ไอที ธุรกิจ

(เพิ่มเติม)KBANK รุกขยายฐานลูกค้าเปิดบัญชีเงินฝากดิจิทัล 2.6 ล้านบัญชี

efinanceThai
เผยแพร่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 01.21 น.

(เพิ่มเติม)KBANK รุกขยายฐานลูกค้าเปิดบัญชีเงินฝากดิจิทัล 2.6 ล้านบัญชี 

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 ก.พ. 63 8:21: น.

KBANK ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ (K-eSavings) ให้ลูกค้าเปิดบัญชีได้เองทุกที่ ทุกเวลา และทำธุรกรรมได้ทันที ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น ขยายจุดให้บริการยืนยันตัวตน (K CHECK ID) ครอบคลุมทั้งเคแบงก์ เซอร์วิส, ตู้เอทีเอ็ม, สาขาธนาคาร พร้อมเตรียมเปิดให้บริการร่วมกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ที่มีเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ เช่น บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์, มินิบิ๊กซี และที่ทำการไปรษณีย์ไทย อีกทั้งยังมีร้านค้าที่ติดตั้งเครื่องอีดีซีอีกกว่า 50,000 จุด ทำให้มีจุดให้บริการยืนยันตัวตนมากที่สุดถึง 100,000 จุดทุกอำเภอทั่วประเทศ ตั้งเป้าหมายช่วยดันยอดเปิดบัญชีดิจิทัลเพิ่มขึ้นเป็น 2.6 ล้านบัญชี และทำให้ K PLUS มีฐานลูกค้ารวมกว่า 14.6 ล้านราย

นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เปิดเผยว่า การเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามทิศทางของบริการดิจิทัล แบงกิ้ง และเป็นทางเลือกให้กับลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับการใช้ดิจิทัล เทคโนโลยี โดยกลุ่มเป้าหมายของบริการเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์บน K PLUS (K-eSavings) คือ กลุ่มลูกค้าที่ยังไม่เคยมีบัญชีกับธนาคาร แต่อยากเปิดบัญชีและไม่อยากมีสมุดบัญชีให้ยุ่งยาก ซึ่งการเปิดบัญชี K-eSavings ไม่มีกำหนดเงินฝากขั้นต่ำ ทำให้ลูกค้าเข้าถึงบริการของธนาคารได้ง่ายมากยิ่งขึ้น สามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องมาธนาคารตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครเพื่อเปิดบัญชี ไปจนถึงการทำธุรกรรมทางการเงินได้ตามต้องการในทุกที่ ทุกเวลา ปัจจุบันมีลูกค้าเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์แล้วกว่า 180,000 บัญชี ตั้งเป้า 2.6 ล้านบัญชีภายในสิ้นปีนี้ และจะทำให้ K PLUS มีฐานลูกค้ารวมกว่า 14.6 ล้านราย

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ธนาคารได้เร่งขยายจุดให้บริการยืนยันตัวตน (K CHECK ID) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้การเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จและลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้ทันที เพียงแค่ลูกค้ายืนยันตัวตนโดยการเสียบบัตรประชาชน (Dip Chip) ผ่านอุปกรณ์ที่จุดให้บริการยืนยันตัวตน เพื่อตรวจสอบข้อมูลจากบัตรประชาชนแบบเรียลไทม์ เทียบกับการสแกนใบหน้าจากภาพถ่ายบนแอปพลิเคชัน K PLUS ด้วยเทคโนโลยี Facial Recognition และ Liveness Detection ซึ่งเทคโนโลยีที่นำมาใช้นั้นเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านไซเบอร์ ป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่ในการทุจริต และไม่มีการเก็บข้อมูลใด ๆ เอาไว้ในเครื่อง

ปัจจุบัน ลูกค้าสามารถยืนยันตัวตนผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ เคาน์เตอร์สาขาธนาคารกสิกรไทย, ตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย, เคแบงก์ เซอร์วิส และธนาคารเตรียมเปิดให้บริการร่วมกับพันธมิตรชั้นนำที่มีเครือข่ายสาขาทั่วประเทศในเร็ว ๆ นี้ เช่น บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์, มินิบิ๊กซี, และที่ทำการไปรษณีย์ไทย รวมถึงเพิ่มจำนวนร้านค้าที่ติดตั้งเครื่องอีดีซี (EDC) ทำให้ธนาคารมีจุดให้บริการยืนยันตัวตนมากที่สุด รวมกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ

 

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ลักษณะธุรกิจของ KBANK
ธนาคารกสิกรไทยประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องตามที่ได้รับอนุญาตไว้ในพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงินฯ และพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ และประกาศที่เกี่ยวข้อง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 ธนาคารมีเครือข่ายสาขาจำนวน 958 สาขา และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์สำหรับทำธุรกรรมด้วยตนเอง 11,985 เครื่อง ครอบคลุมทุกพื้นที่และเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ ธนาคารมีเครือข่ายการให้บริการในต่างประเทศรวม 17 แห่ง ใน 9 ประเทศ มีศูนย์กลางการดำเนินงานและให้บริการที่สำนักงานใหญ่ เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com อนุมัติ    โดย สุรเมธี มณีสุโข 
ดูข่าวต้นฉบับ