ข่าวด่วน
รายงานพิเศษ : ตลท.ปลุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เปิดแพลตฟอร์มเทรดปี64
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 ต.ค. 63 17:06 น.
วันนี้ ตลท.และ KBTG ประกาศร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจร บนเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดการระดมทุนโทเคนดิจิทัลบนแพลตฟอร์มนี้ในปี 64
ตลท.ได้จัดตั้งบริษัทย่อยชื่อ บริษัท ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย จำกัด มาขับเคลื่อนการพัฒนาแพลตฟอร์มนี้
แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลแบบครบวงจรนี้ ประกอบไปด้วย ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (ตลท.กำลังขอใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.) ทำหน้าที่เป็นตลาดรองซื้อขายโทเคนดิจิทัล (ไม่รองรับคริปโทเคอร์เรนซี เช่น บิตคอยน์ อีเธอเรียม) โดยจะเชื่อมต่อกับผู้เล่นในตลาดแรกคือ ICO Portal และผู้ให้บริการกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เก็บรักษาโทเคน
KBTG ถือเป็นพันธมิตรรายแรก และจะเป็น ICO Portal รายแรกที่จะเข้ามาเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลนี้ อย่างไรก็ตาม ตลท.พร้อมเปิดรับทุกๆ องค์กร ที่จะเข้ามาเชื่อมต่อในระบบนิเวศนี้
ในอนาคต แพลตฟอร์มนี้จะเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนดิจิทัลที่ ก.ล.ต.กำลังพัฒนาอยู่ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ศึกษารูปแบบของแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลมาแล้วกว่า 2 ปี รวมทั้งมีการทำเวิร์กชอปในเรื่องดังกล่าวอย่างเข้มข้น ล่าสุด วันนี้ (5 ต.ค.) ฤกษ์งามยามดี ตลท.ได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว ร่วมกับ บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป จำกัด (KBTG) กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีในเครือธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ซึ่งถือเป็นพันธมิตรรายแรกที่ร่วมพัฒนาในแพลตฟอร์มนี้
"ภากร ปีตธวัชชัย" กรรมการและผู้จัดการ ตลท. เปิดเผยว่า ตลท.เดินหน้าสู่การเป็นตลาดทุนดิจิทัลเต็มรูปแบบอย่างต่อเนื่อง โดยจัดตั้ง บริษัท ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย จำกัด ภายใต้กลุ่ม ตลท. เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การเชื่อมต่อกับระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลในตลาดแรก (ICO Portal) ทุกรายที่มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนและผู้ระดมทุน การซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดรอง คือ ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) รวมไปถึงการให้บริการกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Wallet) เก็บรักษาโทเคนดิจิทัล เพิ่มช่องทางใหม่สำหรับผู้ต้องการระดมทุน
ทั้งนี้ ตลท.และ KBTG ออกแบบแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล ให้เป็นสถาปัตยกรรมแบบเปิด (Open Architecture) หรือโอเพ่นแพลตฟอร์ม โดยผู้ประกอบการทุกรายสามารถเข้าใช้งานร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม โปร่งใส และมีกติกา ที่ทุกฝ่ายยอมรับและปฏิบัติตาม นอกจาก KBTG แล้ว ตลท.มีแผนจับมือกับพันธมิตรรายอื่นเพิ่มเติม เพื่อร่วมมือกันเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนการพัฒนา ecosystem ของสินทรัพย์ดิจิทัลร่วมกัน ทั้งนี้ KBTG จะเป็นผู้ให้บริการ ICO Portal รายแรกที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลที่ ตลท.จะพัฒนาขึ้นนี้
***เตรียมพร้อมขอใบอนุญาต ปี64 ตลาดโทเคนดิจิทัลมาแน่
ผู้จัดการ ตลท. กล่าวต่อว่า ทั้ง ตลท.และ KBTG อยู่ระหว่างการประเมินความเป็นไปได้ และวิเคราะห์ประโยชน์ที่จะได้รับ เพื่อเตรียมความพร้อมในการยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากสำนักงาน ก.ล.ต.โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดการระดมทุนโทเคนดิจิทัลบนแพลตฟอร์มนี้ในปี64
การสร้างแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลนี้ เป็นหนึ่งในโครงการของ ตลท. ที่ตอบสนองนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบดิจิทัลของภาคทางการ ตลอดจนความต้องการของผู้ระดมทุนและผู้ลงทุน ในอนาคตแพลตฟอร์มนี้ จะเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนดิจิทัล ตอบสนองวิสัยทัศน์และนโยบายของสำนักงาน ก.ล.ต.
