ทั่วไป

‘ม.ร.ว.จิราคม’ เผยสาเหตุที่ ‘ในหลวง’ ทรงเสด็จประทับที่เยอรมนี

The Bangkok Insight
อัพเดต 13 พ.ย. 2563 เวลา 00.54 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2563 เวลา 00.31 น. • The Bangkok Insight

"ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร" เผยสาเหตุที่ "ในหลวง" ทรงเสด็จประทับที่เยอรมนี เพื่อป้องกันพวกเจ็บแค้นคิดลอบปลงพระชนม์ จึงต้องป้องกันไว้ก่อน

ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า … ที่พวกฝรั่งออสเตรเลียร่วมมือกับพวกคอยล้มล้างสถาบันฯ พูดว่า ร.10 เอาแต่ไปอยู่เยอรมนี ……… และใส่ร้ายพระองค์หลายเรื่องโดยไม่รู้เบื้องหลังความจริง

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

มีพี่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า การที่ท่านไปอยู่เยอรมันบ่อยในช่วงก่อน เพราะพระองค์ท่านเข้ามาสังฆยานาพวกกร่าง และโกงกินในวัง และพวกที่ถูกลงโทษมีความเจ็บแค้น อาจคิดลอบปลงพระชนม์ จึงต้องป้องกันไว้ก่อน โดยเฉพาะเรื่องอาหาร

คนเป็นจำนวนมากไม่รู้ว่า ร.10 ท่านทรงงานอย่างที่ไม่ได้เปิดเผย หรือโฆษณาประชาสัมพันธ์อะไร และท่านมีดุลยพินิจที่ดีมาก และทีมงานที่ท่านเลือก ก็เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูง ขยัน อดทน และมีดุลยพินิจดีมากด้วยเช่นกัน

ม.ร.ว.จิราคม
โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

เราเคยทำงานในบริษัทหนึ่ง และถูกส่งตัวไปช่วยงานที่สนง.ทรัพย์สินฯ ส่วนพระมหากษัตริย์ พวกเรายังแอบทึ่งเลย ที่พระองค์ท่าน commented หลายเรื่องด้วยลายพระหัตถ์ของท่านเองอย่างรอบคอบ

แถมซ้ำ ที่ดินใจกลางเมืองหลายแห่งที่เหลืออยู่นั้น ทางเอกชนบางรายจ้องจะประมูลเช่าไปทำธุรกิจ แต่เมื่อท่านขึ้นครองราชย์ ก็กลับเอาที่ดิน prime area ใจกลางเมืองหลายแห่งมาทำเป็นสาธารณะประโยชน์ เช่น:-

**สนามม้านางเลิ้ง 300 กว่าไร่  เคยมีพวกมาจ้องจะเช่าไปทำธุรกิจใหญ่โต แต่ตอนนี้ ร.10 ทรงประทานให้ทำเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ให้ชาว กทม. เป็นสวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซึ่งมีขนาดเกือบเท่าสวนลุมฯเลย

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

**ที่ดิน (แถวพลับพลา) ติดคลองลาดพร้าว จำนวน 80 ไร่ พวกเราเคยได้รับมอบหมายให้ช่วยศึกษาดูว่า ควรจะนำมาทำโครงการอะไรดี แต่พอท่านทรงขึ้นครองราชย์ ทรงตัดสินใจยกที่ดินทำเลทองนี้ให้กับกองทัพบก เพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าไปเลย

**แล้วที่ชาวบ้านเคยบ่นว่า ทรงเอาคืนที่ดินสวนสัตว์ดุสิต แล้วจัดที่ดินใหม่ให้ไปอยู่ชานเมือง แต่เราหารู้ไม่ว่า กำลังทรงดำริให้มีโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลในที่ดินตรงนี้แทน เพราะรพ.ในใจกลางเมืองกทม.ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

เราลองคิดดูสิว่า ระหว่างรพ.ที่มีความจำเป็นต่อราษฎรที่หนาแน่นในใจกลางเมือง กับสวนสัตว์ที่จำเจ อะไรจะมีประโยชน์กว่ากัน (ส่วนการเรียนรู้ของเด็กๆ ที่ต้องการไปสวนสัตว์ เราสามารถเดินทางออกไปชานเมืองอีกหน่อยเดียว จะรื่นรมย์กว่าไหม)

**ส่วนการปรับปรุงพื้นที่พระราชวังสวนจิตฯ ที่หลายคนบอกว่า ทรงสั่งให้เคลียร์พื้นที่ทดลองโครงการในพระราชดำริของ ร.9 ไปหมดเลย แต่เราลองคิดดูสิว่า โครงการเหล่านั้น พระชนกท่านได้ทรงทำสำเร็จแล้ว และได้ส่งต่อผลการทดลองออกไปสอนชาวบ้านตามสถานที่จริงแล้วทั่วประเทศ และมีการต่อยอดการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ออกไปอย่างกว้างขวาง แล้วเรายังจะเก็บพื้นที่ในวังให้เป็นแบบนี้ เพียงแค่ให้เป็นที่ระลึกเท่านั้นหรือ ในเมื่อการทดลองได้สำเร็จไปหมดแล้ว

ทำไมเราไม่เอามาปรับปรุง เพื่อดูว่า ควรจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อไป หรืออย่างน้อย ก็ปรับปรุงให้กลับมาเป็นพระราชวังที่ดูดีอีกครั้ง และพวกคนในวังที่ทุจริตจะได้ถูกถอดถอนออกไปด้วยเลย

