กีฬา

‘ลิเวอร์พูล’ ที่ยับเยินสุดในรอบ 98 ปี

แนวหน้า
เผยแพร่ 21 ก.พ. 2564 เวลา 01.58 น.

‘ลิเวอร์พูล’ ที่ยับเยินสุดในรอบ 98 ปี

…..ภาพการแพ้บอกทุกอย่างของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เอฟซี ในซีซั่นนี้

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

มันเป็นภาพที่หลอนมาตั้งแต่เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมทช์แรก ที่เสีย เฟอร์จีล ฟาน ไดจ์ค

จากนั้นอาการนักเตะบาดเจ็บค่อย ๆทยอยเล่นงาน เยอร์เก้น คล็อปป์ ทีม จนเป๋ห่าว มีอาการเจ็บเกิดขึ้นอีกเกิน 40 ครั้ง และหนนี้ก็เช่นกันเกิดขึ้นกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ในจังหวะสปีดเอง แล้วพังไปอีกคน

ลิเวอร์พูล แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

……ก่อนเกมเริ่มมีข่าวดีเมื่อบัญชีนักเตะเจ็บเหลือแค่ 8 คน เมื่อ นาบี เกอิต้า หายกลับมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่ 19 ธันวาคม 2020 และเบน เดวิส กองหลังตัวใหม่ที่ปรับตัวได้อย่างรวดเร็วก็กลับมาอยู่ในม้านั่งสำรอง

ที่บอกปรับตัวเร็วก็คือ ยังไม่ทันลง ก็ซ้อมแล้วเจ็บเหมือนรุ่นพี่ในทีม

แต่ยังไม่ทันนกกระจอกยังหิวน้ำ “หงส์แดง” ต้องเสียลูกเตะมุมตั้งแต่ 13 วินาทีแรก

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ไม่กี่อึดใจต่อมา เอฟเวอร์ตัน ได้ขึ้นนำที่แอนฟิลด์ และเป็นการนำครั้งแรกในรอบ 11 ปี หรือ 21 เกม จากความผิดพลาดในการชิงเหลี่ยมแดนกลางและบอลมาตกเข้าใครไม่เข้าดันมาเข้าซ้ายของ ฮาเมส โรดริเกวซ

ลูกจ่ายตัดขั้วหัวใจคู่เซ็นเตอร์ทำให้ ริชาร์ลิซอน ยิงเสียบตาข่าย แค่ 3 นาที สกอร์ทำให้ เอฟเวอร์ตัน นำ และนำจนจบครึ่งแรกเป็นครั้งที่ 2 ยุคพรีเมียร์ลีก

ริชาร์ลิซอน ยิงได้ และ ฮาเมส ก็แอสซิสต์ไปกลับได้เหมือนกัน

เข้าทางทอฟฟี่ เพราะพวกเขามาในรูปแบบของ 5-4-1 ใช้ เซมุส โคลแมน กับ ลูก้า ดีญ ปิดไลน์แบ๊กสองฝั่ง พร้อมกับให้ โฮลเกต, คีน และก๊อดฟรี่ย์ เล่นเป็น 3 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ

ตรงกลางยืนแบบเพชร ทอม เดวิส เตะแหลกตรงกลาง ขนาบข้างซ้ายขวาด้วย ดูกูเร่ และโกเมส โดยเริ่มต้นไล่แดนบนจาก ฮาเมส แล้วทิ้ง ริชาร์ลิซอน ไว้ด้านหน้า

ลิเวอร์พูล เดินเกมได้ แม้จะไม่ถนัด แต่ทำได้ดี กระทั่งการเสีย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไปก่อนถึงครึ่งชั่วโมงนั่นแหละ ดูตื้อ ๆ ตัน ๆ ไม่ได้มาจากคู่แข่ง

แต่มาจากอารมณ์ของนักบอลในสนามที่ไม่รู้เหมือนกันว่า ชะตา โชค ฟ้า คิดอะไรกันอยู่ถึงได้เจ็บกันบานตะเกียงถึงเพียงนี้