***ยืนยันไม่ได้แข่งกับผู้เล่นรายเดิมในตลาด
"กิตติ สุทธิอรรถศิลป์" ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าสำนักผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า แม้ปัจจุบันจะมีผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลรายเดิมอยู่ก่อนแล้วในตลาด แต่ตลท.ไม่ได้จะแข่งกับผู้ประกอบการรายใดแต่แข่งกับจินตนาการของตัวเอง และเชื่อว่าสุดท้ายแล้วตลาดจะถูกเลือกโดยผู้ใช้งาน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่น และด้วยตำแหน่งปัจจุบันนั้น ตลท.อยู่ในตำแหน่งที่ดี ที่ทุกคนเชื่อมั่น เชื่อมือ เชื่อถือ และเชื่อใจ
นอกจากนี้ เท่าที่สังเกตผู้ประกอบการที่อยู่ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเห็นได้ว่าทุกรายก็ยังอยู่ในขั้นที่อาจจะเรียกว่า "สิงประดิษฐ์" อยู่ ดังนั้น ก็ต้องดูว่าผู้เล่นรายใดจะสามารถทำให้ "สิ่งประดิษฐ์" นั้น กลายเป็น "นวัตกรรม" ขึ้นมาได้
"Crypto Exchange ในปัจจุบันที่สังเกตดู ก็มองว่ายังอยู่ในช่วงของ Invention Stage ตอนนี้ก็ยังมองไม่เห็นการเชื่อมโยงมายัง Real Sector ได้ มันเหมือนโลกยังตัดขาดจากกันอยู่ แต่สิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กับ KBTG ร่วมมือกัน พัฒนาแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจรขึ้นมา จะทำให้เราสามารถรวมโลกของ Real Sector กับ Financial Sector เข้ามาด้วยกันได้จริงๆ" กิตติ กล่าว
***พร้อมเปิดรับพันธมิตรรายอื่นเพิ่มเติม โดย KBTG ถือเป็นรายแรก
"กิตติ" กล่าวว่า ด้วยจุดยืนของตลาดหลักทรัพย์ที่มีความเป็นกลาง จึงอยากขอเชิญชวนพันธมิตรรายอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่ครบถ้วนตามมาตรฐานโลก ซึ่ง KBTG ถือเป็นรายแรกเท่านั้น เนื่องจากมีวิสัยทัศน์ที่คล้ายกันกับ ตลท.ทำให้ได้เริ่มพูดคุย และวางแผนงานร่วมกันมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และทำงานกันอย่างหนัก โดยมุ่งเป้าหมายที่ผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นที่ตั้ง และจะทำให้ ตลท.นั้น เป็นตลาดทุนดิจิทัลที่สามารถไปยืนเด่นอยู่ในเวทีโลกได้
"เราไม่เหมือน Amazon หรือ Alibaba ที่เป็นเจ้าตลาดแต่เพียงผู้เดียว เพราะเราไม่ได้เป็นเจ้าตลาดหรือเป็นยักษ์ แต่เราเป็นแพลตฟอร์ม ที่เอื้อให้ผู้ประกอบการเข้ามาร่วมในระบบนิเวศน์นี้ โดยมีต้นทุนน้อยที่สุด" กิตติ ระบุ
***KBANK ร่วมวงด้วยส่งทั้ง KTBG,บลจ.กสิกร ฯลฯ เหตุวิชันตรงกัน
"เรืองโรจน์ พูนผล" ประธาน บริษัทกสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ ตลท.ในการพัฒนาแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจรด้วยเทคโนโลยี DLT ในครั้งนี้ เกิดจากวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกัน ในการเพิ่มช่องทางการลงทุนในผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์มใหม่ ที่เพิ่มโอกาสให้แก่ธุรกิจในการระดมทุนและเป็นทางเลือกแก่นักลงทุนที่มองหาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่แตกต่าง มีรูปแบบผลตอบแทนและระดับความเสี่ยงที่หลากหลาย เพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินในปัจจุบัน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของธนาคารกสิกรไทย ที่มุ่งเน้นให้บริการที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงและบริหารจัดการความมั่งคั่งของตนเองได้อย่างเท่าเทียม
