“อร่อยไหมเสี่ยวไป๋ กินก็เก่ง ทำไมตัวยังแค่นี้” เธอช้อนหมาน้อยมาอุ้มไว้กับอกเมื่อมันจัดการกับอาหารในชามจนเกลี้ยงแล้ว และพามันไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม พร้อมกับเอื้อมมือไปรับขันน้ำที่หงเป่าส่งให้ และเอาไปจ่อที่ปากเล็กๆของเสี่ยวไป๋ เมื่อมันกินน้ำจนอิ่มแล้ว มันก็เงยหน้ามองลดา ก่อนจะมุดเข้ากับอกเธอและถูๆไถๆอย่างประจบ ไม่มีอาการสั่นกลัวเหมือนที่เจอกันตอนแรกแล้ว

“ข้าขอเอาชามของเสี่ยวไป๋ไปเก็บก่อนนะขอรับ”

“ไปเถอะ ขอบใจนะอาเป่า”

“น้ำมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู เสี่ยวไป๋ แกคงคิดถึงคุณหนูมากหล่ะสิ ไม่เจอตั้งหลายวัน” เฟยเจินวางถาดแก้วน้ำสีชมพูอ่อนลงข้างๆ พร้อมกับหยิบแก้วส่งให้ลดา เธอรับมาดื่มแก้กระหาย น้ำนี่มีรสหวานอ่อนๆ และมีกลิ่นหอมคล้ายแอปเปิ้ลจางๆผสมอยู่ เมื่อดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นไม่น้อย

“น้าเจิน ข้าอยากกลับห้องแล้ว ข้าจะเอาเสี่ยวไป๋ไปด้วย” ลดา ลุกจากเก้าอี้โดยที่ยังอุ้มหมาน้อยไว้กับอก

“จะดีเหรอคุณหนู ปกติเสี่ยวไป๋จะนอนหน้าห้องอาเป่า ที่นอนมันอยู่ที่นั่น”

“ข้าคิดถึงมันหน่ะ น้าเจินช่วยหาที่นอนให้มันหน่อยนะ ให้มันนอนที่ห้องข้าซักสองสามคืน มันคงคิดถึงข้าเหมือนกัน”

“ได้เจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าให้อาเป่าจัดการให้”

“ขอบใจท่านมาก”

********************************************************

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