ยิ่งเจอลูกหนักตามสไตล์ เอฟเวอร์ตัน ทำให้เล่นด้วยยาก

**************

รายงานระบุว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ มีปากเสียงกับ “บิ๊กดังค์” ดันแคน เฟอร์กูสัน ก่อนเดินเข้าอุโมงค์หลังจบครึ่งแรก

ไฮไลท์มีอยู่ 2 อย่างเท่านั้นในครึ่งหลังก็คือ ลิเวอร์พูล เดินเครื่องอย่างหนัก แต่ทิ้งโอกาสครั้งแล้วครั้งเล่า

ปิดสกอร์ไม่ได้กระทั่งมาเสียประตูที่ 2

ผมนึกถึงตอนดูไฮไลท์สมัยเด็กๆที่ แกรม ชาร์ป วอลเล่ย์ระยะไกลเข้าไป แล้ว ลิเวอร์พูล พ่ายคารัง หนนี้ไม่ใช่ลูกที่ยิงสวยเหมือนครั้งนั้น แต่ตอกย้ำด้วยการ “เสียจุดโทษ”

แนต ฟิลิปส์​ พลาดง่ายๆที่โดนพลิกหลบโดย ริชาร์ลิซอน เป็นการตอกย้ำว่า “ทำไม” และไม่ต้องอธิบายอีก ก่อนบอลจะหลุดแล้วจ่ายให้ โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน ยิงไปติดเซฟ อลิสซอน

จากนั้นบอลมันเป็นจังหวะโฟลโล่ วอเธอร์ บอลทะลักมาอยู่ในทางปืนของ ลูวิน ที่กำลังวิ่งมาแล้วขาไปกระแทกหัวของ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แล้วล้มลงเป็นจุดโทษ

สัญญาณส่งมาจากห้องวีเออาร์ว่า ให้ไปดูจอ ซึ่งผู้ตัดสินก็วิ่งไปดูแล้วยืนยันคำเดิม

เหมือนกับจะบอกว่า “กีดขวางการเข้าทำประตู”

กิลฟี่ย์ ซิกูร์ดส์สัน ยิงอย่างเฉียบขาด บอลเรียดเสียบมุมเป็นประตูชัยให้ เอฟเวอร์ตัน บุกชนะ ลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ เป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี

ขณะที่ ลิเวอร์พูล ยังจมดิ่งในการเล่นที่แอนฟิลด์ต่อไป เมื่อแพ้ติด ๆ กันมา 4 นัด ทั้งที่ปีก่อนชนะในลีกติด ๆ กัน 18 เกม

นี่เป็นการแพ้ติดต่อกัน 4 นัดรวดในถิ่นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1923 หรือ 98 ปีที่ผ่านมา

ครั้งนั้นแพ้ วิลล่า 0-1, แพ้ เชฟฯยู 2-3, แพ้ คาร์ดิฟฟ์ 0-2 และแพ้ นิวคาสเซิ่ล 1-2 โดยการคุมทัพของ แมตต์ แม็คควีน

นี่เป็นอีกนัดที่การเล่นแบบไปเร็วไม่ได้ เพราะเซ็ตบอลทางเดียว นั่นคือมาจากแนวลึก เนื่องจากเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ไม่สามารถที่จะเปิดบอลยาวพุ่ง ๆ หรือ สวิงพาสต์เปลี่ยนแกนแม้แต่หนเดียว

ที่สำคัญก็คือ เอฟเวอร์ตัน วันนี้แนวรับท็อปฟอร์มมาก โดยเฉพาะจอมเฟอะอย่าง ไมเคิล คีน ก็เหนียวทุกจังหวะ บวกกับ ก๊อดฟรี่ย์ กับ โฮลเกต แทบจะไม่ผิดตำแหน่งเลย

ทำงานในสนามได้ตามหน้ากระดานที่วางมา

จอร์แดน พิคฟอร์ด ก็ผีเข้าคนไฟบินอย่างมากในเกมนี้

ลิเกจบสกอร์จบ แต่ปัญหายังไม่จบ ที่เสียหายกว่าความพ่ายแพ้ก็คือ ต้องลุ้นอาการขาหนีบของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นี่แหละ!!!!

#บีแหลมสิงห์

ดูข่าวต้นฉบับ