ทั่วไป

ดีเดย์ 1 พ.ย. เริ่มเก็บค่าโดยสารรถ BRT เช็กช่องทางชำระเงิน ที่นี่!!

The Bangkok Insight
อัพเดต 25 ต.ค. 2567 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2567 เวลา 10.17 น. • The Bangkok Insight

สำนักการจราจรและขนส่งแจ้ง 1 พฤศจิกายนนี้ เริ่มเก็บค่าโดยสารรถ BRT ชำระเงินได้ 2 ช่องทาง เช็กรายละเอียดที่นี่

วันที่ 25 ต.ค.67 สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) แจ้งว่า วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ จะเริ่มเก็บค่าโดยสารรถ BRT หลังจากกรุงเทพมหานครได้เปิดให้บริการรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT ซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา โดยให้บริการฟรีเป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน-31 ตุลาคม 2567

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง
ค่าโดยสารรถ BRT

ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2567 นี้ จะเป็นวันแรกที่มีการเก็บค่าโดยสาร โดยมีขั้นตอนการชำระเงิน 2 ช่องทาง ดังนี้

1. การซื้อตั๋วโดยสารแบบ BRT E-Ticket ผู้โดยสารต้องเพิ่มเพื่อนใน LINE Official Account ชื่อว่า BRT E-Ticket จากนั้นเลือกกดปุ่ม BRT E-Ticket และเลือกสถานีต้นทางและปลายทาง พร้อมจำนวนบัตรโดยสารที่ต้องการซื้อ โดย 1 ตั๋ว ใช้ได้เฉพาะวันที่ซื้อเท่านั้น

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

จากนั้นให้ตรวจสอบรายละเอียดคำสั่งซื้อตั๋ว ก่อนกดปุ่ม Pay now เพื่อเลือกช่องทางชำระเงิน โดยจะได้รับคิวอาร์โค้ดเพื่อนำไปชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่นของธนาคารต่อไป หลังจากชำระเงินแล้วจะได้รับตั๋ว BRT E-Ticket โดยอัตโนมัติ

ส่วนขั้นตอนการชำระเงินค่าโดยสารด้วย BRT E-Ticket เริ่มจาก กดปุ่ม ตั๋วของฉัน จากนั้นเลือกตั๋วที่ต้องการใช้เดินทาง โดยเปิดหน้าคิวอาร์โค้ด BRT E-Ticket เพื่อสแกนที่เครื่องชำระเงินบริเวณหน้าประตูรถโดยสาร จนกว่าจะมีคำว่า ชำระค่าโดยสารสำเร็จ

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

2. การชำระเงินผ่านบัตรแรบบิท ผู้โดยสารสามารถซื้อบัตรแรบบิทและเติมเงินได้ที่ ตู้เติมสบายพลัส บนสถานีบีอาร์ที สาทร (B1) นราราม 3 (B5) เทคนิคกรุงเทพ (B3) วัดด่าน (B6) ถนนจันทน์ (B4) ราชพฤกษ์ (B12) หรือ ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีชมพู สายสีเหลือง สายสีทอง รวมถึง แอปพลิเคชั่น shopee , lazada , my rabbit โดยบัตรแรบบิทที่เติมเงินแล้ว สามารถแตะที่เครื่องชำระเงินบริเวณหน้าประตูรถโดยสารได้ทันที

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account BRT E-Ticket หรือโทร แรบบิท ฮอตไลน์ 026178383

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