"เราอยากสร้าง Digital Asset Platform ให้กับประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ก็เลือกเราเป็นพันธมิตรรายแรกและผมได้คุยกับ CEO ของธนาคารกสิกรไทย ท่านบอกว่าเป็นโครงการที่ดีมากและตรงกับวิสัยทัศน์ของธนาคารกสิกรไทย ดังนั้น ธนาคารกสิกรไทยจะเข้ามาร่วมด้วย ไม่ใช่แค่ KBTG แต่ยังมีอีก 3 ขาของ KBANK คือ Investment Banking, Corporate Business และ Kasikorn Asset Management ที่จะเข้าร่วม" เรืองโรจน์ ระบุ
***แพลตฟอร์มเทรดรองรับเฉพาะ Asset-Backed Token
"กิตติ" เปิดเผยว่า แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลนี้ จะรองรับเฉพาะโทเคนที่มีสินทรัพย์หนุน (Asset-Backed Token) แต่จะไม่รองรับคริปโทเคอเรนซี่ อย่างเช่น บิตคอยน์ อีเธอเรียม เนื่องจากยังหามูลค่าในตัวของคริปโทเคอร์เรนซีไม่ได้ ทำให้ส่วนใหญ่ยังเป็นลักษณะของการเก็งกำไรมากกว่าการลงทุน ประกอบกับต้องการให้แพลตฟอร์มนี้เป็นแพลตฟอร์มที่เกิดการบูรณาการกันจริงระหว่าง Real Sector กับ Financial Sector ซึ่งจะเกิดประโยชน์และมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า
"ญาณวิทย์ รักษ์ศรี" Senior Principal Visionary Architect จาก KBTG กล่าวเสริมว่า คริปโทเคอร์เรนซี อย่างเช่น บิตคอยน์ ราคาผันผวนมากจากปี 2560 ราคาประมาณ 6 แสนบาท พอปี 2563 ราคาปรับลงมาเหลือ 300,000 บาท ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนและมีความเสี่ยงมาก แต่หากเป็นโทเคนที่มีสินทรัพย์หนุน เช่น ศูนย์ออกกำลังกายระดมทุนเพื่อขยายสาขาใหม่ สามารถที่จะออกโทเคนได้ และให้ผลตอบแทนอื่นๆ กับนักลงทุน นอกเหนือจากการได้ Capital gain เพียงอย่างเดียว เป็นต้น
***ไม่รองรับซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี เช่น บิตคอยน์ อีเธอเรียม
"บิตคอยน์ อีเธอเรียม หรือคริปโทเคอร์เรนซีอื่นๆ เราตัดออกไปตั้งแต่วันแรกที่คุยกันกับ KBTG เพราะเราไม่ทราบว่า มันมีมูลค่าอย่างไร เราไม่อยากให้เป็นตลาดที่มีไว้เพื่อเก็งกำไร แต่อยากให้มันมีสินทรัพย์หนุนหลังจริงๆ อย่างเช่น ไทยบาทถ้าจะออกเป็นโทเคนมาแล้วมีเงินบาทหนุนหลัง มันก็ยังสามารถนำไปใช้งานได้จริง แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการได้จริง อย่างนี้ เป็นต้น" กิตติ ระบุ
"เรืองโรจน์"กล่าวว่า แพลตฟอร์มนี้จะเป็นตลาดที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าตลาดเพื่อการลงทุนในปัจจุบัน ด้วยการออกแบบหน่วยลงทุนที่มีการผสมผสานระหว่างหุ้น หุ้นกู้ และกองทุน ที่สามารถให้สิทธิประโยชน์อื่นแก่ผู้ลงทุน ที่นอกเหนือจากผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินได้ ทำให้การลงทุนในโทเคนที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-Backed Token) กับ ICO Portal มีความน่าสนใจอย่างมาก และเชื่อว่าการร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนของโลกการระดมทุน และการลงทุนในประเทศของเราภายใน 2-3 ปีข้างหน้า
(ผู้ประกอบการที่สนใจระดมทุนผ่านแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นสามารถติดต่อฝ่ายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ที่อีเมล์ DigitalAssetPlatform@set.or.th หรือติดต่อกสิกรบิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ได้ที่อีเมล์ DigitalAsset@kbtg.tech)
รายงาน โดย ชัชชญา อังคุลี เรียบเรียง โดย ชัชชญา อังคุลี
อีเมล์. chatchaya@efinancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