พระองค์ท่านมีความกล้าหาญที่จะปราบทุจริต กล้าที่จะสะสาง และมีความหนักแน่นต่อคำใส่ร้ายนินทา เท่าที่ได้ประสบมา จะเห็นได้ว่า กษัตริย์องค์นี้ มีดุลยพินิจที่ดีมาก และไม่ได้ทรงเห็นแก่ตัว อย่างที่หลายคนนินทาเลย

การที่ทรงมีความกล้าหาญที่จะออกมาจัดการทรัพย์สมบัติที่เป็นมรดกตกทอดของบูรพกษัตริย์ไทย มันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวเลย แต่เป็นสิทธิโดยชอบธรรม และความใจกว้างของพระองค์ท่านมากกว่า ที่ยินดีเอาที่ดินทรัพย์มรดกของพระองค์ท่าน (หลายหมื่นล้าน) มาแบ่งปัน และทำประโยชน์ให้กับสังคมไทยอย่างใจกว้างขวางมาก

หากเราไม่มีอคติ และมีใจเป็นกลาง เราจะเห็นอะไรดีๆ มากมายที่บูรพกษัตริย์ไทยได้ทำให้กับประชาชน

แต่ถ้าเราหูเบา ฟังความข้างเดียว และถูกปลูกฝังชุดความคิดที่มีอคติ เข้าข้างตัวเอง เราก็จะตกอยู่ในห้วงแห่งความเกลียดชัง ก้าวร้าว ทำตัวเป็นศาลที่ต้องการตัดสินผู้อื่นอย่างเมามัน และตกเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่หวังดีต่อความมั่นคงของชาติอย่างน่าเสียใจ"

นอกจากนี้ ยังโพสต์ข้อความอีกว่า"เราจะเก็บเรื่องราวต่างๆ ไว้ในใจ"

  • เอาถังขยะมาทำที่ใส่จดหมายของสำนักพระราชวัง แล้วเข็นเอาไปยื่นให้พระมหากษัตริย์ตอนกลางคืนวันหยุด ที่บริเวณนอกสำนักพระราชวัง
  • ยิงเลเซอร์เข้าไปในพระบรมมหาราชวัง - วัดพระแก้วเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรก ที่ไม่เคยมีประชาชนคนไทยคนไหนกล้ามาก่อน และผิดหลักสากลทุกประเทศ
  • มีความพยายามขวางขบวนเสด็จ และแกะมือเจ้าหน้าที่ ที่รักษาความปลอดภัยเพื่อที่จะเข้าให้ถึงรถที่ในหลวงราชินีเสด็จ แถมชูนิ้วกลางและด่าคำหยาบคาย ใส่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี
  • ผู้ชุมนมในม็อบปลดแอกมีการนับ 1 2 3 4 5 ตะโกนด่าแบบเปิดเผย แม้กระทั่งเวลาถ่ายทอดสด ในสื่อโซเชียลหลายครั้ง
  • แกนนำชื่อไมค์ ปราศรัยว่า "พระมหากษัตริย์" ต้องไม่มีในประเทศนี้อีกต่อไป และโดนจับกุมตามกฎหมายแต่ม็อบก็ตามกดดันเจ้าหน้าที่ให้ปล่อยตัว จนต้องปล่อย (สื่อมวลชนไม่เคยพูดถึงต้นเหตุ)
  • ด่าจาบจ้วงสมเด็จพระเทพที่สร้างคุณูปการให้กับแผ่นดินนี้ไว้มากมาย โดยเฉพาะพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทยในถิ่นทุรกันดาร
  • ฉีกรูปพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ลำปาง
  • จาบจ้วงล้อเลียนฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ต่างๆ นานาในโซเชียล

เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาอาจดูเหมือนเรานิ่งเฉย แต่จริงๆ แล้วเราไม่เคยอยู่นิ่งเฉยแบบสบายใจและไม่ใช่ว่าไม่ได้เตรียมพร้อมอะไร หรือปล่อยชะล่าใจไปวันๆ

แต่เราต้องคอยบอกเตือนกับตัวเองว่า เพื่อความสงบของบ้านเมือง และเพื่อให้ประเทศเราเดินหน้าต่อไปได้ เพราะประเทศเราเพิ่งบอบช้ำจากสถานการณ์โควิด มาใหม่ๆ ยังไม่ฟื้นตัวดี

เราจะพยายามอดทนให้ได้เกิน 100 ครั้ง เพื่อ "รอวันสร้างประวัติศาสตร์" หน้าใหม่ ในภาคประชาชนเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!!!

ถึงวันนั้นท่านจะเห็นเอง "ว่า" มนุษย์ประเภทเที่ยวชอบออกมาโวยวายท่อดังพร่ำเพื่อ กับคนที่เขารอเวลาทำการแสดงเพียงครั้งเดียว ใครจะมืออาชีพเด็ดขาดและเฉียบขาดมากกว่ากัน "ถึงวันนั้นเดี๋ยวรู้เอง"

***ควบคุมอารมณ์ไว้ครับ โปรดเชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมีเหตุผลของมันครับ เกมส์นี้ต้องอ่านให้ขาดทุกมุมครับ มันยังไม่ถึงเวลาภาคประชาชน "กู้ชาติ" เราเอาแต่ใจและอารมณ์นำไม่ได้เด็ดขาด เป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะครับ

ขอบคุณข้อมูลและภาพเฟซบุ๊ก Chirakom Kitiyakara

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