ทั่วไป

เปิดนาที! หนุ่มร้านขายน้ำ กระหน่ำแทงแม่ค้าอาหารตามสั่ง ดับสลดคาร้าน

BRIGHTTV.CO.TH
อัพเดต 28 ก.พ. 2568 เวลา 13.29 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2568 เวลา 05.02 น. • Bright Today

กล้องวงจรปิด เปิดนาทีระทึก หนุ่มร้านขายน้ำ ไม่พอใจต่อเติมร้านเสียงดัง บุกแทงแม่ค้าอาหารตามสั่ง ดับสยอง ต่อหน้า นทท. บนเกาะพีพี

เมื่อ วันที่ 27 ก.พ. เวลาประมาณ 14.00 น. ร.ต.ท.กงกฤษณ์ ปั้นเอี่ยม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกันภายในร้านขายอาหารตามสั่งชื่อร้านหญิงมุ่ย หมู่ 7 ต.อ่าวนาง คนเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.เกาะพีพี แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ต่อมา พ.ต.อ.สุระศักดิ์ ใจดี ผกก.สภ.เกาะพีพี ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เกาะพีพี เดินทางไปตรวจสอบ ภายในร้านเกิดเหตุ บริเวณครัวทำอาหารหน้าร้าน พบข้าวของในร้านกระจัดกระจาย มีกองเลือดกองใหญ่อยู่บนพื้น คนถูกทำร้ายทราบชื่อคือ น.ส.ทัตพิชา สุกใส อายุ 41 ปี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 100/418 หมู่ 10 ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ เป็นเจ้าของร้าน ถูกแทงตามคอ และลำตัว หลายแผล เสียชีวิตที่ รพ.

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ส่วนคนก่อเหตุ ทราบว่า เป็นเจ้าของร้านขายน้ำชากาแฟใกล้กับร้านเกิดเหตุ ทราบชื่อคือ นายคณนาถ หรือกริช อายุ 27 อยู่บ้านเลขที่ 60/3 หมู่ 11 ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ หลังก่อเหตุวิ่งหนีออกจากร้านไป ตำรวจชุดสืบสวนจึงรีบตามไปจนจับกุมตัวไว้ได้ พร้อมอาวุธมีดปลายแหลม ยาว 1 ฟุต สภาพยังเปื้อนเลือดอยู่ จึงคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.เกาะพีพี โดยเบื้องต้นสารภาพว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุจริง

image

โดยปมเหตุเนื่องจาก ทั้ง 2 ฝ่าย มีสาเหตุโกรธเคือนกันมาก่อนหน้านี้หลายครั้งแล้ว เนื่องจากมีร้านอยู่ติดกัน จึงมีปากเสียงกันเป็นประจำ ในวันเกิดเหตุ ขณะที่ผู้ตายกำลังยืนทำอาหารอยู่หน้าร้าน โดยมีลูกค้าเป็น นทท.ต่างชาติ นั่งรอกันอยู่ในร้าน จังหวะนั้น นายคณนาถ ก็ถืออาวุธมีดวิ่งเข้ามาหาผู้ตาย แล้วล็อคคอจ้วงแทงใส่ผู้ตายไม่ยั้ง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของคนตาย และนทท. รวมถึงพนักงานในร้าน และชาวบ้าน ถือเป็นการลงมือก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม ไม่เกรงกลัวกฎหมาย

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ระหว่างนั้นคนที่เห็นเหตุการณ์ พยายามจะเข้ามาห้าม ขว้างปาสิ่งของใส่คนก่อเหตุ แต่ก็ไม่หยุด โดยใช้เวลาลงมืออยู่นาน จนผู้ตายล้มแน่นิ่งลงกับพื้น จึงวิ่งออกจากร้านไป ซึ่งตลอดเวลากล้องวงจรปิดในร้าน บันทึกภาพไว้ได้ทั้งหมด

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา พกพาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร คุมตัวไว้สอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนร่างผู้เสียชีวิต มอบให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ น.ส.ทรรศิกา อายุ 20 ปี ลูกสาวคนตาย เผยว่า แม่ของตน ลงมาทำงานเป็นลูกจ้างร้านอาหารอยู่บนเกาะนานกว่า 10 ปีแล้ว กระทั่งตั้งตัวได้เลยหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านบนเกาะ จนเมื่อ 2 ปีก่อน ตนก็เรียนจบชั้น ม.6 จึงมาอยู่กับแม่เพื่อช่วยแม่ทำงาน ก่อนนี้เมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ช่วงที่แม่กำลังจะเปิดร้าน ก็เอาช่างก่อสร้างมาซ่อมแซมปรับปรุงร้านเตรียมจะเปิด ฝ่ายผู้ก่อเหตุก็หาเรื่อง บอกว่าส่งเสียงดังรบกวน จนมีการไปแจ้งความต้องขึ้นโรงพักกัน ซึ่งต่อมาทางตำรวจก็ไกล่เกลี่ยจนเรื่องจบไปแล้ว

