SMEs-การเกษตร

โรงงานผลิตรองเท้า สู้วิกฤต ปรับเงื่อนไข OEM-สร้างแบรนด์เจาะกลุ่มคนไทย 

เส้นทางเศรษฐี
อัพเดต 23 เม.ย. 2564 เวลา 02.14 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2564 เวลา 11.42 น.
โรงงานผลิตรองเท้า สู้วิกฤต ปรับเงื่อนไข OEM-สร้างแบรนด์เจาะกลุ่มคนไทย 

จากธุรกิจโรงงานผลิตรองเท้าเกรดพรีเมี่ยมที่สร้างมาด้วยสองมือของพ่อแม่กว่า 30 ปี จนกลายเป็นโรงงานใหญ่โต รับผลิต OEM ส่งออกต่างประเทศ มาวันนี้ต้องปรับตัวอย่างหนัก เพราะเจอวิกฤตโรคระบาดครั้งใหญ่ ด้วยการหันมาเจาะกลุ่มลูกค้าในประเทศ ปรับเงื่อนไขรับจ้างผลิตรองเท้า OEM หวังให้ผู้ประกอบการไทยหรือคนที่สนใจได้มีแบรนด์ของตัวเอง

คุณดี-รินรดี เกริกศุภรักษ์ อายุ 24 ปี ทายาทสาวโรงงานผลิตรองเท้าเกรดพรีเมี่ยม เล่าว่า โรงงานผลิตรองเท้าแบบ OEM ภายใต้บริษัท Vinris trading Co.,Ltd. มีจุดเริ่มต้นมาจากคุณพ่อคุณแม่

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

“คุณแม่เป็นคนต่างจังหวัด เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เป็นช่างเย็บหนังหน้ารองเท้า จนได้มาพบรักกับคุณพ่อ ทั้งสองช่วยกันออกไอเดีย ชวนกันมาทำรองเท้าแล้วไปเสนอขายให้ลูกค้า ผลิตรองเท้าคัตชู รองเท้าแตะของผู้ชายจากหนังวัว ช่วยกันผลิตและเป็นเซลส์ ด้วยคุณภาพทำให้มีลูกค้าจำนวนมากทั้งในและต่างประเทศ เช่น เยอรมนี”

ธุรกิจเติบโตตามกาลเวลา จากบ้านตึกแถวเล็กๆ สู่โรงงานผลิตรองเท้าครบวงจรแห่งแรกแถวแบริ่ง มีพนักงานประจำ จากนั้นขยายไปเช่าโรงงานแห่งที่สอง ย่านพระราม 4 ผลิตเฉพาะพื้นรองเท้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายไม่ต้องสั่งวัสดุจากจีนหรือที่อื่น ทำให้การผลิตเร็วขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น ที่สำคัญลูกค้าจะได้พื้นรองเท้าที่แตกต่างจากคู่แข่ง มีคุณภาพดี เลียนแบบได้ยาก และยังมีอายุการใช้งานถึง 5 ปี 

ต่อมาได้ลงทุนสร้างโรงงานแห่งที่สาม ตั้งอยู่ใน จ.ชลบุรี ลงทุนไปหลายล้านบาท สำหรับผลิตรองเท้าครบวงจร และได้เพิ่มการผลิตรองเท้าของผู้หญิง รวมถึงเพิ่มรูปแบบรองเท้า ทั้งรองเท้าเพื่อสุขภาพ Sandal, Flat, Slip-on หรือรองเท้ายูนิฟอร์มต่างๆ

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

สาววัย 24 เล่าต่อว่า หลังเรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เข้ามาช่วยสานต่อกิจการ ซึ่งท้าทายมาก เพราะเกิดวิกฤตโรคระบาดพอดิบพอดี

“เห็นคุณพ่อคุณแม่ทำรองเท้ามาตั้งแต่เด็ก บวกกับนิสัยชอบค้าขายของตัวเอง เพราะฉะนั้นต้องกลับมาช่วยท่านก่อน มาปุ๊บเจอวิกฤตทันที สาหัสเหมือนกัน เพราะเพิ่งลงทุนโรงงานใหม่ที่ชลบุรีไป แทนที่จะได้กำไรกลับดิ่งลง เพราะไม่สามารถส่งสินค้าได้ ไม่มีลูกค้าต่างประเทศเข้ามา คาดว่าเขาน่าจะได้รับผลกระทบเหมือนกัน”

คุณดี เล่าว่า แย่มาหนึ่งปีเต็ม แต่ยังคงจ่ายเงินเดือนให้พนักงานกว่า 30 ชีวิตเหมือนเดิม

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

“คุณพ่อยังแก้ปัญหา เอาเงินเก็บมาหมุน หันกลับมาโฟกัสลูกค้าในประเทศ เริ่มสร้างแบรนด์ตัวเอง Rinstudio ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเย็บ การตัด ให้ต่างจากของเดิม เน้นตลาดวัยรุ่นมากขึ้น คอลเล็กชั่นแรกเน้นโทนสีขาว ราคาปกติ 1,690 บาท แต่สีขาวทำมาเพื่อการกุศลให้ผู้ปฏิบัติธรรมและแม่ชี จึงลดเหลือ 690 บาท ปัจจุบันแต่เห็นคนสนใจเยอะเลยเปิดพรีออร์เดอร์ให้ลูกค้าเลือกสีอื่นๆ ที่อยากได้ ดูรายละเอียดได้ที่ อินสตาแกรม rinstudio_official”

ปัจจุบันเกิดการระบาดรอบใหม่ ลูกค้าต่างประเทศก็ยังไม่มา ทางโรงงานจึงปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการรับจ้างผลิตแบบ OEM ให้ที่สนใจอยากทำแบรนด์ตัวเอง เริ่มต้น 100-300 คู่

“จริงๆ โรงงานไม่รับผลิต 100 คู่ หรือ 300 คู่ แต่ตอนนี้ต้องทำแล้ว ให้ลูกค้าที่อยากทำแบรนด์ตัวเองเข้าถึงได้ มีเงื่อนไข คืออย่างน้อยต้องสั่งผลิต 300 คู่ หรือ 100 คู่ก็ได้ สั่งน้อยต้นทุนจะสูง อาจจะต้องส่งแบบมาพูดคุยราคากันก่อน เราสามารถทำตามความต้องการได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพ Sandal, Flat, Slip-on หรือรองเท้ายูนิฟอร์มต่างๆ แต่ต้องบอกก่อนว่าตอนนี้โรงงานเราไม่ได้ทำหนังสัตว์แล้ว เพราะมีปัญหาเยอะมาก เช่นเรื่องสีไม่เท่ากัน โดยใช้หนังไมโครไฟเบอร์ คุณภาพเทียบเท่าหนังแท้มาผลิตแทน มีให้เลือกหลากหลาย ถ้างบน้อยไม่แนะนำให้ทำพื้นรองเท้าใหม่ เพราะจะเป็นการเพิ่มต้นทุน เนื่องจากต้องดีไซน์และทำบล็อกใหม่”

อย่างไรก็ตาม หากท่านใดต้องการปรึกษาเรื่องการผลิต ยินดีให้คำปรึกษา สามารถแอดไลน์ https://bit.ly/3wMEVh9 ส่วนสินค้าปลีก แบรนด์ Rinstudio สามารถเข้าไปดูได้ที่ อินสตาแกรม rinstudio_official หรือ สามารถแอดไลน์ official มาได้ที่ https://bit.ly/3wMEVh9

ดูข่าวต้นฉบับ