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

จนถึงวันเกิดเหตุ ตนเองไม่ได้อยู่ที่ร้านกับแม่ช่วงเกิดเหตุ จะมีเพียงแฟนของแม่อยู่ด้วย ซึ่งตนเชื่อว่าคนร้ายน่าจะจ้องจะทำร้ายแม่อยู่ก่อนแล้ว จึงอาศัยช่วงที่แฟนของแม่ออกไปส่งอาหารให้ลูกค้า ที่ร้านจะเหลือแต่แม่กับคนงานชาวเมียนมาร์ จังหวะนั้นคนก่อเหตุก็เข้ามาทำร้ายแม่เลย ทั้งที่ไม่ได้มีปัญหาโต้เถียงกันก่อนหน้านั้น

image

นอกจากเรื่องที่เคยขึ้นโรงพักกันมาแล้ว ก็ยังมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เช่น เรื่องรถมาส่งน้ำแข็งให้กับร้านคนก่อเหตุ มักจะมาจอดรถหน้าร้านแม่เป็นประจำ เพระร้านอยู่ติดๆ กัน โดยมาจอดส่งช่วงที่แม่เปิดร้านขายอาหารแล้ว ทำให้ขวางหน้าหน้าร้าน ลูกค้าไม่สะดวก และน้ำจากรถน้ำแข็งก็เลอะพื้นหน้าร้าน แม่ก็ต่อว่าไป แม่เป็นคนพูดเสียงดังแต่ก็ไม่ได้พูดหยาบคาย เรื่องนี้ก็อาจจะเป็นหนึ่งในปัญหา เพราะระหว่างแม่กับฝ่ายคนก่อเหตุ ก็มีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ กันมาตลอด

ตนมีเพียงแค่แม่คนเดียวกับน้องชายอีก 1 คน ที่ยังเรียนอยู่ ก่อนนี้ตั้งใจว่าจะมาช่วยแม่ทำงานเพื่อเก็บเงินสร้างอนาคตกัน จะพาน้องมาอยู่ด้วย ซึ่งชีวิตกำลังไปได้ดี เริ่มมีเงินเก็บไว้สร้างเนื้อสร้างตัวกัน แต่แม่ก็มาโดนทำร้ายจนเสียชีวิตเสียก่อน จึงอยากขอให้ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างเด็ดขาด

ด้าน นางซากีน อายุ 49 ปี แม่คนก่อเหตุ เผยว่า เหตุที่เกิดขึ้นตนเองก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงว่ามูลเหตุมาจากอะไรแน่ชัด แต่เท่าที่ทราบ ลูกชายกับฝ่ายของผู้เสียชีวิต เคยมีปัญหาทะเลาะจนถึงขั้นขึ้นโรงพักกันมาเมื่อช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นก็เคลียร์ปัญหากันจบไปแล้ว ก็ไม่นึกว่าจะมาเกิดเรื่องขึ้นอีก ตนเองก็ไม่เคยถามลูกว่าขัดแย้งกันเรื่องอะไร กระทั่งวันเกิดเหตุลูกสาวโทรมาบอกว่าลูกชายไปก่อเหตุแทงเขา ตอนนั้นตนถึงกับช็อค ทำอะไรไม่ถูก เพราะเดิมทีลูกชายเป็นคนที่ตั้งใจทำงาน นึกไม่ถึงว่าจะเป็นคนก่อเหตุแบบนี้

อย่างไรก็ตาม อยากฝากขอโทษฝ่ายญาติผู้เสียชีวิตแทนลูกชายด้วย ลูกตนไม่ได้เจตนา ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา หากลูกชายได้มีโอกาสฟังเสียงแม่ ตนอยากจะบอกถึงลูกว่า ให้ลูกใจเย็นกว่านี้ ขอให้คิดไว้เสมอ ว่ายังมีพ่อมีแม่มีหลานที่บ้าน ไม่อยากให้ลูกชายคิดมาก ในส่วนของคดีก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจทำไปตามรูปคดี ที่ผ่านมาลูกชายเป็นคนที่ใจเย็น ตนเองก็ไม่ทราบจริงๆ ว่าเพราะอะไรถึงตัดสินใจทำแบบนั้น เพราะไม่รู้ต้นเหตุที่แท้จริง หลังจากนี้จะไปคุยกับลูกชายอีกครั้ง.

ดูข่าวต้นฉบับ